ตอนที่ 161
***บทที่ 161: แผนสกปรก: วางยาในไร่***
ราตรีกาลมืดมิดดุจน้ำหมึก เมฆทูมิลบดบังจันทร์กระจ่างฟ้าจนสิ้นแสง สายลมกรรโชกแรงพัดผ่านยอดไม้ส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงคร่ำครวญของภูตผี ในความเงียบสงัดที่ปกคลุมหมู่บ้านตระกูลหลิน มีเพียงเสียงใบไม้แห้งปลิวระคนกับเสียงกรนเบาๆ ของสุนัขเฝ้ายามจากบ้านเรือนที่ห่างไกล
ทว่า ณ อาณาเขตไร่สกุลหลินที่กว้างขวาง บรรยากาศกลับตึงเครียดขึ้นอย่างประหลาดโดยที่ไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็น เงาร่างหนึ่งในชุดดำกลมกลืนกับความมืดเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ลัดเลาะผ่านแนวรั้วไม้ไผ่ที่แน่นหนา มันอาศัยจังหวะที่หน่วยรักษาความปลอดภัยผลัดเวร ย่องกริบเข้ามาภายในเขตเรือนชั้นใน
เป้าหมายของมันหาใช่ยุ้งฉางที่เต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ล้ำค่า หรือเล้าไก่ที่ออกไข่ดกทุกวัน แต่เป็นบ่อน้ำบาดาลเก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางลานดิน... หัวใจหลักของระบบชลประทานที่หล่อเลี้ยงพืชผักและชีวิตทุกชีวิตในไร่แห่งนี้
เเงาร่างนั้นแสยะยิ้มภายใต้ผ้าคลุมหน้า ดวงตาฉายแววอำมหิต มือหยาบกร้านล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบห่อกระดาษสีทึบออกมา นิ้วมือสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดกลัว หากผงสีขาวในห่อนี้ร่วงหล่นลงสู่ก้นบ่อ เพียงชั่วข้ามคืน พืชผักเขียวขจีจะเหี่ยวเฉา สัตว์เลี้ยงจะล้มตาย และชื่อเสียงที่สั่งสมมาของ 'ผักตระกูลหลิน' จะป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
"พินาศไปเสียเถอะ..." เสียงกระซิบแหบพร่ายลอดไรฟัน
มันก้าวเท้าเข้าไปใกล้ปากบ่อ มือข้างหนึ่งแกะเชือกที่มัดปากห่อกระดาษเตรียมจะเทผงมรณะลงไป
"ก้าบ! ก้าบ! ก้าบ!"
ทันใดนั้น เสียงร้องแหลมสูงแสบแก้วหูดังระงมขึ้นทำลายความเงียบสงัด!
ฝูงห่านขาวกว่าสิบตัวที่หลินหว่านเอ๋อร์เลี้ยงไว้ท้ายลานเพื่อกินวัชพืชและเฝ้าระวังภัย ต่างพากันยืดคอยาว ตีปีกพึ่บพั่บ และส่งเสียงร้องลั่นพร้อมกันราวกับนัดหมาย สัญชาตญาณของพวกมันไวยิ่งกว่าสุนัขเฝ้ายามเสียอีก เมื่อมีผู้บุกรุกย่างกรายเข้ามาในอาณาเขต
คนร้ายสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ มือที่ถือห่อพิษสั่นไหวจนเผลอปัดไปโดนขอบบ่อหิน "บัดซบ!" มันสบถลั่น พยายามจะก้มลงเก็บของกลาง แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากกำลังวิ่งตรงมาพร้อมแสงคบเพลิงวูบวาบ
"ใคร! ใครอยู่ตรงนั้น!" เสียงตะโกนห้าวหาญของหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยดังลั่น
เมื่อเห็นท่าไม่ดี คนร้ายจึงตัดสินใจทิ้งภารกิจ พลิกตัวกระโดดข้ามรั้วเตี้ยข้างบ่อน้ำ อาศัยความชำนาญเส้นทางหลบหนีหายไปในความมืดของป่าละเมาะหลังไร่ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความวุ่นวายและเสียงห่านที่ยังคงร้องระงมไม่หยุด
ไม่นานนัก แสงคบเพลิงหลายสิบดวงก็สว่างไสวไปทั่วลานหน้าบ่อน้ำ หลินหว่านเอ๋อร์เดินออกมาจากเรือนพักด้วยท่วงท่าสง่างาม แม้จะสวมเพียงชุดคลุมตัวยาวทับชุดนอน เส้นผมดำขลับปล่อยสยาย แต่ดวงตาหงส์คู่งามกลับทอประกายเย็นเยียบและคมกริบยิ่งกว่าใบมีด ไม่มีแววของความงัวเงียแม้แต่น้อย
"คุณหนู! ท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?" หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยรีบวิ่งเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและรู้สึกผิด "พวกข้าน้อยสะเพร่า ปล่อยให้คนร้ายหนีไปได้..."
