ตอนที่ 191

***บทที่ 191: ของกำนัลจากฮ่องเต้***

สิ้นเสียงประกาศก้องของจ้าวเฉิน บรรยากาศรอบด้านพลันแปรเปลี่ยนจากความตื้นตันระคนยินดีกลายเป็นความเงียบสงัดที่เต็มไปด้วยความยำเกรงและศักดิ์สิทธิ์ สายลมที่เคยพัดผ่านยอดไม้ดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

ชาวบ้านร้านตลาดที่รายล้อมอยู่ต่างพากันทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นดินอย่างพร้อมเพรียง แม้พวกเขาจะเป็นเพียงชาวบ้านป่าดอนที่ไม่รู้หนังสือ แต่สัญชาตญาณและความเกรงกลัวต่อราชสำนักนั้นฝังรากลึกอยู่ในสายเลือด

หลินหว่านเอ๋อร์ประคองบิดาให้คุกเข่าลงอย่างระมัดระวัง แม้ในใจนางจะไม่ได้รู้สึกยำเกรงต่ออำนาจเบื้องบนเท่าใดนัก ด้วยวิญญาณจากยุคปัจจุบันที่ยึดถือความเท่าเทียม แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ นางย่อมรู้ดีว่าควรปฏิบัติตนเช่นไรเพื่อไม่ให้เป็นภัยแก่ตัว

ขันทีวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวออกมาจากหลังรถม้า ใบหน้าเกลี้ยงเกลาขาวผ่อง สวมชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆา ทท่าทางสำรวมแต่แฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งเล็กน้อย เขาประคองม้วนผ้าไหมสีเหลืองทองขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะคลี่ออกด้วยท่วงท่าสง่างาม

"หลินไห่เซิน รับราชโองการ!" เสียงแหลมเล็กทว่าดังกังวานไปทั่วบริเวณ

"กระหม่อม หลินไห่เซิน น้อมรับราชโองการ ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี" บิดาของหลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าแนบชิดกับผืนดิน

"ด้วยโองการแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้ทรงมีพระราชดำรัส... ตระกูลหลินรับราชการด้วยความซื่อสัตย์ภักดีมาหลายชั่วคน ทว่ากลับต้องเผชิญเคราะห์กรรมจากความเข้าใจผิด ถูกใส่ร้ายป้ายสีจนต้องระหกระเหิน บัดนี้ความจริงกระจ่างชัด ขุนนางชั่วถูกกำจัด สวรรค์มีตา... เพื่อเป็นการชดเชยความทุกข์ยากและคืนความชอบธรรมแก่ขุนนางตงฉิน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษอย่างเป็นทางการ คืนยศถาบรรดาศักดิ์ และมอบของกำนัลพิเศษเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ..."

ขันทีผู้นั้นเว้นจังหวะเล็กน้อย สายตากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เน้นหนักชัดเจนทุกถ้อยคำ

"พระราชทานกรรมสิทธิ์ที่ดินครอบคลุมพื้นที่ภูเขาทางทิศเหนือของอำเภอจิงโจวทั้งหมด รวมถึงพื้นที่รกร้างรอบหมู่บ้านสกุลหลิน กินอาณาบริเวณทั้งสิ้นสามพันหมู่ ให้ตกเป็นสมบัติของตระกูลหลินสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน... จบราชโองการ!"

สิ้นเสียงประกาศ โลกทั้งใบของหลินหว่านเอ๋อร์เหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ

สามพันหมู่!

ดวงตาหงส์คู่สวยของนางเบิกกว้างขึ้นจนแทบถลน ความสงบเยือกเย็นที่มักฉาบอยู่บนใบหน้าพังทลายลงในพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นตะลึงและประกายความโลภ... เอ้ย ความปลาบปลื้มที่ปิดไม่มิด

ในยุคสมัยนี้ ที่ดินคือรากฐานของความมั่งคั่ง คืออำนาจที่จับต้องได้ เดิมทีนางเป็นเพียงเจ้าของที่ดินแปลงเล็กๆ และต้องใช้วิธีเช่าซื้อที่ดินรกร้างมาบุกเบิก แต่บัดนี้... นางกลายเป็นเจ้าของภูเขาทั้งลูก! เป็นเจ้าของที่ดินผืนใหญ่ที่สุดในอำเภอจิงโจวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และที่สำคัญคือ 'ได้มาฟรีๆ' โดยไม่ต้องควักเงินในกระเป๋ามิติแม้แต่นิดเดียว!

"ขอบพระทัยฝ่าบาท เป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้!" หลินไห่เซินน้ำตาไหลพราก รับม้วนราชโองการมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทา สำหรับเขาแล้ว การล้างมลทินสำคัญกว่าที่ดิน แต่สำหรับบุตรสาวข้างกาย ที่ดินเหล่านี้คือบ่อเงินบ่อทองมหาศาล

จ้าวเฉินเดินเข้ามาหา สบตากับหญิงสาวที่ยังคงอ้าปากค้างเล็กน้อย เขายกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน ก่อนจะส่งสัญญาณให้ทหารยกหีบใบหนึ่งเข้ามาเปิดออก เบื้องหน้าคือโฉนดที่ดินปึกใหญ่ที่มีตราประทับสีแดงสดของกรมที่ดินและตราประทับส่วนพระองค์

"เป็นอย่างไรบ้าง 'ท่านเศรษฐีนีหลิน'?" จ้าวเฉินเอ่ยกระซิบหยอกเย้า "ของกำนัลชิ้นนี้ พอจะชดเชยกับความลำบากที่เจ้าต้องแบกรับมาตลอดช่วงที่บิดาเจ้าไม่อยู่ได้หรือไม่?"

