ตอนที่ 179

***บทที่ 179: ลุงใหญ่จนตรอก***

ลมหนาวพัดกรรโชกมาวูบหนึ่ง หอบเอาใบไม้แห้งปลิวว่อนไปทั่วลานหน้าเหลาอาหารอันเลื่องชื่อที่สุดในเมือง ทว่าความหนาวเหน็บของอากาศนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับความยะเยือกที่เกาะกุมขั้วหัวใจของหลินต้าเจียง

ชายวัยกลางคนผู้เคยโอ้อวดวางอำนาจ บัดนี้สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เขากระเสือกกระสนฝ่าฝูงชนและเสี่ยวเอ้อร์หน้าประตู เข้ามายังห้องรับรองพิเศษชั้นบนสุด

"หลีกไป! ข้าบอกให้หลีกไป! ข้าเป็นลุงแท้ๆ ของนาง!" หลินต้าเจียงตะคอกใส่บ่าวรับใช้ที่พยายามขวางทาง แววตาของเขาแดงก่ำดั่งคนเสียสติ

"ให้เขาเข้ามา"

สุรเสียงใสกระจ่างทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจดังลอดออกมาจากด้านใน บ่าวรับใช้จึงยอมถอยเปิดทางให้

เมื่อบานประตูไม้แกะสลักถูกผลักออก กลิ่นหอมกรุ่นของชาชั้นเลิศก็ลอยมาแตะจมูก หลินต้าเจียงถลันเข้าไปในห้อง ร่างกายโซซัดโซเซแทบจะล้มพับลงกับพื้น

เบื้องหน้าของเขา คือหลินหว่านเอ๋อร์... หลานสาวที่เขาเคยดูแคลนว่าไร้ค่า

นางนั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์ทวงท่วงท่าสง่างามดุจธิดาเทพ มือเรียวขาวดั่งหยกกำลังรินน้ำชาลงในถ้วยเคลือบใบจิ๋ว ควันสีขาวจางๆ ลอยอ้อยอิ่งขึ้นมา บดบังดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเย็นชาและลึกล้ำเกินหยั่งถึง

"หว่านเอ๋อร์! หว่านเอ๋อร์หลานรัก!" หลินต้าเจียงถลาเข้าไปคุกเข่าลงข้างโต๊ะ มือที่สั่นเทาพยายามจะคว้าชายแขนเสื้อของนาง แต่ถูกสายตาคมกริบหยุดยั้งไว้เสียก่อน

"ลุงใหญ่... ดูท่านเหนื่อยหอบเพียงนี้ มีเรื่องอันใดเร่งด่วนหรือเจ้าคะ?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับไม่เห็นสภาพอันน่าสมเพชของคนตรงหน้า

"ช่วยข้าด้วย! เจ้าต้องช่วยลุงนะ!" หลินต้าเจียงละล่ำละลัก เสียงแหบแห้งเต็มไปด้วยความหวาดผวา "คนพวกนั้น... พวกบ่อนพนัน... มันตามข้ามา มันบอกว่าถ้าวันนี้ข้าไม่มีเงินห้าร้อยตำลึงไปคืน มันจะตัดแขนตัดขาข้าโยนให้หมากิน!"

เขามองหลานสาวด้วยสายตาเว้าวอน ผสมปนเปกับความโลภเมื่อเห็นปิ่นปักผมทองคำบนศีรษะของนาง "เจ้า... เจ้าเพิ่งชนะการประลอง เจ้ามีเงินรางวัล เจ้ามีป้ายทอง... แค่เศษเงินห้าร้อยตำลึง สำหรับเจ้าตอนนี้มันเล็กน้อยนัก! เห็นแก่ที่ข้าเป็นพี่ชายพ่อเจ้า เห็นแก่ย่าเจ้า ช่วยข้าสักครั้งเถอะ!"

หลินหว่านเอ๋อร์วางถ้วยชาลงเบาๆ เสียงกระทบของกระเบื้องดังก้องในความเงียบ นางปรายตามองลุงใหญ่ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ความรู้สึกสงสาร

"ห้าร้อยตำลึง..." นางทวนคำช้าๆ "มิใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะเจ้าคะ สำหรับชาวบ้านธรรมดาต้องหาทั้งชีวิต... ท่านลุงใหญ่ ท่านช่างกล้าหาญนักที่เอาเงินมากมายขนาดนี้ไปละลายในบ่อน"

"ข้าผิดไปแล้ว! ข้าสาบานว่าจะไม่เล่นอีก!" หลินต้าเจียงโขกศีรษะลงกับพื้น เสียงดัง 'ตึง ตึง' "แต่ครั้งนี้เจ้าต้องช่วยข้าก่อน ไม่อย่างนั้นข้าตายแน่ๆ!"

