ตอนที่ 181

***บทที่ 181: การล่มสลายของบ้านใหญ่***

แสงอรุณรุ่งรางสาดส่องลงมายังหมู่บ้านสกุลหลิน ทว่าเช้านี้กลับมิได้นำมาซึ่งความสดใส เฉกเช่นทุกวัน ข่าวร้ายมักเดินทางไวกว่าม้าเร็ว เพียงชั่วข้ามคืน เรื่องราวอัปยศอดสูของหลินต้าเจียงที่ถูกจับกุมในข้อหาพยายามฆ่าหลินต้าซานผู้เป็นน้องชายแท้ๆ เพื่อแลกกับเศษเงิน ก็แพร่สะพัดไปทั่วราวกับไฟลามทุ่ง

เสียงซุบซิบนินทาดังอื้ออึงไปทั่วตลาดเช้าและลานซักล้างริมลำธาร

"เจ้าได้ยินหรือไม่! หลินต้าเจียงจิตใจอำมหิตนัก ถึงกับกล้าจ้างคนไปดักทำร้ายน้องชายตัวเองจนเกือบตาย!" หญิงชาวบ้านคนหนึ่งกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

"ข้าบอกแล้วว่าคนบ้านใหญ่ตระกูลหลินคบไม่ได้! ดูเอาเถิด พ่อแม่ลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน สุดท้ายก็เลี้ยงงูพิษขึ้นมาตัวหนึ่ง กัดกินกันเองจนพินาศ" ป้าหวังที่เคยมีเรื่องขัดใจกับแม่เฒ่าจางถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างรังเกียจ

ในขณะที่ชาวบ้านกำลังรุมสาปแช่ง ความโกลาหลที่แท้จริงกลับกำลังระเบิดขึ้นภายในบ้านใหญ่ตระกูลหลิน

บรรยากาศภายในเรือนที่เคยโอ่อ่าบัดนี้ตลบอบอวลไปด้วยความตึงเครียดและความหวาดกลัว ป้าสะใภ้ใหญ่ หรือภรรยาของหลินต้าเจียง มีใบหน้าซีดเผือด นางเดินวนไปเวียนมาในห้องนอน รื้อค้นหีบสมบัติและลิ้นชักทุกแห่งจนข้าวของกระจัดกระจาย

"ไม่ได้... ข้าจะอยู่ไม่ได้..." นางพึมพำกับตัวเอง มือไม้สั่นเทาขณะโกยเสื้อผ้าและเครื่องประดับเงินใส่ห่อผ้า "ผัวข้าติดคุกข้อหาร้ายแรงปานนั้น โทษประหารรออยู่เห็นๆ ทรัพย์สินทั้งหมดจะต้องถูกยึด ข้าจะมัวรอให้พวกมือปราบมาลากตัวข้าไปสอบสวนหรือไร!"

"สะใภ้ใหญ่! นั่นเจ้ากำลังทำอะไร!"

เสียงแหบพร่าตะโกนมาจากเตียงไม้เก่าคร่ำคร่า แม่เฒ่าจางที่ล้มป่วยจนเดินเหินไม่สะดวกนอนมองการกระทำของลูกสะใภ้ด้วยสายตาตื่นตะลึง ร่างกายที่ผ่ายผอมของนางสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ

"เจ้าจะขนของไปไหน! เงินนั่น... นั่นมันเงินเก็บของข้า! เงินโลงศพของข้า!" แม่เฒ่าจางพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับหดหายไปสิ้น

ป้าสะใภ้ใหญ่หันขวับมามองแม่ผัวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่มีความเคารพยำเกรงหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความรังเกียจเดียดฉันท์และความเห็นแก่ตัวที่ฉายชัด

"หุบปากเดี๋ยวนี้ยัยแก่!" นางตวาดลั่น พลางคว้าถุงเงินที่ซ่อนอยู่ใต้ฟูกของแม่เฒ่าจางออกมาหน้าตาเฉย "เงินโลงศพอะไรกัน! ลูกชายเจ้ากำลังจะตายในคุก ข้าเองก็ต้องหาทางรอด จะให้ข้าอยู่เฝ้าซากเรือนผุๆ กับคนแก่ใกล้ตายอย่างเจ้าหรือฝันไปเถอะ!"

