ตอนที่ 162

***บทที่ 162: เทศกาลกินเจและเมนูเต้าหู้***

พายุฝนที่โหมกระหน่ำเมื่อค่ำคืนผ่านพ้นไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นดินชื้นและอากาศบริสุทธิ์สดชื่น ราวกับสวรรค์ได้ช่วยชะล้างสิ่งอัปมงคลและแผนการสกปรกของคนชั่วให้มลายหายไปพร้อมกับสายน้ำ แสงอรุณยามเช้าสาดส่องกระทบยอดไม้ในไร่ตระกูลหลิน ธงสีเหลืองตัวอักษรสีแดงคำว่า 'เจ' ปลิวไสวอยู่หน้าภัตตาคารเรือนไม้งาม บ่งบอกถึงการเริ่มต้นของเทศกาลถือศีลกินผักที่ชาวเมืองต่างรอคอย

หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้พักผ่อนตลอดทั้งคืน แต่นางกลับมิได้มีทีท่าอ่อนเพลียแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น นางยืนบัญชาการอยู่ในห้องครัวขนาดใหญ่ กลิ่นหอมกรุ่นของถั่วเหลืองต้มสุกและเครื่องเทศนานาชนิดลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ

"คุณหนูเจ้าคะ แป้งหมี่กึงที่ล้างน้ำแล้ว พักไว้ได้ที่แล้วเจ้าค่ะ" สาวใช้คนสนิทรายงานด้วยความกระตือรือร้น

"ดีมาก นำไปทอดให้เหลืองกรอบ แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน วันนี้เราจะทำให้ทุกคนได้รู้ว่า 'เนื้อสัตว์จากพืช' นั้นรสชาติเลิศล้ำเพียงใด" หลินหว่านเอ๋อร์สั่งการด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

แผนการในวันนี้มิใช่เพียงการขายอาหารเจธรรมดา แต่นางต้องการปฏิวัติวงการอาหารมังสวิรัติ ด้วยความรู้จากโลกเดิม ผนวกกับวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติลับ ถั่วเหลืองเม็ดอวบอิ่มที่ปลูกด้วยน้ำทิพย์ถูกนำมาแปรรูปเป็นเต้าหู้เนื้อเนียนนุ่มดุจแพรไหม และที่สำคัญคือ 'โปรตีนเกษตร' ที่นางดัดแปลงวิธีการทำจนได้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มราวกับเนื้อสัตว์จริงๆ

เมนูเด็ดประจำวันนี้คือ 'เป็ดย่างเจ' ที่ทำจากฟองเต้าหู้ซ้อนทับกันหลายชั้น ปรุงรสด้วยซอสสูตรลับแล้วนำไปรมควันจนหนังกรอบเนื้อนุ่ม และ 'หมูสามชั้นน้ำแดง' ที่ทำจากบุกและเต้าหู้ สลับชั้นไขมันและเนื้อแดงได้อย่างแนบเนียนจนแทบแยกไม่ออก

เมื่อยามซื่อ (09.00-11.00 น.) มาถึง ประตูภัตตาคารเปิดออก ลูกค้าจำนวนมากที่ได้ยินกิตติศัพท์เรื่องรสชาติอาหารของไร่ตระกูลหลินต่างหลั่งไหลเข้ามาจนแน่นขนัด ไม่เพียงแต่ชาวบ้านในละแวกนี้ แม้แต่เศรษฐีและคฤหบดีจากเมืองข้างเคียงที่เคร่งครัดเรื่องการกินเจก็ยังนั่งรถม้าเดินทางมาเพื่อลิ้มลอง

"โอ้โห! นี่หรือคืออาหารเจ? เหตุใดรูปร่างหน้าตาจึงเหมือนไก่แช่เหล้าถึงเพียงนี้!" เถ้าแก่ร้านผ้าไหมจากในเมืองอุทานด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นจานอาหารที่วางลงตรงหน้า

"ลองชิมดูเถิดเจ้าค่ะเถ้าแก่ รับรองว่ารสชาติไม่แพ้หน้าตา" หลินหว่านเอ๋อร์เดินออกมาต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มการค้าที่งดงามหยดย้อย