หลินหว่านเอ๋อร์แสยะยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หลินต้าเจียงรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง

"ท่านลุงใหญ่... ท่านลืมไปแล้วหรือว่า บ้านรองกับบ้านใหญ่ตัดขาดจากกันแล้ว หนังสือตัดขาดญาตินั้นยังประทับตราสีแดงชัดเจน ข้าไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบหนี้สินที่ท่านก่อ"

"แต่สายเลือดมันตัดไม่ขาด!" หลินต้าเจียงโวยวาย หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นท่าทีแข็งกร้าวของนาง "เจ้าจะใจดำดูดายให้ลุงแท้ๆ ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาหรือไร? พ่อเจ้าที่อยู่บนสวรรค์คงไม่ให้อภัยเจ้าแน่!"

เมื่อเอ่ยถึงบิดา บรรยากาศภายในห้องพลันเปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างบางของดรุณีน้อย หลินหว่านเอ๋อร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ นางเดินมายืนค้ำหัวหลินต้าเจียง แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความเคียดแค้นที่ซ่อนเร้นมานาน

"ท่านกล้าเอ่ยชื่อท่านพ่อของข้าหรือ?" น้ำเสียงของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี "ท่านลุงใหญ่... ท่านยังจำเหตุการณ์วันที่ท่านพ่อตกหน้าผาได้หรือไม่?"

หลินต้าเจียงสะดุ้งเฮือก รูม่านตาหดเกร็งทันที "ระ... เรื่องนั้น... มันเป็นอุบัติเหตุ..."

"อุบัติเหตุ..." หลินหว่านเอ๋อร์แค่นหัวเราะ นางเดินไปหยิบตั๋วแลกเงินปึกหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วโยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา

ปึกตั๋วเงินหนาเตอะนั้นมีมูลค่ามหาศาล เพียงพอที่จะใช้หนี้ให้เขาได้ถึงสิบครั้ง ดวงตาของหลินต้าเจียงเบิกโพลงด้วยความโลภ เขาทำท่าจะกระโจนเข้าใส่ แต่หลินหว่านเอ๋อร์ใช้พัดด้ามจิ๋วกดทับตั๋วเงินไว้

"เงินนี่... ข้าให้ท่านได้" นางเอ่ยเสียงต่ำ "แลกกับสิ่งเดียว"

"อะ... อะไรก็ได้! ข้ายอมทุกอย่าง!" หลินต้าเจียงตอบรับโดยไม่คิดชีวิต ความตายที่รออยู่หน้าประตูบีบคั้นจนเขาสิ้นไร้สติสัมปชัญญะ

"ความจริง" หลินหว่านเอ๋อร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ลุกลี้ลุกลนของเขา "เล่าความจริงในวันนั้นมา... วันที่ท่านพ่อของข้า 'พลัดตก' หน้าผา ท่านอยู่กับเขาใช่หรือไม่? เกิดอะไรขึ้นกันแน่? หากท่านโกหกแม้แต่ครึ่งคำ..."

นางชี้มือไปทางหน้าต่าง ด้านล่างนั้น กลุ่มชายฉกรรจ์ร่างยักษ์กำลังยืนเฝ้ารออยู่อย่างกระหายเลือด

"ข้าจะโยนท่านลงไปให้พวกมันเดี๋ยวนี้"

หลินต้าเจียงตัวสั่นงันงก เหงื่อกาฬไหลพรากเต็มใบหน้า เขาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากไม่พูด เขาตายแน่ แต่หากพูด... โทษทัณฑ์ของการฆาตกรรมน้องชายตัวเองก็สาหัสไม่ต่างกัน

แต่ทว่า... คุกหลวงอาจจะยังมีข้าวกิน มีชีวิตรอด แต่เจ้าหนี้โหดพวกนั้นไม่ปรานีใคร ความกลัวตายในปัจจุบันมีอำนาจเหนือความกลัวต่อกฎหมายในอนาคต

"ข้า... ข้า..." ปากของเขาขยับ แต่เสียงกลับติดอยู่ในลำคอ

หลินหว่านเอ๋อร์ไม่เร่งเร้า นางเพียงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่ความตาย