"เจ้า! นังคนอกตัญญู! ข้าอุตส่าห์รักและเอ็นดูเจ้ามากกว่าสะใภ้คนไหนๆ!" แม่เฒ่าจางกรีดร้อง น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลพราก "ต้าเจียง! ต้าเจียงอยู่ไหน มาดูเมียเจ้าทำกับแม่สิ!"

"ต้าเจียงของเจ้ามันจบสิ้นแล้ว!" ป้าสะใภ้ใหญ่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม นางผูกห่อผ้าแน่นหนาแล้วสะพายขึ้นบ่า "เขากล้าทำเรื่องชั่วช้าจนถูกทางการจับ ข้าไม่ยอมเอาชีวิตไปทิ้งกับตระกูลล่มจมของพวกเจ้าหรอก ข้าจะกลับบ้านเดิม!"

"อย่าไปนะ! เอาเงินข้าคืนมา!" แม่เฒ่าจางพยายามเอื้อมมือไขว่คว้า แต่ป้าสะใภ้ใหญ่กลับผลักร่างผอมแห้งนั้นจนล้มกระแทกหมอน

"ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาที่ข้าต้องมาตกระกำลำบากกับลูกชายเจ้าก็แล้วกัน!"

สิ้นคำนั้น ป้าสะใภ้ใหญ่ก็หันหลังเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไป โดยไม่เหลียวแลเสียงร้องโหยหวนของแม่เฒ่าจางที่ดังไล่หลังมาแม้แต่น้อย นางรีบเร่งฝีเท้าหนีออกจากหมู่บ้านทางเส้นทางลัด ทิ้งให้บ้านใหญ่ตระกูลหลินที่เคยหยิ่งผยอง เหลือเพียงความว่างเปล่าและเสียงสะอื้นไห้ของผู้เฒ่าที่ถูกทอดทิ้ง

หลายชั่วยามผ่านไป ข่าวเรื่องป้าสะใภ้ใหญ่หอบเงินหนีก็ตามมาติดๆ สภาพของบ้านใหญ่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับบ้านร้าง แม่เฒ่าจางนอนจมกองทุกข์ หิวโหยและเปรอะเปื้อนไปด้วยสิ่งปฏิกูลที่นางกลั้นไม่อยู่ ร่างกายที่เป็นอัมพาตครึ่งซีกทำให้นางไม่อาจลุกไปไหนได้ ได้แต่นอนรอความตายอย่างน่าเวทนา

ชาวบ้านที่ผ่านไปมาต่างส่ายหน้า แม้จะสมเพชแต่ก็ไม่มีใครอยากยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะกลัวจะติดร่างแหคดีความไปด้วย จนกระทั่งผู้ใหญ่บ้านทนดูไม่ไหว ต้องบากหน้าไปหาหลินหว่านเอ๋อร์ที่เรือน

หลินหว่านเอ๋อร์นั่งจิบชาหอมกรุ่นอยู่ที่ศาลาริมน้ำ สีหน้าเรียบเฉยเมื่อฟังคำบอกเล่าของผู้ใหญ่บ้าน

"แม่นางหลิน... ข้ารู้ว่าพวกเจ้าตัดขาดกันแล้ว และสิ่งที่พวกเขาทำกับครอบครัวเจ้ามันยากจะให้อภัย" ผู้ใหญ่บ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงเกรงใจ "แต่ตอนนี้แม่เฒ่าจางน่าเวทนานัก นางขยับตัวไม่ได้ ข้าวปลาไม่ได้ตกถึงท้องมาเกือบวันแล้ว หากปล่อยไว้เช่นนี้คงไม่พ้นต้องตายอย่างทรมาน เจ้า... พอจะ..."

