ตอนที่ 186
***บทที่ 186: วิกฤตราคาเกลือ***
เสียงล้อรถม้าบดเบียดไปตามเส้นทางดินลูกรังมุ่งหน้าสู่ภูเขาด้านหลังหมู่บ้าน ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดของชาวบ้านร้านตลาด ข่าวลือเรื่องเกลือขาดแคลนแพร่สะพัดไปราไฟลามทุ่ง เพียงชั่วข้ามคืน ราคาเกลือแกงคุณภาพต่ำในตลาดพุ่งสูงขึ้นถึงสิบเท่าตัว พ่อค้าแม่ขายต่างพากันปิดร้านด้วยความหวาดวิตก ส่วนชาวบ้านตาดำๆ ได้แต่ยืนมองร้านขายเกลือที่ว่างเปล่าด้วยความสิ้นหวัง
ทว่าภายในรถม้าคันหรู หลินหว่านเอ๋อร์กลับนั่งสงบนิ่ง แววตาของนางมิได้ฉายแวววิตกกังวลแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ราวกับนางกำลังมองดูละครลิงฉากหนึ่งที่ตระกูลเฉินเป็นผู้กำกับ
"คุณหนู... เรามาทำอะไรที่ภูเขาร้างด้านหลังนี่หรือขอรับ?" คนขับรถม้าเอ่ยถามด้วยความฉงนเมื่อรถม้าหยุดลง ณ บริเวณตีนเขาที่แห้งแล้ง หญ้าขึ้นประปราย "ที่นี่ชาวบ้านเรียกว่า 'หุบเขาดินเค็ม' ปลูกพืชผักอะไรก็ไม่ขึ้น สัตว์ป่าชอบลงมากินดินที่นี่ แต่คนเฒ่าคนแก่บอกว่าดินแถวนี้มีพิษ กินแล้วคอแห้งกระหายน้ำจนตาย"
หลินหว่านเอ๋อร์ก้าวลงจากรถม้าอย่างสง่างาม นางกวาดสายตามองพื้นที่ดินโป่งสีขาวขุ่นที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ใช่แล้ว... สำหรับชาวบ้านในยุคนี้ นี่คือดินพิษที่ไร้ค่า แต่สำหรับนางผู้มีความรู้จากอีกโลกหนึ่ง นี่คือขุมทรัพย์มหาศาลที่สวรรค์ประทานให้
"สิ่งมีค่ามักซ่อนอยู่ในที่ที่คนมองข้าม" นางเอ่ยเสียงเรียบ พลางสั่งการเหล่าคนงานชายฉกรรจ์ที่นางเกณฑ์มาด้วย "ขุดดินพวกนี้ ขนใส่รถม้าให้ได้มากที่สุด เอาเฉพาะดินที่มีคราบสีขาวเกาะอยู่"
"แต่คุณหนูขอรับ... ดินพวกนี้..." หัวหน้าคนงานพยายามจะทักท้วง
"ทำตามที่ข้าสั่ง!" หลินหว่านเอ๋อร์ตัดบทเสียงเฉียบขาด แววตาคมกริบทำเอาชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ต้องหุบปากฉับและรีบลงมือขุดดินทันที
เมื่อกลับมาถึงลานกว้างในโรงงานหมักดองของนาง หลินหว่านเอ๋อร์สั่งให้ช่างฝีมือเตรียมกระทะใบใหญ่หลายใบ ถังไม้ ถ่านไม้ และผ้าขาวบางเนื้อละเอียดที่นางสั่งทอเป็นพิเศษ
"ทุกคนฟังข้าให้ดี" หลินหว่านเอ๋อร์ยืนกอดอก บัญชาการด้วยท่าทีองอาจดุจแม่ทัพบัญชาการรบ "ตระกูลเฉินคิดจะใช้เกลือมาบีบคอข้า คิดว่าข้าจะยอมจำนนเพราะไม่มีเกลือทำผักดองอย่างนั้นรึ? ฝันไปเถอะ! วันนี้ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นว่า 'เกลือ' ไม่จำเป็นต้องรอเรือสินค้าจากทะเล และไม่จำเป็นต้องง้อพวกพ่อค้าหน้าเลือด!"
นางเริ่มสาธิตวิธีการสกัด 'เกลือสินเธาว์' ด้วยตนเอง ท่ามกลางสายตาเคลือบแคลงสงสัยของเหล่าคนงานและช่างฝีมือ
"นำดินที่ขุดมาละลายน้ำในถัง กวนให้เข้ากันจนทั่ว" นางสั่งเสียงดังฟังชัด
น้ำในถังไม้กลายเป็นสีโคลนขุ่นคลั่ก ดูสกปรกจนไม่น่าเชื่อว่าจะนำมาทำอาหารได้ เหล่าคนงานต่างลอบสบตากันด้วยความกังวล หรือคุณหนูของพวกเขาจะสติฟั่นเฟือนไปแล้วเพราะแรงกดดันจากตระกูลเฉิน?
