ตอนที่ 157

***บทที่ 157: หนอนบ่อนไส้***

ราตรีกาลมาเยือนหมู่บ้านตระกูลหลิน ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงคนงาน บัดนี้เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไร ทว่าภายในห้องทำงานส่วนตัวของหลินหว่านเอ๋อร์ แสงเทียนวูบไหวกลับยังคงส่องสว่างสะท้อนเงาร่างบอบบางที่นั่งหลังตรงอยู่หน้าโต๊ะไม้จันทน์

ดวงตาหงส์คู่สวยจดจ้องมองพู่กันในมือ ปลายพู่กันชุ่มหมึกตวัดเขียนอักษรลงบนกระดาษเซวียนจื่ออย่างบรรจง ทว่าเนื้อหาในกระดาษแผ่นนั้นมิใช่บัญชีรายรับหรือรายการวัตถุดิบดังเช่นทุกวัน

"สูตรลับหัวเชื้อซอสถั่วเหลืองหมักสมุนไพร – ฉบับปรับปรุงพิเศษ"

มุมปากของหลินหว่านเอ๋อร์ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา นางรู้ดีว่าศัตรูในที่ลับนั้นอันตรายกว่าศัตรูในที่แจ้ง กลิ่นรสของซอสตระกูลเฉินที่นางได้ชิมเมื่อตอนเย็นบอกชัดเจนว่ามี "คนใน" นำความลับเรื่องลำดับการหมักไปขาย แต่พวกมันยังขาดหัวใจสำคัญ นั่นคือสัดส่วนที่แม่นยำและเคล็ดลับการควบคุมอุณหภูมิ

"ในเมื่อพวกเจ้าอยากได้สูตรลับนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้..." นางพึมพำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะจงใจเขียนส่วนผสมตัวหนึ่งลงไปผิดสัดส่วนอย่างมหันต์ และเพิ่มสมุนไพรที่มีฤทธิ์ระบายท้องอย่างอ่อนๆ อย่าง 'ชุมเห็ดเทศ' ลงไป โดยเขียนกำกับว่าเป็นเคล็ดลับเพิ่มความหอมและช่วยยืดอายุการเก็บรักษา

หากใครนำสูตรนี้ไปทำ รสชาติแรกสัมผัสจะหอมหวลชวนลิ้มลองยิ่งกว่าต้นฉบับ แต่เมื่อผ่านการหมักบ่มในท้องผู้กินไปสักระยะ ฤทธิ์ยาจะสำแดงเดช ยิ่งไปกว่านั้น หากหมักผิดวิธีตามขั้นตอนที่นางเขียนหลอกไว้ ซอสทั้งไหจะเกิดฟองเน่าเสียภายในเจ็ดวันหลังจากเปิดฝา

นางวางกระดาษแผ่นนั้นไว้บนโต๊ะอย่างหมิ่นเหม่ แสร้งทำเป็นวางทับด้วยแท่นฝนหมึกเพียงครึ่งใบ ให้ดูเหมือนเอกสารสำคัญที่ถูกลืมเก็บ ก่อนจะเป่าเทียนให้ดับลง แล้วถอยกายหายวูบเข้าไปซ่อนตัวในมุมมืดที่สุดของห้อง โดยอาศัยกองลังสินค้าบังสายตา

เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป... สองก้านธูป...

ความเงียบสงัดเริ่มก่อตัวจนน่าอึดอัด ทันใดนั้น เสียงเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบาของบานประตูหน้าต่างก็ดังขึ้น หากเป็นคนทั่วไปคงไม่มีทางได้ยิน แต่สำหรับหว่านเอ๋อร์ที่กินดื่มน้ำทิพย์จากมิติลับมาตลอด ประสาทสัมผัสของนางเฉียบคมยิ่งกว่าพยัคฆ์ล่าเหยื่อ

เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ปีนลอดหน้าต่างเข้ามาอย่างระมัดระวัง ร่างนั้นสวมชุดดำพรางตัว แต่ท่าทางการเดินที่คุ้นเคยทำให้หว่านเอ๋อร์หรี่ตาลง... นั่นมัน 'อาไช่' คนงานแผนกต้มถั่วที่นางเพิ่งรับเข้ามาเมื่อเดือนก่อน ดูท่าทางซื่อบื้อขยันขันแข็ง ที่แท้ก็ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้

อาไช่กวาดสายตาฝ่าความมืด เมื่อเห็นกระดาษบนโต๊ะ แววตาของเขาก็ลุกวาวด้วยความโลภ เขาหยิบมันขึ้นมา เพ่งมองด้วยแสงจันทร์สลัว พยายามจดจำเนื้อหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นเล็กออกจากอกเสื้อเพื่อคัดลอกใจความสำคัญ

"สูตรลับ... นี่คือสูตรลับที่นายท่านเฉินต้องการ!" อาไช่พึมพำมือไม้สั่นเทา "รวยแล้ว ข้ากำลังจะรวยแล้ว!"