หลินหว่านเอ๋อร์วางถ้วยชาลงเบาๆ เสียงกระเบื้องกระทบจานรองดังกังวานใส ทว่าแววตาของนางกลับลึกล้ำดุจบ่อน้ำพันปี

"ท่านลุงผู้ใหญ่บ้าน..." หว่านเอ๋อร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าเคยสาบานไว้แล้วว่า จะไม่เหยียบย่างเข้าไปในบ้านหลังนั้นอีก และคนเหล่านั้นก็ไม่ใช่ญาติของข้าอีกต่อไป"

ผู้ใหญ่บ้านหน้าสลดลง เตรียมจะขอตัวกลับ แต่หลินหว่านเอ๋อร์ก็เอ่ยต่อ

"แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ และเพื่อไม่ให้เป็นที่ครหาว่าข้าใจดำอำมหิตเกินไป... ข้าจะจ้างคนไปดูแลนาง"

หว่านเอ๋อร์หยิบเงินตำลึงจำนวนหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ "ท่านช่วยนำเงินนี้ไปจ้างป้าจางหรือใครก็ได้ในหมู่บ้านที่พอจะมีเวลา ให้ไปคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดตัวให้นางวันละสามเวลา ส่วนเรื่องหยูกยา ข้าจะให้คนจัดหาไปให้ตามสมควร"

"แต่ข้าขอย้ำ..." หว่านเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น สบตาผู้ใหญ่บ้านด้วยแววตาเด็ดขาด "ข้าจะไม่ไปเยี่ยม ไม่ไปดูใจ และจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดๆ เป็นการส่วนตัวอีก หน้าที่ของข้ามีเพียงเท่านี้... คือการไม่ปล่อยให้นางอดตาย แต่จะให้ข้าไปแสดงความกตัญญูกับคนที่จ้องจะทำลายครอบครัวข้า ข้าทำไม่ได้เจ้าค่ะ"

ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจยาว รับเงินก้อนนั้นมาด้วยความเข้าใจ "แค่นี้ก็มากเกินพอแล้วแม่นางหลิน เจ้าช่างใจกว้างและแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ชัดเจนนัก ข้าจะจัดการให้ตามที่เจ้าต้องการ"

เมื่อผู้ใหญ่บ้านจากไป หลินหว่านเอ๋อร์ก็ลุกขึ้นยืน เดินไปเกาะระเบียงมองไปยังทิศทางของบ้านใหญ่

ภาพความทรงจำในอดีตที่แม่เฒ่าจางเคยด่าทอท่านพ่อ แย่งชิงอาหารของพวกนางไปให้หลินต้าเจียง และความลำเอียงที่ไร้เหตุผล บัดนี้ทุกอย่างได้ย้อนกลับมาทำร้ายตัวหญิงชราผู้นั้นเอง

"ความรักที่ท่านทุ่มเทให้ลูกชายคนโต สุดท้ายเขาก็ทิ้งท่านเข้าคุก... ความเอ็นดูที่ท่านมีให้ลูกสะใภ้คนโปรด สุดท้ายนางก็ขโมยเงินท่านหนีไป..." หว่านเอ๋อร์พึมพำกับสายลม "นี่คือผลกรรมที่ท่านเลือกเอง ท่านย่า..."

บ้านใหญ่ตระกูลหลินที่เคยเป็นเหมือนเมฆหมอกทะมึนปกคลุมชีวิตครอบครัวนางมาตลอด บัดนี้ได้ล่มสลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่เหลือพิษสงใดๆ ให้ต้องกังวลอีก

"คุณหนูเจ้าคะ" สาวใช้คนสนิทเดินเข้ามา "สายสืบที่ส่งไปดูลาดเลาตระกูลเฉินกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

แววตาที่มองดูความพินาศของบ้านใหญ่ด้วยความสมเพชเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบดุจคมมีดทันที หลินหว่านเอ๋อร์หันกลับมา มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ

ตัวละครประกอบฉากอย่างบ้านใหญ่ตระกูลหลินได้ปิดฉากลงแล้ว... ถึงเวลาที่ตัวเอกอย่างนางจะขึ้นเวทีประชันกับศัตรูตัวจริงเสียที

"ให้เข้ามา... ข้าอยากรู้ว่าหลังจากเสียหมากตัวสำคัญอย่างหลินต้าเจียงไปแล้ว ตระกูลเฉินจะเดินเกมอย่างไรต่อ"

นางเดินกลับเข้าไปในห้องหนังสือ แผ่นหลังเหยียดตรง สง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจ การล่มสลายของบ้านใหญ่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะโหมกระหน่ำเมืองแห่งนี้ และเป้าหมายต่อไปของนาง ใหญ่โตและอันตรายกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เป้าหมายต่อไป: ตระกูลเฉิน]**