ตอนที่ 169

***บทที่ 169: ความลับในป่าหมอกเขียว (ตอนที่ 2)***

หลังจากเก็บป้ายหยกปริศนาเข้าสู่มิติลับส่วนตัว หลินหว่านเอ๋อร์ก็ก้าวออกจากถ้ำด้วยฝีเท้าที่มั่นคงกว่าเดิม แสงตะวันยามเย็นสาดส่องลอดแมกไม้ลงมากระทบใบหน้านวลเนียนที่บัดนี้ไร้ซึ่งความตระหนก เหลือเพียงความเยือกเย็นดุจน้ำนิ่งไหลลึก ภารกิจจากระบบเป็นเพียงเครื่องยืนยันในสิ่งที่นางสงสัย แต่เบาะแสที่แท้จริงนั้น นางต้องไปง้างปากเอาจาก "พยาน" ที่ยังมีลมหายใจ

เป้าหมายของนางไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'ลุงเฒ่าจาง' พรานป่าอาวุโสที่สุดในหมู่บ้านสกุลหลิน ชายชราผู้เจนจัดเรื่องป่าเขายิ่งกว่าผู้ใด และมีความสัมพันธ์อันดีกับบิดาของนางมาเนิ่นนาน หากจะมีใครสักคนที่สังเกตเห็นความผิดปกติในวันที่บิดาหายตัวไป ก็ย่อมต้องเป็นเขา

บ้านของพรานจางตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน ปลีกตัวออกจากความวุ่นวาย หว่านเอ๋อร์กระชับตะกร้าสมุนไพรในมือ แสร้งทำเป็นแวะมาเยี่ยมเยียนตามมารยาท เมื่อไปถึง นางพบชายชราผมขาวโพลนกำลังนั่งเหลาไม้ไผ่เพื่อทำลูกธนูอยู่หน้ากระท่อม ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาและประสบการณ์

"ท่านปู่จาง เจ้าคะ" หว่านเอ๋อร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ใบหน้าประดับรอยยิ้มไร้เดียงสา ทว่าดวงตากลับฉายแววคมกริบ

ชายชราเงยหน้าขึ้น หรี่ตามองผู้มาเยือนก่อนจะยิ้มตอบ "อ้อ... นังหนูหว่านเอ๋อร์รึ หายหน้าหายตาไปนาน โตขึ้นเป็นสาวงามเชียวนะ วันนี้ลมอะไรหอบเจ้ามาถึงที่นี่ได้?"

"ข้าขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร ขากลับผ่านทางนี้จึงแวะเอาสมุนไพรบำรุงเส้นเอ็นมาฝากท่านเจ้าค่ะ" นางวางห่อสมุนไพรลงบนโต๊ะไม้เก่าคร่ำครึอย่างนอบน้อม ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนตั่งไม้ไผ่ฝั่งตรงข้าม

ทั้งสองสนทนาเรื่องสัพเพเหระอยู่ครู่หนึ่ง หว่านเอ๋อร์ใช้ทักษะการเจรจาอันชาญฉลาดตะล่อมถามถึงเรื่องราวในอดีตอย่างแนบเนียน จนกระทั่งวกเข้าสู่เรื่องที่นางต้องการรู้มากที่สุด

"ท่านปู่จาง... ข้าฝันเห็นท่านพ่อบ่อยครั้งในช่วงนี้ ในฝันท่านพ่อดูทุกข์ทรมานนัก ข้าเลยสงสัยว่า... วันที่ท่านพ่อประสบอุบัติเหตุตกเขา มีสิ่งใดที่ดูผิดปกติบ้างหรือไม่เจ้าคะ?"

ทันทีที่สิ้นคำถาม มือที่กำลังเหลาไม้ไผ่ของพรานจางก็ชะงักกึก สีหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดและลำบากใจ ชายชราวางมีดลง ถอนหายใจยาวเหยียดราวกับแบกความลับบางอย่างไว้มานานปี

"นังหนู... เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว เจ้าจะรื้อฟื้นให้เจ็บปวดใจไปไย?"