"เจ้าคิดว่าเงินทองที่ได้จากการขายศักดิ์ศรี จะทำให้เจ้ารวยได้นานเพียงใดหรือ?"

เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากมุมมืด

"เฮือก!!"

อาไช่สะดุ้งสุดตัว พู่กันในมือร่วงหล่น เขาหันขวับไปทางต้นเสียง พบกับหลินหว่านเอ๋อร์ที่เดินออกมาจากเงามืด ในมือถือตะเกียงที่จุดไฟสว่างวาบขึ้นมาเผยให้เห็นใบหน้างดงามที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวนางทำให้บรรยากาศในห้องลดต่ำลงจนน่าขนลุก

"คะ... คุณหนูหลิน! ข้า... ข้าเปล่า..." อาไช่หน้าซีดเผือด เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นทันที หลักฐานคามือที่ถืออยู่ไม่อาจแก้ตัวได้

ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกทันที หัวหน้าคนงาน 'ลุงจาง' และเสี่ยวเฟิง พร้อมด้วยชายฉกรรจ์สองสามคนวิ่งกรูเข้ามาตามสัญญาณไฟที่หว่านเอ๋อร์นัดแนะไว้

"ไอ้คนทรยศ!" ลุงจางคำรามเสียงดัง เข้าไปกระชากคอเสื้ออาไช่ "คุณหนูหลินดีกับพวกเราขนาดนี้ ให้ข้าวให้น้ำ ให้เงินเดือนสูงกว่าที่อื่น เจ้ายังกล้าทำแบบนี้ได้ลงคอ!"

"ข้าผิดไปแล้ว! ข้าผิดไปแล้วขอรับ!" อาไช่โขกศีรษะกับพื้นเสียงดังปังๆ น้ำตานองหน้า "คนของตระกูลเฉิน... พ่อบ้านเฉินขู่ข้า เขาบอกว่าถ้าข้าไม่เอาสูตรมาให้ เขาจะยึดที่นาของแม่ข้า ข้าไม่มีทางเลือก!"

หว่านเอ๋อร์มองดูชายหนุ่มที่ร้องไห้คร่ำครวญด้วยสายตาเรียบเฉย นางเดินเข้าไปใกล้ ก้มลงมองเขาประหนึ่งนางพญาจ้องมองมดปลวก

"ทางเลือกมีเสมอ อาไช่... เจ้าเลือกที่จะปรึกษาข้าได้ เจ้าเลือกที่จะซื่อสัตย์ได้ แต่เจ้ากลับเลือกที่จะหักหลังคนที่ให้ข้าวเจ้ากิน"

นางหยิบกระดาษสูตรปลอมจากมือที่สั่นเทาของเขาขึ้นมา พลิกดูเล็กน้อยก่อนจะแสยะยิ้มมุมปาก

"จับเขามัดไว้ พรุ่งนี้เช้าเรียกคนงานทั้งหมดมารวมตัวที่ลานหน้าโรงงาน ข้าจะชำระความ"

...

รุ่งเช้า แสงแดดสาดส่องกระทบใบหน้าตื่นตระหนกของเหล่าคนงานกว่าห้าสิบชีวิตที่ยืนเรียงราย อาไช่ถูกมัดมือไพล่หลังคุกเข่าอยู่หน้าแท่นสูง สภาพอิดโรยและสิ้นหวัง

หลินหว่านเอ๋อร์ยืนกอดอกมองลงมา นางไม่จำเป็นต้องตะโกน แต่ความเงียบของนางกลับทำให้ทุกคนกลั้นหายใจ

"ข้าเคยบอกพวกเจ้าแล้ว" หว่านเอ๋อร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงกังวาน "สกุลหลินเลี้ยงดูคนด้วยใจ แต่สิ่งเดียวที่ข้าขอแลกเปลี่ยน คือความซื่อสัตย์"

นางชี้ไปที่อาไช่ "คนผู้นี้แอบขโมยสูตรลับเพื่อนำไปขายให้คู่แข่งทางการค้าของเรา ตามกฎหมาย ข้าสามารถส่งเขาให้ทางการ โบยจนหลังลาย และขังคุกจนลืมตะวัน"

เสียงฮือฮาดังขึ้น หลายคนมองอาไช่ด้วยความโกรธแค้น บางคนมองด้วยความเวทนา

"แต่..." หว่านเอ๋อร์เว้นจังหวะ สายตากวาดมองไปรอบๆ "ข้าเห็นแก่แม่แก่ชราของเขา และเห็นแก่ที่เขาเคยทำงานหนักมาตลอดหนึ่งเดือน ข้าจะไม่ส่งเขาให้ทางการ"

อาไช่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่อยากเชื่อ "คะ... คุณหนู..."

