ตอนที่ 158

***บทที่ 158: สูตรปลอมออกฤทธิ์***

เจ็ดวันผันผ่านไปไวเหมือนโกหก บรรยากาศภายในตัวอำเภอคึกคักผิดหูผิดตา ธงทิวหลากสีปักปลิวไสวอยู่หน้าร้านค้าตระกูลเฉิน เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวเป็นการประกาศศักดาการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่เถ้าแก่เฉินหมายมั่นปั้นมือว่าจะใช้บดขยี้หลินหว่านเอ๋อร์ให้จมดิน

"เชิญเข้ามา! เชิญเข้ามา! ซอสปรุงรสสูตรลับตระกูลเฉิน รสชาติล้ำเลิศในราคาเพียงครึ่งเดียวของร้านสกุลหลิน!"

เสียงป่าวร้องของคนงานดึงดูดชาวบ้านร้านตลาดให้เข้าไปมุงดู กลิ่นหอมฉุนแปลกจมูกโชยออกมาจากไหใบใหญ่ แม้มันจะไม่หอมละมุนเท่าของหลินหว่านเอ๋อร์ แต่ด้วยราคาที่ถูกแสนถูก ประกอบกับชื่อเสียงเก่าแก่ของตระกูลเฉิน ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากยอมควักเงินในกระเป๋าซื้อกลับไปลองลิ้มชิมรส บ้างก็ซื้อตุนไว้หลายไหด้วยความโลภ

เถ้าแก่เฉินยืนลูบพุงพลุ้ยอยู่หน้าร้าน ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างผู้มีชัย สายตามองไปยังทิศทางของหมู่บ้านตระกูลหลินด้วยความเย้ยหยัน "นังเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม คิดจะมาเทียบรัศมีข้า... ฝันไปเถอะ!"

ทว่าความสุขของเถ้าแก่เฉินนั้นสั้นนัก สั้นยิ่งกว่าหางเต่าเสียอีก

เพียงแค่ช่วงบ่ายคล้อยของวันเดียวกัน ขณะที่ดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ ความโกลาหลวุ่นวายก็เริ่มก่อตัวขึ้นภายในตัวอำเภอ จากเสียงหัวเราะชื่นมื่นแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องโอดโอยระงมไปทั่วทุกตรอกซอกซอย

"โอ๊ย! ท้องข้า... ท้องข้าปวดเหมือนมีใครมาบิดไส้!"

"ห้องสุขา! หลีกทางหน่อย ข้าจะราดแล้ว!"

หน้าโรงหมอประจำอำเภอเนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับร้อยที่ต่างกุมท้องหน้าเขียวหน้าเหลือง อาการของทุกคนเหมือนกันราวกับนัดหมาย คือปวดท้องบิดรุนแรงและท้องเสียอย่างหนัก

หมอชราผู้มากประสบการณ์จับชีพจรคนไข้รายแล้วรายเล่า ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น "ชีพจรปั่นป่วน ธาตุไฟแตกซ่าน... พวกเจ้าไปกินอะไรผิดสำแดงมา?"

"ซอส... ซอสปรุงรสของตระกูลเฉิน!" ชายผู้หนึ่งตะโกนตอบด้วยเสียงแหบแห้ง ก่อนจะรีบวิ่งจู๊ดไปหาพุ่มไม้ใกล้ๆ

ข่าวลือแพร่สะพัดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง 'ชุมเห็ดเทศ' ที่หลินหว่านเอ๋อร์จงใจใส่ไว้ในสูตรปลอมนั้น เมื่อนำมาหมักรวมกับสมุนไพรฤทธิ์ร้อนและถั่วเหลืองในระยะเวลาสั้นๆ มันจะไม่ใช่แค่เครื่องปรุงรส แต่มันคือยาถ่ายชั้นดีที่มีฤทธิ์รุนแรงมหาศาล! การผสมผสานของวัตถุดิบที่ 'เข้ากันไม่ได้' ตามหลักหยินหยาง ก่อให้เกิดพิษอ่อนๆ ที่ไม่ถึงตาย แต่ทำให้ทรมานเจียนตาย

คลื่นมหาชนที่เคยแห่แหนไปซื้อสินค้า บัดนี้กลับกลายเป็นคลื่นความโกรธแค้นที่ถาโถมเข้าใส่ร้านตระกูลเฉิน

"ไอ้เถ้าแก่เฉินหน้าเลือด! เอายาพิษมาขายให้พวกเรา!"