"เพราะความจริงคือสิ่งเดียวที่จะปลดปล่อยวิญญาณท่านพ่อได้ ท่านปู่จาง ท่านเองก็รักเอ็นดูท่านพ่อข้าเหมือนลูกหลาน ท่านทนเห็นเขามีมลทินมัวหมองว่าเป็นคนประมาทจนตกเขาตายเองได้หรือเจ้าคะ?" หว่านเอ๋อร์รุกไล่ด้วยวาจาที่บีบคั้นหัวใจ แววตาของนางเด็ดเดี่ยวจนชายชราต้องหลบสายตา

ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ ในที่สุดพรานจางก็หยิบกล้องยาสูบขึ้นมาจุดสูบ ควันสีเทาลอยฟุ้งกระจาย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยปาก

"วันนั้น... มันไม่ใช่วันธรรมดาอย่างที่ใครเขาพูดกันหรอก" เสียงของเขาแหบพร่าและแผ่วเบา ราวกับกลัวว่ากำแพงจะมีหู "ข้าจำได้แม่นยำ เช้าตรู่วันนั้นมีกลุ่มคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้าน พวกมันไม่ใช่ชาวบ้านร้านตลาด หรือพ่อค้าทั่วไป แต่ดูจากการแต่งกายและท่าทางหยิ่งยโสนั่น... น่าจะเป็นพวกตระกูลใหญ่จากในเมือง หรืออาจจะมาจากที่ไกลกว่านั้น"

หว่านเอ๋อร์หูผึ่ง ข้อมูลนี้ตรงกับป้ายหยกแกะสลักลวดลายวิจิตรที่นางพบในถ้ำอย่างพอดิบพอดี

"คนพวกนั้นต้องการคนนำทางเข้าไปในส่วนลึกของป่าหมอกเขียว" พรานจางเล่าต่อ นัยน์ตาฉายแววรังเกียจเมื่อนึกถึงอดีต "พ่อของเจ้าเป็นพรานฝีมือดีที่สุด ย่อมเป็นตัวเลือกแรก พวกมันเสนอเงินก้อนโตที่มากพอจะให้ครอบครัวเจ้าอยู่สบายไปทั้งชาติ พ่อเจ้าจึงรับปาก... แต่สิ่งที่ข้าสงสัยมาตลอดคือ 'เจ้าลุงใหญ่' ของเจ้าต่างหาก"

"ลุงใหญ่?" หว่านเอ๋อร์ทวนคำ เสียงเย็นชาลงหลายส่วน

"ใช่... หลินต้าปั๋ว ปกติมันขี้ขลาดตาขาว เข้าป่าทีไรก็หลงทิศหลงทาง แต่พอเห็นกลุ่มคนแปลกหน้านั้น มันกลับเสนอหน้าอาสาขอติดตามไปด้วย อ้างว่าจะเป็นลูกมือช่วยพ่อเจ้า ทั้งที่จริงมันแทบจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่ารอยเท้ากวางกับรอยเท้าหมูป่าต่างกันอย่างไร" พรานจางแค่นเสียงฮึดฮัด "ข้าพยายามห้ามพ่อเจ้าแล้ว แต่มันก็ดื้อดึงจะตามไปให้ได้ สุดท้ายพ่อเจ้าผู้ใจอ่อนก็ยอมให้มันไปด้วย"

ภาพเหตุการณ์ในหัวของหว่านเอ๋อร์เริ่มปะติดปะต่อกันเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้น พ่อผู้เก่งกาจ ลุงใหญ่ผู้โลภมาก และกลุ่มคนลึกลับที่มีป้ายหยกประจำตระกูล

"แล้วตอนกลับมาล่ะเจ้าคะ?" นางถามจี้จุดสำคัญ

พรานจางวางกล้องยาสูบลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นที่เก็บกดมานาน "นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าคับแค้นใจที่สุด! ตอนเย็นวันนั้น หลินต้าปั๋ววิ่งหน้าตื่นกลับมาคนเดียว ร้องห่มร้องไห้ปานจะขาดใจ บอกว่าพ่อเจ้าลื่นพลัดตกหน้าผาในป่าหมอกเขียวเพราะหมอกลงจัด... แต่นังหนู เจ้าลองตรึกตรองดูเถิด"