ทันทีที่ตะเกียบคีบชิ้น 'ไก่เจ' เข้าปาก ดวงตาของเถ้าแก่ร้านผ้าก็เบิกกว้าง เนื้อสัมผัสเด้งสู้ฟัน รสชาติกลมกล่อมแทรกซึมไปทุกอณู ไร้ซึ่งกลิ่นเหม็นเขียวของถั่ว มีแต่ความหอมหวลชวนน้ำลายสอ

"สวรรค์! หากข้าไม่รู้มาก่อนว่าที่นี่ขายอาหารเจ ข้าคงคิดว่ากำลังเคี้ยวเนื้อไก่ชั้นดีอยู่เป็นแน่! อร่อย! อร่อยยิ่งนัก!"

เสียงชื่นชมดังเซ็งแซ่ไปทั่วร้าน บรรยากาศคึกคักมีชีวิตชีวา ยอดขายพุ่งกระฉูดตั้งแต่มื้อแรกของวัน การเปิดตลาดกลุ่มลูกค้ามังสวิรัติของหลินหว่านเอ๋อร์ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเกินความคาดหมาย

ทว่าท่ามกลางความรื่นเริง ย่อมมีมารผจญที่จ้องจะทำลายความสุข

กลุ่มชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสี่ห้าคน สวมชุดมอซอ เดินดุ่มๆ เข้ามาในร้าน พวกมันมิได้มาเพื่อลิ้มรสอาหาร แต่สายตาที่กวาดมองไปรอบๆ เต็มไปด้วยเจตนาหาเรื่อง หนึ่งในนั้นตบโต๊ะเสียงดังปัง! จนถ้วยชามกระเด็น

"เฮ้ย! ไหนบอกว่าโรงเตี๊ยมนี้ขายอาหารเจ! เหตุใดข้าจึงได้กลิ่นมันหมูลอยหึ่งออกมาเช่นนี้!" ชายหัวโล้นผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มตะโกนเสียงกร้าว พลางชี้หน้าด่ากราด "พวกเจ้าหลอกลวงผู้บริโภค! เอาเนื้อสัตว์มาปนเปื้อนหลอกขายคนถือศีล ช่างบาปหนายิ่งนัก!"

ลูกค้าในร้านเริ่มแตกตื่น เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่คือแผนการสกปรกที่ตื้นเขินแต่ได้ผลชะงัดของตระกูลเฉิน หากข่าวลือว่าร้านขายเจใช้ไขมันสัตว์แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงที่สั่งสมมาคงพังทลายในพริบตา

หลินหว่านเอ๋อร์ยืนนิ่งอยู่กลางโถง นางมิได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

"พวกเจ้าว่าเป็นมันหมูรึ?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ทรงอำนาจดุจนางพญา "จมูกสุนัขของพวกเจ้าคงเพี้ยนไปกระมัง หรือไม่ก็คงชินกับกลิ่นสกปรกโสมมที่ติดตัวมา จนแยกแยะกลิ่นหอมของน้ำมันงาบริสุทธิ์ไม่ออก"

"นังเด็กปากกล้า! อย่ามาเล่นลิ้น! วันนี้ข้าจะพังร้านลวงโลกของเจ้าให้ราบ!" ชายหัวโล้นคำรามลั่น ง้างหมัดเตรียมจะพุ่งเข้าใส่นาง

ทว่า... พริบตาต่อมา

*พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!*

เงาร่างสีดำหลายสายพุ่งออกมาจากเงามืด รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ก่อนที่หมัดของชายหัวโล้นจะทันได้สัมผัสแม้แต่ปลายอาภรณ์ของหลินหว่านเอ๋อร์ ร่างของเขาก็ลอยละลิ่วกระเด็นออกไปนอกร้านราวกับว่าวสายป่านขาด

"อั้ก!"

เหล่าลูกสมุนที่เหลือยืนตัวแข็งทื่อ เมื่อพบว่าเบื้องหน้าของพวกตนคือบุรุษฉกรรจ์ในชุดรัดกุมของสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่ง ซึ่งยืนตระหง่านดุจกำแพงเหล็ก แววตาคมกริบของพวกเขาส่งสัญญาณว่า หากขยับแม้แต่ก้าวเดียว... ตาย!