"แต่เจ้าถูกไล่ออก!" หว่านเอ๋อร์ประกาศเสียงเฉียบขาด "และนับจากนี้ ห้ามเจ้าเหยียบย่างเข้ามาในเขตที่ดินของสกุลหลินแม้แต่ก้าวเดียว ไสหัวไป!"

เชือกถูกแก้ออก อาไช่รีบก้มกราบปลกๆ ก่อนจะวิ่งหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางสายตาดูแคลนของเพื่อนร่วมงาน

"คุณหนู ท่านใจดีเกินไปแล้ว" ลุงจางกระซิบข้างหูนางหลังจากคนงานแยกย้ายกันไปทำงานด้วยความตั้งใจที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ "คนแบบนี้ปล่อยไว้จะเป็นภัย"

หว่านเอ๋อร์หันมามองลุงจาง รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้า

"ลุงจาง ท่านคิดว่าคนอย่างอาไช่ เมื่อถูกไล่ออกและไม่มีเงิน เขาจะไปที่ไหน?"

ลุงจางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตากว้าง "เขาจะไป... ตระกูลเฉิน?"

"ถูกต้อง" หว่านเอ๋อร์หัวเราะในลำคอ "เขาจดจำสูตรในกระดาษแผ่นนั้นได้แล้ว และเขาจะนำมันไปขายเพื่อแลกเศษเงินก้อนสุดท้าย... โดยไม่รู้เลยว่า นั่นคือยาพิษที่ข้าปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อทำลายชื่อเสียงของตระกูลเฉินให้ย่อยยับ"

นางหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ให้ลุงจางขนลุกซู่

"การลงโทษด้วยกฎหมายมันธรรมดาไป... ให้ศัตรูของเราลงมือทำลายตัวเองด้วยความโลภ นั่นสิถึงจะเรียกว่าการแก้แค้นที่สาสม"

...

ณ คฤหาสน์ตระกูลเฉิน

พ่อบ้านตระกูลเฉินรับกระดาษที่อาไช่รีบเขียนออกมาจากความทรงจำด้วยมือสั่นระริก หลังจากไล่ตะเพิดอาไช่ไปพร้อมกับเงินถุงเล็กๆ เขาก็รีบนำมันไปให้นายท่านเฉิน

"นายท่าน! ได้มาแล้วขอรับ! นี่คือสูตรลับที่นังเด็กนั่นแอบซ่อนไว้!"

นายท่านเฉิน ชายวัยกลางคนร่างท้วมหยิบกระดาษมาอ่าน ดวงตาเป็นประกายวาววับเมื่อเห็นส่วนผสมลับ 'ชุมเห็ดเทศ' และวิธีการหมักที่แปลกประหลาด

"ฮ่าๆๆ! มิน่าเล่า รสชาติซอสของมันถึงได้กลมกล่อมและหอมหวนนัก ที่แท้ก็มีเคล็ดลับเช่นนี้เอง!" นายท่านเฉินหัวเราะร่า ตบโต๊ะฉาด "สั่งคนงานในโรงงานเดี๋ยวนี้! โละซอสชุดเก่าทิ้งให้หมด แล้วเริ่มหมักชุดใหม่ตามสูตรนี้ทันที! เราจะผลิตออกมาขายตัดหน้ามันในอีกเจ็ดวันข้างหน้า!"

"ขอรับนายท่าน!"

ภายในโรงงานตระกูลเฉินที่เร่งรีบผลิตซอสตามสูตรใหม่ ควันไฟพวยพุ่งจากการเคี่ยววัตถุดิบ กลิ่นหอมแปลกประหลาดลอยฟุ้งไปทั่ว ไม่มีใครเอะใจเลยว่า หายนะกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ รอเวลาที่จะระเบิดออกมาและกวาดล้างชื่อเสียงที่สั่งสมมานานปีของตระกูลเฉินให้พังพินาศในคราเดียว

ไกลออกไปบนเนินเขา หลินหว่านเอ๋อร์ยืนมองควันไฟจากปล่องโรงงานตระกูลเฉิน นางยกถ้วยชาขึ้นจิบ สายตาเย็นชาดุจมัจจุราช

"กินให้อร่อยนะ... ตระกูลเฉิน"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สูตรปลอมออกฤทธิ์]**