โดยที่หลินต้าเจียงไม่ทันสังเกต หลังฉากกั้นลายวิหคเพลิงที่ตั้งอยู่มุมห้อง เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งนิ่งเงียบ ในมือถือพู่กันจดบันทึกทุกถ้อยคำ นายอำเภอเจิ้ง ผู้เที่ยงธรรมและเกลียดชังความอยุติธรรม ถูกหลินหว่านเอ๋อร์เชิญมาจิบชา 'ลับๆ' ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว

กับดักนี้... นางวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ รอเพียงเหยื่อเดินเข้ามาติดบ่วงเท่านั้น

"เวลาของท่านมีไม่มากนะเจ้าคะ" หลินหว่านเอ๋อร์เอ่ยเตือน "ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินขึ้นบันไดมาแล้ว"

ประโยคนั้นเป็นดั่งฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้สติของหลินต้าเจียงขาดผึง

"ข้าพูด! ข้าจะพูดแล้ว!" หลินต้าเจียงตะโกนลั่น น้ำตาไหลพรากด้วยความขลาดเขลา "วันนั้น... วันนั้นข้าไม่ได้ตั้งใจ! มีคนจ้างข้า! มีคนเอาเงินมายัดใส่มือข้า!"

ดวงตาของหลินหว่านเอ๋อร์หรี่ลง ประกายอำมหิตวาบผ่าน "ใคร? ใครเป็นคนจ้างท่าน?"

หลินต้าเจียงทรุดตัวลงกองกับพื้น ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ เขาเงยหน้ามองหลานสาว สารภาพความจริงที่เก็บงำไว้ในใจมาตลอดหลายปีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ข้า... ข้าไม่รู้จักชื่อพวกมัน แต่พวกมันแต่งตัวดี... มันบอกว่าพ่อเจ้าไปรู้เห็นเรื่องที่ไม่ควรรู้... ไปได้ยินความลับของ 'ตระกูลเฉิน' เข้า..."

หลินหว่านเอ๋อร์กำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อจนเจ็บแปลบ

'ตระกูลเฉิน...'

"มันให้เงินข้าห้าสิบตำลึง... บอกให้ข้าหาจังหวะตอนขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร... ผลัก... ผลักเขาลงไป..." หลินต้าเจียงร้องไห้โฮ "ข้าโลภเอง! ข้ามันชั่วช้า! แต่ข้าก็กลัว... ตอนนั้นข้าแค่ผลักเบาๆ ข้าไม่คิดว่าเขาจะตกลงไปจริงๆ... หว่านเอ๋อร์ ข้าขอโทษ!"

คำสารภาพดังก้องไปทั่วห้อง เงาร่างหลังฉากกั้นขยับตัวลุกขึ้นยืนทันที

หลินหว่านเอ๋อร์มองลุงใหญ่ที่หมอบกราบอยู่แทบเท้าด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย มันมิใช่ความสะใจ แต่มันคือความเวทนาปนสมเพช และความโกรธแค้นที่ลุกโชนดุจไฟบรรลัยกัลป์

นางค่อยๆ หันหน้าไปทางฉากกั้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่ก้องกังวาน

"ท่านนายอำเภอ... ท่านได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?"

หลินต้าเจียงสะดุ้งสุดตัว เขาค่อยๆ หันขวับไปมองที่ฉากกั้นด้วยดวงตาเบิกโพลงแทบถลน ความหวาดกลัวขั้นสุดขีดแล่นปราดขึ้นสมองเมื่อเห็นร่างในชุดขุนนางเดินออกมาจากหลังฉาก ใบหน้าเคร่งขรึมดุดันราวกับยมทูต

"ชัดเจนทุกพยางค์!" นายอำเภอเจิ้งคำรามก้อง "หลินต้าเจียง... เจ้าบังอาจก่อคดีสะเทือนขวัญ สังหารน้องชายร่วมสายเลือดเพียงเพราะเศษเงิน! ทหาร! เข้ามาจับกุมมันเดี๋ยวนี้!"

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับประตูห้องที่เปิดออก ทหารในชุดเครื่องแบบพุ่งตัวเข้ามาล้อมจับลุงใหญ่ที่กำลังตะลึงงันจนทำอะไรไม่ถูก

หลินหว่านเอ๋อร์ยืนมองภาพความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยสายตาเย็นชา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น

'ท่านพ่อ... ลูกเริ่มทวงคืนความยุติธรรมให้ท่านได้แล้ว แต่นี่ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น...'

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความจริงเปิดเผย: ค่าจ้างบาป]**