"ลืมไปหรือไรว่าข้าจ้างสำนักคุ้มภัยมาดูแลความเรียบร้อย?" หลินหว่านเอ๋อร์ปัดฝุ่นที่แขนเสื้อเบาๆ ราวกับรังเกียจฝุ่นละอองที่พวกมันนำมา นางก้าวเดินเข้าไปหาชายหัวโล้นที่นอนจุกอยู่กับพื้นหน้าประตูร้าน สายตาของนางกดมองต่ำลงมาราวกับมองมดปลวก

"กลับไปบอกนายของพวกเจ้า... ตระกูลเฉินหรือใครหน้าไหนก็ตามที่ส่งพวกเจ้ามา" นางเอ่ยเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงวงใน แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ว่าถ้าคิดจะใช้วิธีกระจอกงอกง่อยพรรค์นี้มาทำลายข้า ก็เตรียมโลงศพไว้รอได้เลย เพราะครั้งหน้า ข้าจะไม่แค่ให้คนโยนพวกเจ้าออกมา แต่ข้าจะหักแขนหักขาแล้วส่งกลับไปใส่พานคืนเจ้าของ!"

"จะ... จำไว้!" ชายหัวโล้นกัดฟันกรอด พยุงร่างลุกขึ้นแล้วรีบพาลูกน้องวิ่งหนีหางจุกตูดไป ท่ามกลางเสียงโห่ฮาของลูกค้าที่สะใจกับการจัดการที่เด็ดขาด

หลินหว่านเอ๋อร์หันกลับมายิ้มหวานให้ลูกค้าในร้านราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ขออภัยในความไม่สะดวกเจ้าค่ะทุกท่าน เพื่อเป็นการปลอบขวัญ วันนี้ข้าขอมอบ 'น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง' ให้ทุกโต๊ะฟรีคนละหนึ่งถ้วย!"

เสียงเฮดังลั่นร้านอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดมลายหายไป กลับกลายเป็นความชื่นมื่นและการสรรเสริญในความใจกว้างและเก่งกาจของเถ้าแก่เคนน้อยผู้นี้

ตลอดทั้งวัน เมนูเต้าหู้และอาหารเจสูตรพิเศษขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เงินทองไหลมาเทมาเข้ากระเป๋าตระกูลหลินไม่ขาดสาย จนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มฉาบทาไปทั่วท้องนภา

หลินหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง มองดูยอดขายในบัญชีด้วยความพึงพอใจ แต่นางรู้ดีว่าชัยชนะในวันนี้เป็นเพียงยกแรก ศัตรูในที่แจ้งอย่างตระกูลเฉินเริ่มเผยตัวตนชัดเจนขึ้น แต่สิ่งที่นางกังวลมิใช่พวกมัน หากแต่เป็นทรัพยากรใหม่ๆ ที่ต้องเร่งหามาเสริมความแข็งแกร่งให้กิจการ

สายตาของนางทอดมองไปยังทิวเขาสลับซับซ้อนเบื้องหลังไร่ ป่าลึกที่ยังไม่มีใครกล้าเข้าไปสำรวจอย่างจริงจัง

"น้ำตาลเริ่มจะขาดแคลนแล้ว..." นางพึมพำกับตนเอง "อาหารคาวหวานของข้าต้องใช้น้ำตาลและน้ำผึ้งจำนวนมาก หากซื้อจากภายนอก ต้นทุนจะสูงเกินไปและควบคุมคุณภาพยาก"

ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เคยมีคำบอกเล่าจากพรานป่าชราผู้หนึ่ง ว่าในหุบเขาลึกนั้นมีดงดอกไม้ป่าขนาดมหึมาที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล และที่นั่น... อาจมีขุมทรัพย์สีทองอำพันซุกซ่อนอยู่

"พรุ่งนี้... ข้าจะเข้าป่า"

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้างาม แววตาของนางเป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า การผจญภัยครั้งใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น และสิ่งที่นางจะนำกลับมา ย่อมต้องสั่นสะเทือนวงการค้าขายอีกครา!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การค้นพบในหุบเขา: รังผึ้งหลวง]**