หลินหว่านเอ๋อร์ได้สติกลับมา นางรีบปรับสีหน้าให้ดูสำรวมขึ้น แม้ในใจจะกำลังกรีดร้องเต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง มือเรียวเอื้อมไปหยิบโฉนดใบหนึ่งขึ้นมาดูอย่างละเอียด ราวกับจะตรวจสอบว่าไม่ใช่ของปลอม

"ท่านอ๋อง... นี่มัน... ทั้งภูเขาเลยหรือเจ้าคะ?" นางถามย้ำ เสียงหวานเจือแววตื่นเต้น

"ทุกตารางนิ้ว" จ้าวเฉินตอบเสียงหนักแน่น "รวมถึงแหล่งน้ำ ป่าไม้ และเหมืองแร่ที่อาจจะมีอยู่ใต้ดิน ทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าและบิดา นี่คือสิ่งที่เสด็จพ่อ... เอ่อ ฝ่าบาท ทรงไตร่ตรองแล้วว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับครอบครัวเจ้า เงินทองอาจใช้หมดไป แต่ผืนแผ่นดินจะคงอยู่ และข้ารู้ว่าด้วยความสามารถของเจ้า เจ้าจะเปลี่ยนภูเขารกร้างเหล่านี้ให้กลายเป็นทองคำได้"

หว่านเอ๋อร์มองดูแผนที่แนบท้ายโฉนด สมองอันชาญฉลาดของนางเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว แผนการมากมายผุดขึ้นมาในหัวราวกับดอกเห็ดหน้าฝน... โรงงานแปรรูปอาหารขนาดใหญ่ พื้นที่เพาะปลูกสมุนไพรหายาก หมู่บ้านจัดสรรสำหรับคนงาน หรือแม้แต่รีสอร์ทพักผ่อนหย่อนใจ... อนาคตของไร่สุขสำราญกำลังจะก้าวกระโดดไปไกลเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ

นางเงยหน้าขึ้นมองจ้าวเฉิน แววตาเป็นประกายวาววับ "ท่านอ๋องช่างรู้ใจข้ายิ่งนัก ของกำนัลชิ้นนี้... ข้าหลินหว่านเอ๋อร์ขอรับไว้ด้วยความเต็มใจเจ้าค่ะ"

"เช่นนั้น..." จ้าวเฉินขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องหอมชั้นดีลอยมาแตะจมูก "หนี้บุญคุณครั้งนี้ เจ้าจะตอบแทนข้าอย่างไรดี?"

หลินหว่านเอ๋อร์เลิกคิ้ว ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "ท่านอ๋องทรงตรัสว่าหิวไม่ใช่หรือเจ้าคะ? เช่นนั้นวันนี้ข้าจะลงมือเข้าครัวด้วยตัวเอง รับรองว่าจะเป็นมื้ออาหารที่ท่านจะไม่มีวันลืมเลือน เพื่อฉลองให้กับที่ดินสามพันหมู่... และการกลับมาของท่านพ่อ"

นางหันไปสั่งการบ่าวไพร่และเสี่ยวเฟิงด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดทรงอำนาจสมกับเป็นนายหญิงแห่งอาณาจักรที่ดินแห่งใหม่ "เด็กๆ! ขนของเข้าเรือน เตรียมวัตถุดิบที่ดีที่สุด วันนี้เราจะมีงานเลี้ยงฉลองใหญ่!"

ขณะที่ขบวนคนเริ่มเคลื่อนย้ายข้าวของ จ้าวเฉินมองตามแผ่นหลังบอบบางที่แบกรับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ไว้ด้วยความชื่นชม ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวตามนางเข้าไปในเรือน สายตาคมกริบของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มไหววูบวาบอยู่ที่แนวป่าด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นเขตแดนที่ดินใหม่ที่หว่านเอ๋อร์เพิ่งได้รับพระราชทาน

มันไม่ใช่เงาของสัตว์ป่า... แต่เป็นเงาของคน! และดูเหมือนจะไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา

จ้าวเฉินหยุดชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง มือแกร่งแตะที่ด้ามกระบี่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ

"ดูเหมือนว่า... การได้ครอบครองขุมทรัพย์มหาศาล ย่อมดึงดูดแมลงร้ายให้บินเข้ามาตอมเร็วกว่าที่คิด" เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ก่อนจะส่งสัญญาณมือลับๆ ให้หัวหน้าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่

งานเลี้ยงคืนนี้ อาจไม่ได้มีเพียงแค่อาหารรสเลิศเสียแล้ว...

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: มื้อค่ำพร้อมหน้า]**