"ไม่ต้องโทษตัวเอง พวกมันเตรียมการมาดี รู้จักหลบหลีกเวรยาม" หลินหว่านเอ๋อร์ยกมือห้าม น้ำเสียงของนางเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจ "มีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่?"
"ไม่มีขอรับ แต่... เราพบสิ่งนี้ตกอยู่ข้างบ่อน้ำ"
ชายฉกรรจ์ยื่นห่อกระดาษสีทึบที่ถูกเหยียบจนยับย่นให้แก่นาง หลินหว่านเอ๋อร์รับมาพิจารณา ใช้นิ้วเขี่ยผงสีขาวเล็กน้อยขึ้นมาดมกลิ่นฉุนกึก ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น
"สารหนูผสมหญ้าไส้ขาด... ร้ายกาจนัก กะจะฆ่าล้างโคตรกันเลยเชียวหรือ" นางพึมพำ มุมปากยกยิ้มเหยียดหยัน
"วางยาพิษ!" เหล่าคนงานที่ได้ยินต่างอุทานด้วยความหวาดผวา หน้าซีดเผือด หากห่านฝูงนั้นไม่ร้องเตือน ป่านนี้พวกเขาทุกคนคงได้ไปปรโลกกันหมดแล้ว
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้สนใจเสียงฮือฮา นางพลิกดูห่อกระดาษอย่างละเอียด ภายใต้แสงไฟจากคบเพลิง นางสังเกตเห็นตราประทับสีแดงจางๆ ที่มุมห่อกระดาษ เป็นตราสัญลักษณ์รูป 'หม้อขยาและกวางเหลียวหลัง'
"ร้านยาจี้ซื่อถัง..." หลินหว่านเอ๋อร์เอ่ยชื่อออกมาแผ่วเบา ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "ร้านขายยาใหญ่ประจำเมืองข้างเคียง... เมืองที่ตระกูลเฉินมีอิทธิพลล้นฟ้า"
ภาพเหตุการณ์ประจวบเหมาะเกินไป ลุงใหญ่ที่เพิ่งกลับมาพร้อมท่าทีคุกคาม กับยาพิษจากถิ่นของตระกูลเฉินผู้เป็นศัตรูทางการค้า หลักฐานชิ้นนี้แม้คนร้ายจะหนีไปได้ แต่มันก็มากพอที่จะเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน
นางกำห่อพิษในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธกรุ่นแล่นพล่านในอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความรังเกียจในวิธีการสกปรกเช่นนี้
"คุณหนู จะให้ข้าน้อยไปแจ้งนายอำเภอเลยไหมขอรับ?" หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยถามด้วยความเดือดดาล
"อย่าเพิ่ง..." หลินหว่านเอ๋อร์เอ่ยห้ามเสียงเย็น "แจ้งไปตอนนี้ ก็จับมือใครดมไม่ได้ คนร้ายหนีไปแล้ว หลักฐานเพียงเท่านี้เอาผิดตัวการใหญ่ไม่ได้ ซ้ำยังจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น"
นางกวาดสายตามองไปรอบๆ สบตากับคนงานทุกคนที่ยืนรอฟังคำสั่ง "เรื่องในคืนนี้ ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ให้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรุ่งนี้เช้าตักน้ำในบ่อไปตรวจให้แน่ใจแล้วค่อยใช้ ส่วนเรื่องคนร้าย... ข้าจะจัดการเอง"
"ขอรับ!" ทุกคนขานรับอย่างพร้อมเพรียง ความเด็ดขาดของคุณหนูทำให้พวกเขามั่นใจ
หลินหว่านเอ๋อร์หันกลับไปมองความมืดมิดทิศทางเดียวกับบ้านสายรอง รอยยิ้มบนใบหน้างามดูเยือกเย็นจนน่าขนลุก
'หลินต้าไห่... ตระกูลเฉิน... ในเมื่อพวกเจ้ากล้าเล่นสกปรก ใช้ชีวิตของคนบริสุทธิ์เป็นเดิมพัน เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าหลินหว่านเอ๋อร์ผู้นี้ใจดำอำมหิต ข้าจะคืนสนองให้สาสม ให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้จนต้องร้องขอชีวิต!'
สายลมยามดึกพัดแรงขึ้นอีกครั้ง หอบเอากลิ่นฝนที่กำลังจะตกกระหน่ำมาด้วย แต่พายุฝนภายนอกหรือจะน่ากลัวเท่าพายุแห่งการแก้แค้นที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของไร่แห่งนี้
นางสะบัดแขนเสื้อ หมุนตัวเดินกลับเข้าเรือน "ปิดประตู เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด พรุ่งนี้... เรามีงานใหญ่ต้องทำ"
ท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มจางหาย แสงแรกของวันใหม่กำลังจะมาเยือน พร้อมกับแผนการตลบหลังที่แยบยลยิ่งกว่าที่ศัตรูจะจินตนาการได้ เทศกาลกินเจกำลังจะมาถึง และนั่นจะเป็นเวทีประหารที่นางจัดเตรียมไว้ให้พวกมัน!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เทศกาลกินเจและเมนูเต้าหู้]**