"ขั้นตอนต่อไปสำคัญที่สุด คือการกรอง" หลินหว่านเอ๋อร์หยิบถ่านไม้บดละเอียดเทลงไปในน้ำโคลนเพื่อดูดซับสารพิษและสิ่งเจือปน ก่อนจะเทน้ำผ่านชั้นกรองที่ทำจากผ้าขาวบางซ้อนกันหลายชั้นและทรายหยาบที่ล้างสะอาดแล้ว
น้ำโคลนสีขุ่นไหลผ่านชั้นกรองช้าๆ หยดลงสู่กระทะใบใหญ่เบื้องล่าง สิ่งที่น่าอัศจรรย์บังเกิดแก่สายตาของทุกคน น้ำที่ไหลออกมานั้นใสสะอาดราวกับน้ำค้างบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งเศษดินโคลนแม้แต่น้อย
"จุดไฟ!"
เปลวไฟลุกโชนเลียก้นกระทะ น้ำใสในกระทะเริ่มเดือดปุดๆ ไอน้ำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า หลินหว่านเอ๋อร์จ้องมองกระบวนการระเหยน้ำด้วยสายตาจดจ่อ นางรู้ดีว่าวิธีแบบโบราณที่ชาวบ้านทำกันคือการต้มน้ำเกลือทั้งขุ่นๆ ทำให้ได้เกลือที่มีรสขมและสีเหลืองอ๋อย เพราะมีแร่ธาตุอื่นเจือปน แต่กรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่นางใช้นั้น จะขจัดแมกนีเซียมคลอไรด์และซัลเฟตที่ทำให้เกิดรสขมออกไปจนเกลี้ยง
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม น้ำในกระทะเริ่มงวดลง...
"คุณหนู! ดูนั่นสิขอรับ!" ช่างฝีมือคนหนึ่งร้องอุทานด้วยความตื่นตะลึง ชี้มือไปยังก้นกระทะ
ที่ก้นกระทะใบใหญ่ ปรากฏเกล็ดสีขาวบริสุทธิ์เริ่มจับตัวกัน ยามต้องแสงแดดยามบ่าย มันระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดงาม แตกต่างจากเกลือแกงสีขุ่นๆ ที่ขายกันในตลาดราวฟ้ากับเหว
หลินหว่านเอ๋อร์เดินเข้าไปใกล้ ใช้ช้อนไม้ตักเกล็ดสีขาวนั้นขึ้นมาพิจารณา มันขาวสะอาด ละเอียด และแห้งสนิท นางใช้นิ้วแตะเกลือเล็กน้อยแล้วนำเข้าปาก
รสเค็มจัดจ้านแต่กลมกล่อม ไร้ซึ่งรสขมปร่าที่ปลายลิ้นอย่างที่เกลือทั่วไปมักจะเป็น
"นี่มัน... เกลือจริงๆ ด้วย! แถมยังขาวกว่าเกลือหลวงเสียอีก!" หัวหน้าคนงานตาโตเท่าไข่ห่าน เขาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าดินโคลนหลังเขาจะกลายเป็นทองคำขาวบริสุทธิ์เช่นนี้ได้
หลินหว่านเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ปัดมือที่เปื้อนเกลือออกพลางหันไปมองทิศทางที่ตั้งของตระกูลเฉิน แววตาของนางลุกโชนด้วยประกายแห่งชัยชนะที่ยากจะต้านทาน
"เถ้าแก่เฉิน... ท่านทุ่มเงินมหาศาลกวาดซื้อเกลือคุณภาพต่ำจนหมดตลาดเพื่อหวังจะฆ่าข้า" นางเอ่ยพึมพำกับสายลม "แต่ท่านคงไม่รู้ว่า ข้าสามารถเสกเกลือที่บริสุทธิ์กว่า ดีกว่า และที่สำคัญ... ต้นทุนต่ำจนน่าตกใจ ออกมาได้มากเท่าที่ข้าต้องการ"
นางหันกลับมามองเหล่าคนงานที่กำลังมองเกลือในกระทะด้วยสายตาเทิดทูนราวกับเห็นปาฏิหาริย์
"เร่งมือเข้า!" หลินหว่านเอ๋อร์สั่งการเสียงก้อง "เกณฑ์คนมาเพิ่ม ขนดินจากภูเขามาให้หมด คืนนี้เราจะต้มเกลือกันทั้งคืน พรุ่งนี้เช้า... ข้าจะทำให้ตลาดเมืองนี้ต้องสั่นสะเทือน!"
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับความสำเร็จ พ่อบ้านรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาพร้อมจดหมายฉบับหนึ่งในมือ
"คุณหนูขอรับ! มีเทียบเชิญจากสมาคมการค้า... ตระกูลเฉินเรียกประชุมพ่อค้าทั้งเมืองพรุ่งนี้เช้า อ้างว่าจะจัดระเบียบราคาเกลือเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน แต่เนื้อหาข้างในระบุว่า ใครที่ไม่ได้ซื้อเกลือจากตระกูลเฉิน จะถูกขับออกจากสมาคมการค้าขอรับ!"
หลินหว่านเอ๋อร์รับจดหมายมาอ่าน รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามอีกครั้ง รอยยิ้มที่ดูอันตรายยิ่งกว่าเดิม
"จะบีบให้ข้าจนตรอกงั้นหรือ..." นางขยำจดหมายในมือจนยับยู่ยี่ "ดี... ในเมื่ออยากจะเล่นละครเป็นพ่อพระผู้กอบกู้ ข้าก็จะไปร่วมงานนี้ด้วย แล้วข้าจะทำให้ 'เกลือ' ในมือของพวกมัน กลายเป็นเพียงก้อนกรวดไร้ค่าที่ไม่มีใครต้องการ!"
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เกลือหิมะ]**