"คืนเงินข้ามาเดี๋ยวนี้! ลูกเมียข้านอนซมจนลุกไม่ขึ้นแล้ว!"

"พังร้านมัน!"

ไหซอสที่เรียงรายสวยงามถูกฝูงชนที่บ้าคลั่งทุบทำลายจนแตกกระจาย น้ำซอสสีดำไหลนองเต็มพื้น ส่งกลิ่นเหม็นเอียนชวนคลื่นเหียน เถ้าแก่เฉินที่เพิ่งจะฉลองความสำเร็จ หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ตัวสั่นงันงกหลบอยู่หลังโต๊ะบัญชี โดยมีคนงานพยายามกันฝูงชนไว้อย่างทุลักทุเล

ในขณะที่ชื่อเสียงของตระกูลเฉินกำลังพังพินาศลงดุจปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัด ณ อีกฟากฝั่งหนึ่งของตลาด แผงขายของเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตาของหลินหว่านเอ๋อร์กลับเปิดทำการขึ้นอย่างเงียบเชียบ

กลิ่นหอม... เป็นกลิ่นหอมที่แตกต่างจากของตระกูลเฉินอย่างสิ้นเชิง มันหอมลึกซึ้ง นุ่มนวล และยั่วน้ำลาย กลิ่นของเห็ดหอมชั้นดีที่ถูกเคี่ยวกรำกับซีอิ๊วชั้นเลิศในมิติลับ ลอยไปตามลมแตะจมูกผู้คนที่กำลังอ่อนล้าและหิวโหยจากการขับถ่าย

หลินหว่านเอ๋อร์ในชุดผ้าฝ้ายสีครามดูทะมัดทะแมง ยืนอยู่หลังหม้อดินเผาใบใหญ่ นางเปิดฝาหม้อออก ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกลิ่นหอมที่สะกดทุกวิญญาณ

" 'ซีอิ๊วเห็ดหอม' เจ้าค่ะ..." นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส รอยยิ้มมุมปากดูงดงามแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ "หมักด้วยวิธีธรรมชาติ ปราศจากสิ่งเจือปน สรรพคุณบำรุงกำลัง ช่วยเจริญอาหาร และที่สำคัญ... ไม่ทำให้ท้องเสียแน่นอนเจ้าค่ะ"

คำพูดประโยคสุดท้ายเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟแห่งความแค้นที่ชาวบ้านมีต่อตระกูลเฉิน แต่กลับเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจลูกค้า

"แม่นางหลิน! ข้าขอสามไห!"

"ข้าด้วย! ของตระกูลเฉินมันขยะแขยง ของแท้ต้องตระกูลหลินเท่านั้น!"

"ข้าขอโทษที่เคยหลงผิดไปซื้อของถูก แม่นางหลินโปรดขายให้ข้าเถิด!"

ลูกค้าที่เคยปันใจ บัดนี้กลับมาสวามิภักดิ์ต่อรสชาติของหลินหว่านเอ๋อร์อย่างพร้อมเพรียง ยอดขายพุ่งทะยานจนสินค้าแทบไม่พอขาย เงินทองไหลมาเทมาดั่งสายน้ำ ขณะที่ร้านตระกูลเฉินฝั่งตรงข้ามมีแต่เสียงด่าทอและเศษซากความเสียหาย

นี่คือชัยชนะยกแรก... ชัยชนะที่งดงามและหมดจด โดยที่นางไม่ต้องเปลืองแรงลงมือทำร้ายใคร เพียงแค่ใช้ความโลภของมนุษย์เป็นอาวุธทิ่มแทงตัวมันเอง

ณ คฤหาสน์ตระกูลเฉินในยามวิกาล

"เพล้ง!"