ชายชราโน้มตัวเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงเข้ม "คนเราถ้าเห็นน้องชายตกหน้าผา ต่อให้ช่วยไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องพยายามปีนป่าย หรือชะโงกดูจนเนื้อตัวเปรอะเปื้อนดินโคลน หรือมีรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้บ้าง... แต่วันนั้น เสื้อผ้าของหลินต้าปั๋วมัน 'สะอาด' เกินไป"

ดวงตาของหว่านเอ๋อร์วาวโรจน์ราวกับมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ภายใน

"รองเท้าของมันแทบไม่มีโคลนติด ชายเสื้อไม่มีรอยขาด ร่างกายไร้บาดแผล... มันเหมือนกับคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ หรือไม่ก็... เป็นคนลงมือผลักเสียเอง แล้วค่อยวิ่งกลับมาปั้นน้ำเป็นตัว!" พรานจางทุบกำปั้นลงกับตั่งไม้ระบายอารมณ์ "ข้าพยายามบอกหัวหน้าหมู่บ้าน แต่ไม่มีใครเชื่อข้า เพราะไม่มีหลักฐาน ส่วนคนกลุ่มนั้นก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย"

"ขอบคุณท่านปู่จางมากเจ้าค่ะ คำพูดของท่านในวันนี้ มีค่ายิ่งกว่าทองคำพันตำลึง" หว่านเอ๋อร์ลุกขึ้นยืน น้อมคำนับชายชราด้วยความซาบซึ้งใจอย่างแท้จริง

เมื่อเดินออกมาจากบ้านของพรานจาง ท้องฟ้าได้เปลี่ยนเป็นสีมืดสนิท ดวงดาราเริ่มทอแสงระยิบระยับ ทว่าในใจของหลินหว่านเอ๋อร์กลับดำมืดยิ่งกว่าราตรี

จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญถูกวางลงในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว

คนแปลกหน้าว่าจ้างพ่อ... ลุงใหญ่ผู้โลภมากเสนอตัวไปด้วย... ป้ายหยกตกอยู่ในถ้ำ... พ่อตกหน้าผาตาย... ลุงใหญ่กลับมาอย่างสะอาดสะอ้าน... และล่าสุด เงินทองที่บ้านใหญ่ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ทั้งที่ไม่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ

"หลินต้าปั๋ว..." หว่านเอ๋อร์พึมพำชื่อนี้ออกมา มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ใครเห็นเป็นต้องขนลุก

นางมั่นใจแล้วว่านี่ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรมเพื่อแลกกับผลประโยชน์ ลุงใหญ่คงสมรู้ร่วมคิดกับคนกลุ่มนั้น หรือไม่ก็ขโมยป้ายหยกมาแล้วทำข้อตกลงสกปรกบางอย่าง ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร เขาก็มีส่วนทำให้พ่อของนางต้องตาย และทำให้นางกับแม่ต้องตกระกำลำบากมาหลายปี

หลักฐานทางกายภาพคือป้ายหยก พยานบุคคลคือพรานจาง แต่นั่นยังไม่พอที่จะลากคอคนชั่วอย่างหลินต้าปั๋วและพรรคพวกออกมาลงทัณฑ์ได้ตามกฎหมู่บ้าน นางต้องการให้มันจนมุมด้วยความหวาดกลัว ต้องการให้ความผิดบาปที่มันก่อไว้ตามหลอกหลอนจนมันต้องเผยพิรุธออกมาเอง

สมองอันชาญฉลาดของหว่านเอ๋อร์เริ่มวางแผนการอันซับซ้อนทันที นางจะไม่บุกไปโวยวายให้ไก่ตื่น แต่จะใช้วิธี 'ตีหญ้าให้งูตื่น' และ 'ล่อเสือออกจากถ้ำ'

"ในเมื่อพวกเจ้าคิดว่าความลับนี้ถูกฝังไปพร้อมกับท่านพ่อแล้ว... ข้าก็จะขุดมันขึ้นมา และทำให้พวกเจ้ารู้ว่า วิญญาณที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น น่ากลัวเพียงใด"

หญิงสาวกระชับเสื้อคลุม เดินฝ่าความมืดกลับไปยังบ้านด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นดั่งขุนเขา แผนการขั้นต่อไปกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และคราวนี้ นางจะเป็นผู้ล่า ส่วนพวกมันจะเป็นเหยื่อ!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: แผนล่อเสือออกจากถ้ำ]**