ตอนที่ 160
***บทที่ 160: การกลับมาของลุงใหญ่***
สายลมยามเย็นพัดกรรโชก หอบเอาฝุ่นทรายปลิวว่อนไปทั่วบริเวณหน้าทางเข้าหมู่บ้านสกุลหลิน บรรยากาศที่ควรจะเงียบสงบกลับดูวังเวงและกดดันขึ้นมาในฉับพลัน
หลินหว่านเอ๋อร์นั่งอยู่บนรถม้า มือเรียวงามกำผ้าเช็ดหน้าแน่น สายตาคมกริบของนางประสานเข้ากับดวงตาขุ่นมัวที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยแดงฉานของชายร่างผอมโซผู้นั้น
หลินต้าไห่... ลุงใหญ่ผู้ที่ควรจะนอนนับวันรอความตายหรืออย่างน้อยก็ต้องชดใช้กรรมอยู่ในคุกมืดอีกหลายปี บัดนี้เขากลับมายืนตระหง่านอยู่ตรงนี้ ในสภาพที่ดูไม่ต่างจากภูตผีปีศาจ ร่างกายที่เคยอ้วนท้วนสมบูรณ์จากการกินแรงผู้อื่น บัดนี้ผอมเกร็งจนเห็นกระดูกโผล่ ผิวหนังเหี่ยวย่นคล้ำแดดคล้ำฝน เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นเพียงเศษผ้ากระสอบเก่าๆ ที่ปะชุนจนแทบมองไม่เห็นเนื้อผ้าเดิม
แต่สิ่งที่ทำให้น่าหวั่นเกรงที่สุดไม่ใช่สภาพร่างกาย หากแต่เป็น "แววตา"
มันไม่ใช่แววตาของคนที่สำนึกผิด หรือแววตาของคนที่พ่ายแพ้ต่อโชคชะตา แต่มันคือดวงตาของงูพิษที่จำศีลรอวันแว้งกัด เป็นสายตาที่อัดแน่นไปด้วยความเคียดแค้น ชิงชัง และความปรารถนาที่จะทำลายล้างทุกสิ่งให้พินาศไปพร้อมกับตนเอง
"คุณหนู... นั่นมัน..." คนขับรถม้าเอ่ยเสียงสั่นด้วยความตกใจ
"ไม่ต้องหยุด ขับต่อไป" หลินหว่านเอ๋อร์สั่งเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด นางไม่หลบสายตาคู่นั้น แม้รถม้าจะแล่นผ่านร่างของลุงใหญ่ไปแล้ว แต่นางยังสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่พุ่งไล่ตามหลังมาติดๆ
เมื่อรถม้าลับตาไป หลินต้าไห่จึงค่อยๆ ขยับตัว เขาถมน้ำลายลงพื้นอย่างแรง สายตาจับจ้องไปยังทิศทางที่รถม้าวิ่งไป มุมปากยกยิ้มแสยะจนเห็นฟันเหลืองกรัง
"นังเด็กสารเลว... ข้ากลับมาแล้ว"
ข่าวการกลับมาของหลินต้าไห่แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านราวกกับไฟลามทุ่ง เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เสียงร้องไห้โฮผสมเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก็ดังลั่นออกมาจากบ้านสายรอง
"ท่านพี่! ท่านพี่ของข้า! ท่านกลับมาแล้ว!"
