ตอนที่ 183

***บทที่ 183: พันธมิตรการค้าใหม่***

ล้อรถม้าบดเบียดไปบนถนนดินอัดแน่น เสียงกึกก้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล้ายเสียงกลองรบที่กำลังโหมโรงอย่างเงียบเชียบ

หลินหว่านเอ๋อร์นั่งสงบนิ่งอยู่ภายในรถม้า แววตาจับจ้องออกไปนอกหน้าต่าง ทัศนียภาพสองข้างทางเปลี่ยนจากทุ่งนาเขียวขจีของหมู่บ้านตระกูลหลิน เข้าสู่เขตเมืองชิงเหอ เมืองข้างเคียงที่เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญของมณฑล นางไม่ได้มาที่นี่เพื่อท่องเที่ยว แต่มาเพื่อวางหมากตัวสำคัญที่จะรุกฆาตตระกูลเฉิน

"ถึงแล้วขอรับคุณหนู" เสียงคนขับรถม้าดังขึ้น

เบื้องหน้าคือ 'หอสุราหมื่นลี้' ภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองชิงเหอ ทว่าเจ้าของกลับไม่ใช่คนของตระกูลเฉิน แต่เป็น 'เถไท่ฮวา' เศรษฐีท้องถิ่นผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับตระกูลเฉินมาเนิ่นนาน

เมื่อร่างบอบบางในชุดผ้าไหมเนื้อดีก้าวลงจากรถม้า บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนไป แม้นางจะเป็นเพียงดรุณีวัยแรกแย้ม แต่ท่วงท่าการเดินและการเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยนั้น แฝงไว้ด้วยอำนาจและความมั่นใจดุจหงส์เพลิงที่พร้อมจะแผดเผาอุปสรรค

ภายในห้องรับรองชั้นบนสุด บรรยากาศตึงเครียดอบอวลไปทั่ว ชายวัยกลางคนสิบกว่าคนนั่งล้อมวงอยู่รอบโต๊ะกลม พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นพ่อค้ารายย่อย ทั้งเจ้าของร้านชำ พ่อค้าเครื่องเทศ และเจ้าของโรงเตี๊ยมขนาดเล็ก ที่เคยถูกตระกูลเฉินใช้อำนาจบีบคั้น กดราคา และแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว

"แม่นางหลินมาถึงแล้ว" เถไท่ฮวา ชายร่างท้วมผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มแต่แววตาฉลาดเฉลียว ลุกขึ้นต้อนรับ

หลินหว่านเอ๋อร์ประสานมือคารวะเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปนั่งยังตำแหน่งประธานที่เว้นว่างไว้ นางกวาดสายตามองใบหน้าของพ่อค้าทุกคนที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความหวัง

"ข้าจะไม่ขออ้อมค้อม" น้ำเสียงของนางใสกระจ่างดุจระฆังเงิน แต่หนักแน่นดั่งขุนเขา "ข้าทราบดีว่าพวกท่านทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ ล้วนมีความแค้นเคืองต่อตระกูลเฉิน... ตระกูลเฉินผูกขาดการค้า กดหัวพวกท่านให้เป็นเพียงเบี้ยล่าง บีบให้ขายของในราคาต่ำ แต่บังคับให้ซื้อวัตถุดิบจากพวกเขาในราคาสูง"

เสียงพึมพำเห็นด้วยดังขึ้นรอบโต๊ะ พ่อค้าคนหนึ่งทุบโต๊ะระบายอารมณ์ "ใช่! แต่พวกเราจะทำอะไรได้? ตระกูลเฉินมีเส้นสายในเมืองหลวง มีทุนหนา เราเป็นแค่ไม้ซีก จะไปงัดไม้ซุงได้อย่างไร?"

หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ผู้มองรู้สึกหนาวสะท้าน "ไม้ซุงท่อนใหญ่นั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่หากถูกปลวกนับหมื่นตัวกัดกินเนื้อใน... มันก็ล้มครืนลงได้ง่ายๆ"

นางส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามนำหีบไม้ใบหนึ่งมาวางบนโต๊ะ เมื่อเปิดออก กลิ่นหอมสดชื่นของพลังปราณบริสุทธิ์ก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ผักสดอวบอ้วนที่วางเรียงรายอยู่ภายในเปล่งประกายระยิบระยับราวกับอัญมณี

"ผักปราณ!" เสียงอุทานดังระงม ทุกสายตาจ้องมองสมบัติล้ำค่าเบื้องหน้าด้วยความโลภ

"นี่คือผักปราณเกรดที่ดีที่สุดจากสวนของข้า" หว่านเอ๋อร์กล่าวเรียบๆ "ข้าเสนอให้พวกท่านเป็นตัวแทนจำหน่ายผักเหล่านี้แต่เพียงผู้เดียวในเมืองชิงเหอและหัวเมืองรอบนอก... ในราคาทุนที่ต่ำกว่าท้องตลาดสามส่วน"

ข้อเสนอนี้เปรียบเสมือนก้อนเนื้อชิ้นโตที่โยนลงไปในฝูงสุนัขป่า กำไรมหาศาลรออยู่ตรงหน้า หากได้สิทธิ์ขายผักปราณ ร้านของพวกเขาย่อมมีลูกค้าแห่แหนมาจนล้นร้าน พลิกฟื้นฐานะได้ในชั่วข้ามคืน

"แต่..." นางยกมือขึ้นห้ามความตื่นเต้น "ข้ามีเงื่อนไขเดียว"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ร้านของพวกท่านต้องเลิกรับสินค้าทุกชนิดจากตระกูลเฉิน ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องปรุง หรือแม้แต่เข็มสักเล่ม" ดวงตาของนางวาวโรจน์ "ข้าต้องการให้สินค้าของตระกูลเฉิน หายไปจากชั้นวางของในเมืองรอบนอกทั้งหมด"

"นี่มัน... นี่มันประกาศสงครามชัดๆ" พ่อค้าคนหนึ่งหน้าซีด "ถ้าตระกูลเฉินรู้ พวกมันต้องเล่นงานพวกเราแน่ อีกอย่าง สินค้าบางอย่างเช่นเครื่องปรุงรส ของแห้ง ตระกูลเฉินครองตลาดอยู่ ถ้าเราไม่ขายของพวกมัน ลูกค้าก็จะไปซื้อที่อื่น"

"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง" หว่านเอ๋อร์หยิบขวดกระเบื้องและห่อกระดาษอีกชุดหนึ่งออกมา "ลองชิมนี่ดู"

เหล่าพ่อค้าต่างสงสัย แต่เมื่อได้ลิ้มรสซีอิ๊วสูตรพิเศษที่นางหมักด้วยกรรมวิธีจากโลกอนาคต และเนื้อตากแห้งที่ปรุงรสด้วยสมุนไพรชั้นเลิศ ดวงตาของพวกเขาก็เบิกโพลง รสชาติที่กลมกล่อม หอมหวน และล้ำลึกกว่าสินค้าดาดๆ ของตระกูลเฉินอย่างเทียบไม่ติด

"ข้าจะส่งมอบสูตรและสินค้าแปรรูปเหล่านี้ให้พวกท่าน ในราคาที่ถูกกว่าตระกูลเฉินครึ่งหนึ่ง" หว่านเอ๋อร์วางไพ่ใบสุดท้าย "สินค้าดีกว่า ราคาถูกกว่า แถมยังมีผักปราณเป็นตัวดึงดูด... พวกท่านคิดว่าลูกค้าจะเลือกใคร?"

เถไท่ฮวาหัวเราะลั่น ตบโต๊ะฉาดใหญ่ "ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมจริงๆ! นี่คือแผนการ 'ป่าล้อมเมือง' สินะ!"

หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้าช้าๆ "ถูกต้อง ตระกูลเฉินยึดครองเมืองใหญ่และย่านการค้าสำคัญ แต่พวกเขาลืมรากฐาน คือหัวเมืองรอบนอกและหมู่บ้าน หากพวกท่านรวมตัวกันเป็นพันธมิตร ตัดท่อน้ำเลี้ยงจากรอบนอก สินค้าของตระกูลเฉินจะล้นสต็อก เงินทุนจะจม และเมื่อถึงเวลานั้น... พวกเขาจะขาดอากาศหายใจตายไปเอง"

แผนการของนางไม่ใช่การปะทะซึ่งหน้า แต่คือการตัดแขนตัดขา ใช้พ่อค้ารายย่อยที่กระจายตัวอยู่ทั่วไปโอบล้อมกิจการของตระกูลเฉิน ยิ่งตระกูลเฉินหยิ่งผยองและกดขี่ผู้อื่นมากเท่าไร พันธมิตรนี้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น

เหล่าพ่อค้ามองหน้ากัน ความหวาดกลัวในแววตาค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและความกระหายในชัยชนะ พวกเขาถูกกดหัวมานานเกินพอแล้ว และบัดนี้ อาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดได้ถูกวางใส่มือ

"ข้าเอาด้วย!" เถไท่ฮวาประกาศก้อง "หอสุราหมื่นลี้จะเลิกใช้สินค้าตระกูลเฉินตั้งแต่วันนี้!"

"ข้าด้วย!"

"ร้านสกุลหลี่ด้วย!"

เสียงตอบรับดังกระหึ่ม หว่านเอ๋อร์ลอบยิ้มอย่างพอใจ นางมองดูสัญญาพันธมิตรที่กำลังถูกร่างขึ้น นี่ไม่ใช่แค่การร่วมมือทางการค้า แต่มันคือการก่อกบฏของมดงานที่จะล้มช้างสาร

หลังจากเสร็จสิ้นการเจรจา หลินหว่านเอ๋อร์เดินกลับออกมายังรถม้า ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงยามอัสดง ลมเย็นพัดมากระทบผิวหน้า แต่ไฟในใจของนางกลับลุกโชนยิ่งกว่าเดิม

"คุณหนูขอรับ" พ่อบ้านคนสนิทกระซิบถามขณะประคองนางขึ้นรถ "ตอนนี้เราปิดล้อมเรื่องเครื่องปรุงและอาหารแห้งได้แล้ว แต่ตระกูลเฉินยังมีรายได้หลักจากการขายเสบียงให้กองคาราวานและการเดินทางไกล ของแห้งของเราแม้อร่อยกว่า แต่ก็เก็บรักษายากกว่าของพวกเขาเล็กน้อยนะขอรับ"

หลินหว่านเอ๋อร์หยุดชะงักมือก่อนจะก้าวขึ้นรถ แววตาของนางทอประกายลึกลับ นางนึกถึงสินค้าชนิดหนึ่งในมิติลับ สินค้าที่จะปฏิวัติวงการอาหารสำหรับการเดินทาง และจะทำลายไพ่ใบสุดท้ายของตระกูลเฉินจนย่อยยับ

"ไม่ต้องห่วง ท่านลุง..." นางเอ่ยเสียงเบา แต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ "ข้าเตรียมของขวัญชิ้นต่อไปไว้ให้ตระกูลเฉินแล้ว... ของสิ่งนี้ จะทำให้เสบียงแห้งของพวกเขา กลายเป็นเพียงขยะที่ไม่มีใครเหลียวแล"

นางนึกถึงเส้นหมี่สีเหลืองทองที่ผ่านการทอดจนกรอบและปรุงรส เพียงแค่เติมน้ำร้อนก็ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย... อาวุธลับชิ้นต่อไปกำลังจะถูกนำออกมาใช้!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สินค้าใหม่: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป]**