แจกันลายครามราคาแพงถูกขว้างลงพื้นจนแตกละเอียด เถ้าแก่เฉินหายใจหอบถี่ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บ

"นังแพศยา! มันวางกับดักข้า! สูตรนั่น... สูตรนั่นเป็นของปลอม!" เขาคำรามลั่น ขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน

พ่อบ้านตระกูลเฉินคุกเข่าตัวสั่นอยู่ที่พื้น "นายท่าน... ตอนนี้ชื่อเสียงเราป่นปี้หมดแล้วขอรับ ชาวบ้านแห่ไปซื้อของนังเด็กนั่นจนเกลี้ยงร้าน แถมยังเอาเรื่องเราไปฟ้องทางการเรื่องอาหารเป็นพิษอีก..."

"หุบปาก!" เถ้าแก่เฉินตวาดลั่น "คิดว่าข้าจะยอมแพ้แค่นี้หรือ? ตระกูลเฉินหยั่งรากลึกในอำเภอนี้มาหลายสิบปี มดปลวกตัวเดียวคิดจะโค่นต้นไม้ใหญ่รึ!"

เขากระชากคอเสื้อพ่อบ้านขึ้นมา นัยน์ตาฉายแววอำมหิตยิ่งกว่าเดิม "ในเมื่อเล่นงานมันด้วยวิธีทางการค้าไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีที่เด็ดขาดกว่านั้น... ไปตามคนของสำนักคุ้มภัยเขี้ยวพยัคฆ์มาพบข้า... เดี๋ยวนี้!"

ตัดกลับมาที่เรือนตระกูลหลิน

หลินหว่านเอ๋อร์นั่งนับเหรียญเงินและตั๋วแลกเงินกองโตอยู่ใต้แสงตะเกียง ทว่าใบหน้าของนางกลับไม่ได้มีรอยยิ้มแห่งความดีใจดั่งเช่นตอนกลางวัน ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง

"หว่านเอ๋อร์ ลูกดูไม่ดีใจเลยนะ ทั้งที่วันนี้เราชนะตระกูลเฉินได้อย่างราบคาบ" มารดาของนางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ขณะยกน้ำขิงร้อนๆ มาวางให้

หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้าเบาๆ นางหยิบเหรียญเงินขึ้นมาพิจารณา "ท่านแม่... สุนัขที่จนตรอกย่อมดุร้ายที่สุด วันนี้เราหักหน้าเถ้าแก่เฉินจนยับเยิน ทำลายชื่อเสียงและเส้นทางทำมาหากินของมัน คนอย่างมันไม่มีทางยอมจบเรื่องง่ายๆ แน่"

นางลุกขึ้นยืน เดินไปเปิดหน้าต่างมองฝ่าความมืดมิดออกไปภายนอก ลมราตรีพัดกรรโชกแรงจนกิ่งไม้ไหวเอนดูคล้ายเงาของปีศาจร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

"เงินทองเรามีแล้ว ชื่อเสียงเรามีแล้ว แต่สิ่งที่ตระกูลหลินเรายังขาดคือ 'เขี้ยวเล็บ' ที่จะใช้ปกป้องตัวเอง..." หว่านเอ๋อร์พึมพำเสียงเย็น "การเดินทางขนส่งสินค้าครั้งต่อไป จะต้องมีอันตรายดักรออยู่เป็นแน่ ข้าต้องหาเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งพอจะต้านทานอำนาจมืดของพวกมัน"

นางหันกลับมา แววตาเด็ดเดี่ยววาวโรจน์ "พรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมือง... ไปเจรจากับสำนักคุ้มภัย"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความร่วมมือกับสำนักคุ้มภัย]**