หวังชุนฮวา ป้าสะใภ้ใหญ่ที่ระยะหลังมานี้ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวเพราะสิ้นไร้ไม้ตอก บัดนี้กลับวิ่งถลาราวกับคนเสียสติออกมาจากบ้าน นางโผเข้ากอดร่างผอมโซของสามี ร่ำไห้ปานจะขาดใจ แต่ในน้ำตานั้นกลับแฝงไปด้วยความลิงโลด
"สวรรค์มีตา! สวรรค์มีตาที่คืนเสาหลักให้แก่บ้านเรา! ข้านึกว่าจะต้องถูกพวกคนใจดำรังแกจนตายเสียแล้ว!" นางตะโกนเสียงดังจงใจให้ชาวบ้านร้านตลาดที่เริ่มมามุงดูได้ยิน
หวังชุนฮวาในยามนี้ดูราวกับไก่รองบ่อนที่ได้รับยากระตุ้น นางเชิดหน้าขึ้น กวาดสายตามองชาวบ้านด้วยแววตาถือดีและก้าวร้าวอย่างที่เคยเป็นในอดีต ความหวาดกลัวและความยากจนที่เคยกดหัวนางไว้ บัดนี้ถูกปัดเป่าไปด้วยการปรากฏตัวของสามี ผู้ที่นางเชื่อมั่นว่าจะเป็นดาบเล่มสำคัญในการทวงคืน "ความยุติธรรม" (ในแบบของนาง)
"มองอะไรกัน! ไม่เคยเห็นคนกลับบ้านหรือไง!" นางตวาดแว้ดใส่เพื่อนบ้านที่ยืนซุบซิบ "หลีกไป! ท่านพี่ข้าเพิ่งพ้นเคราะห์ พวกเจ้าอย่ามาเกะกะขวางทาง!"
หลินต้าไห่ไม่ได้กล่าววาจาใด เขาเพียงแค่ยืนนิ่ง ปล่อยให้ภรรยาประคองพาเข้าบ้าน แต่สายตาของเขากลับกวาดมองไปรอบๆ หมู่บ้าน มองดูความเปลี่ยนแปลง มองดูบ้านเรือนที่ดูดีขึ้น และสุดท้าย... สายตาของเขาหยุดอยู่ที่เรือนหลังใหญ่โตโอ่อ่าที่ตั้งอยู่บนเนินเขา
เรือนของบ้านสายหลัก... เรือนของหลินหว่านเอ๋อร์
ภายในเรือนตระกูลหลิน หลินหว่านเอ๋อร์นั่งจิบชาด้วยท่าทีสงบนิ่ง ตรงข้ามคือบิดา หลินต้าจง ที่มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"หว่านเอ๋อร์... ลุงใหญ่ของเจ้า... เหตุใดเขาถึงออกมาได้เร็วปานนี้? โทษทัณฑ์ของเขาหนักหนานัก มิใช่ว่าต้องถูกขังลืมหรือ?" หลินต้าจงเอ่ยถาม เสียงของเขาเจือไปด้วยความกังวล ไม่ใช่ห่วงตนเอง แต่ห่วงบุตรสาวและมารดา
หลินหว่านเอ๋อร์วางถ้วยชาลงเบาๆ ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ นี่คือท่าทางเวลาที่นางกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
"ท่านพ่อ ในโลกนี้ไม่มีผีโม่แป้ง แต่มีเงินที่ใช้จ้างผีโม่แป้งได้" นางกล่าวเสียงเย็น "คดีของลุงใหญ่ แม้หลักฐานจะมัดตัวแน่นหนา แต่หากมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง ยัดเงินเบิกทาง และวิ่งเต้นเส้นสาย การจะเปลี่ยนหนักให้เป็นเบา หรือหาแพะมารับบาปแทนเพื่อให้คนออกมา ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก"
"เจ้าหมายความว่า..."
"ตระกูลเฉิน" หว่านเอ๋อร์เอ่ยชื่อศัตรูออกมาโดยไม่ต้องลังเล "พวกมันพ่ายแพ้เรื่องการค้า แย่งชิงสูตรอาหารไม่ได้ บีบบังคับเราทางธุรกิจไม่สำเร็จ ตอนนี้พวกมันจึงเปลี่ยนวิธี... ใช้หมาจนตรอกมาลอบกัด"
นางลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่าง มองฝ่าความมืดไปยังทิศทางของบ้านสายรอง
"ลุงใหญ่ในยามนี้ ไม่มีอะไรจะเสีย เขาเคียดแค้นพวกเราเป็นทุนเดิม เมื่อตระกูลเฉินยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แลกกับการให้เขามาเป็นหมากคอยปั่นป่วนทำลายพวกเรา เขาย่อมตอบตกลงโดยไม่ลังเล"
"แล้วเราจะทำอย่างไรดี?" หลินต้าจงถาม
"ท่านพ่อไม่ต้องกังวล คนอย่างหลินต้าไห่ ตอนนี้ก็เป็นเพียงหมาบ้าที่บาดเจ็บ ข้ามีวิธีรับมือ" ดวงตาของหว่านเอ๋อร์เป็นประกายวาวโรจน์ "เพียงแต่... หมาบ้าตัวนี้อาจจะไม่ได้มาแค่เห่าหอน แต่มันอาจจะพกกรามพิษมาด้วย เราต้องระวังตัวให้มากขึ้น"
ตัดภาพมาที่บ้านสายรอง บรรยากาศภายในบ้านอึมครึมและเหม็นอับ หวังชุนฮวานำอาหารเท่าที่มีมาวางตรงหน้าสามี เป็นเพียงข้าวต้มใสๆ กับผักดองเก่าๆ
"ท่านพี่ ทนกินไปก่อนเถิด นังเด็กสารเลวนั่นมันร่ำรวยล้นฟ้า แต่มันไม่เคยเจียดเศษเงินมาดูดำดูดีพวกเราเลย ย่าเฒ่าก็เข้าข้างมัน!" หวังชุนฮวายังคงพ่นคำด่าทอไม่หยุดปาก พลางรินน้ำใส่ถ้วยเก่าบิ่นๆ
หลินต้าไห่มองดูอาหารตรงหน้า มือที่สั่นเทาหยิบตะเกียบขึ้นมา แต่แทนที่จะคีบอาหาร เขากลับกำตะเกียบแน่นจนหักคามือ
"เพล้ง!"
เสียงตะเกียบหักทำเอาหวังชุนฮวาสะดุ้งโหยง เงียบเสียงลงทันที
"เจ้าว่า... มันรวยล้นฟ้าหรือ?" หลินต้าไห่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้งที่ฟังดูน่าขนลุกราวกับเสียงภูตพรายกระซิบ
"ใช่เจ้าค่ะ! มันมีทั้งสวนผัก เล้าไก่ กิจการค้าขายกับในเมือง เงินทองไหลมาเทมา สร้างบ้านหลังใหญ่โต ข้า... ข้าแค้นใจนัก!"
หลินต้าไห่แสยะยิ้ม ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบถุงผ้าใบเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งบ่งบอกว่าข้างในมีเงินจำนวนไม่น้อย และที่สำคัญ ข้างถุงผ้านั้นปักลวดลายดอกไม้ประจำตระกูลคหบดีใหญ่แห่งเมืองข้างเคียง... ตระกูลเฉิน
"ไม่ต้องห่วง..." เขาลูบถุงเงินนั้นเบาๆ ราวกับลูบหัวสัตว์เลี้ยง แววตาที่จ้องมองเปลวเทียนวูบไหวด้วยเพลิงอาฆาต "ข้ากลับมาคราวนี้ ไม่ใช่เพื่อมาขอเศษอาหารจากมัน... แต่ข้ามาเพื่อเผาผลาญทุกอย่างที่มันสร้างขึ้น ให้วอดวายไปกับตา!"
ภายนอกบ้าน ลมกลางคืนเริ่มพัดแรงขึ้น เมฆดำเคลื่อนตัวมาบดบังดวงจันทร์จนมิด ทำให้หมู่บ้านตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากบ้านตระกูลหลินที่ยังคงส่องสว่าง แต่หารู้ไม่ว่า ในเงามืดนั้นมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมา พร้อมกับแผนการชั่วร้ายที่กำลังจะเริ่มลงมือในไม่ช้า...
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: แผนสกปรก: วางยาในไร่]**