ตอนที่ 193

***บทที่ 193: ข้อเสนอของจ้าวเฉิน***

แสงอรุณยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหมอกบางเบาที่ปกคลุมทั่วขุนเขา หมู่บ้านตระกูลหลินในยามเหม่าช่างเงียบสงบ มีเพียงเสียงไก่ขันแว่วมาแต่ไกลและเสียงนกร้องขับขานรับวันใหม่ ทว่าภายในเรือนรับรองของบ้านหลังใหม่ บรรยากาศกลับมิได้ผ่อนคลายเฉกเช่นทิวทัศน์ภายนอก

หลินหว่านเอ๋อร์นั่งอยู่หลังโต๊ะน้ำชาไม้หอม กลิ่นชาหลงจิ่งชั้นเลิศที่นางแอบนำออกมาจากมิติลอยอบอวลไปทั่วห้อง แต่นางกลับมิได้มีกะจิตกะใจจะลิ้มรสความหอมหวานนั้น สายตาของหญิงสาวจับจ้องไปยังบุรุษหนุ่มชุดแพรสีครามที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

จ้าวเฉินในยามนี้ ดูแตกต่างจากคุณชายเจ้าสำราญที่นางเคยต่อปากต่อคำด้วยเมื่อวันวาน รัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แม้จะพยายามกดข่มไว้ แต่ก็ยังฉายชัดจนผู้คนรอบข้างรู้สึกเกรงขาม

"ข้าจะไม่พูดอ้อมค้อม" จ้าวเฉินวางถ้วยชาลง แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาว "รสชาติอาหารของเจ้า... วัตถุดิบที่เจ้าใช้ มันไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้ทั่วไปในแคว้นนี้ หรือแม้แต่ในแผ่นดินอื่น ผักของเจ้ามีความหวานกรอบผลไม้ฉ่ำน้ำราวกับน้ำทิพย์ แม้แต่เนื้อสัตว์ก็ยังไม่มีกลิ่นสาบสาง"

หลินหว่านเอ๋อร์เลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน "ท่านคงมิได้ตื่นแต่เช้าตรู่เพียงเพื่อมาวิจารณ์อาหารกระมัง คุณชายจ้าว?"

"ฉลาดสมเป็นเจ้า" จ้าวเฉินหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ "ข้ามีข้อเสนอ... สองประการ ข้อแรก ทางวังหลวงกำลังมองหาวัตถุดิบชั้นเลิศเพื่อถวายแด่องค์ฮ่องเต้และเหล่าเชื้อพระวงศ์ ข้าต้องการให้เจ้าเป็น 'คู่ค้าหลวง' ส่งวัตถุดิบทั้งหมดเข้าวัง โดยข้าจะเป็นผู้จัดการเส้นทางขนส่งและรับรองความปลอดภัยให้เอง"

ดวงตาของหลินหว่านเอ๋อร์เป็นประกายวูบหนึ่ง การได้เป็นคู่ค้ากับวังหลวงย่อมหมายถึงรายได้มหาศาลและความมั่นคงทางอำนาจ ตราประทับของราชสำนักจะเป็นยันต์กันภัยชั้นดีจากพวกแมลงหวี่แมลงวันที่คิดจะมารังแกนาง

"ข้อเสนอนี้น่าสนใจเจ้าค่ะ" นางพยักหน้าช้าๆ "แต่ข้ามีเงื่อนไข วัตถุดิบของข้ามีจำนวนจำกัด หากจะส่งเข้าวัง ข้าต้องเป็นผู้กำหนดปริมาณและราคาเอง ท่านคงทราบดีว่าของดีมิได้มีดาษดื่น"

"เรื่องนั้นย่อมตกลงกันได้" จ้าวเฉินตอบรับทันที "แต่ข้อเสนอที่สอง... สำคัญกว่านั้น"

เขายืดตัวตรง น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง "ข้าอยากให้เจ้าเดินทางเข้าเมืองหลวง ไปเปิดภัตตาคารสาขาหลักที่นั่น ด้วยฝีมือการบริหารและการปรุงอาหารของเจ้า ข้ารับรองว่าภายในสามเดือน ชื่อเสียงของ 'หลินหว่านเอ๋อร์' จะขจรขจายไปทั่วแผ่นดิน ยิ่งกว่าร้านอาหารใดๆ ที่เคยมีมา เจ้าจะได้ใกล้ชิดขุนนางผู้ใหญ่ เชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลมั่งคั่ง อำนาจวาสนาจะหลั่งไหลมาเทมาดั่งสายน้ำ"

จ้าวเฉินวาดฝันถึงภาพความยิ่งใหญ่ที่นางควรจะได้รับ เขาเชื่อว่าสตรีที่มีความสามารถเหนือบุรุษเช่นนาง ไม่ควรจมปลักอยู่เพียงแค่ในชนบทห่างไกลเช่นนี้ นางคือหงส์ที่ควรโบยบินเหนือมังกรในเมืองหลวง

ทว่าปฏิกิริยาของหลินหว่านเอ๋อร์กลับทำให้เขาประหลาดใจ

หญิงสาวมิได้มีท่าทีตื่นเต้นยินดี นางเพียงแค่ยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความเกียจคร้านอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะวางถ้วยลงและส่ายหน้าเบาๆ

"ข้าขอปฏิเสธเจ้าค่ะ"

"ปฏิเสธ?" จ้าวเฉินทวนคำ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน "เจ้า... รู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังปฏิเสธสิ่งใด? สตรีทั่วหล้าต่างใฝ่ฝันที่จะได้เฉิดฉายในเมืองหลวง"

"นั่นคือความฝันของผู้อื่น มิใช่ของข้า" หลินหว่านเอ๋อร์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แววตามองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นทิวเขาสลับซับซ้อนและทุ่งนาเขียวขจี "คุณชายจ้าว ท่านเห็นทิวทัศน์นั่นหรือไม่? ที่นี่อากาศบริสุทธิ์ ผู้คนซื่อสัตย์จริงใจ ข้าตื่นนอนยามที่อยากตื่น กินยามที่อยากกิน ไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มแย้มให้ใคร ไม่ต้องระแวงว่าในถ้วยชาจะมียาพิษ หรือคำสรรเสริญเยินยอจะซ่อนมีดดาบไว้ข้างหลัง"

นางหันกลับมาสบตาเขา แววตามั่นคงดุจขุนเขา "อุดมการณ์ของข้าคือการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ปลูกผัก เลี้ยงปลา นอนนับเงินเงียบๆ อยู่ในที่ของข้า การไปเมืองหลวงเพื่อแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น วุ่นวายกับเกมการเมือง... ข้าขอบอกตามตรงว่า ข้าขี้เกียจเกินกว่าจะไปรบราฆ่าฟันกับคนพวกนั้นเจ้าค่ะ"

จ้าวเฉินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น "ฮ่าๆๆๆ! ขี้เกียจ? เจ้าบอกว่าเจ้าขี้เกียจงั้นรึ? ทั้งที่เจ้าวางแผนการค้าระดับนี้ได้!"

เขาจ้องมองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความชื่นชมกลายเป็นความยอมรับนับถืออย่างหมดใจ สตรีผู้นี้... ช่างแตกต่างและน่าค้นหายิ่งนัก นางรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และไม่หลงระเริงไปกับลาภยศที่ฉาบฉวย

"ตกลง" จ้าวเฉินพยักหน้า รอยยิ้มบางๆ ประดับมุมปาก "ข้าเคารพการตัดสินใจของเจ้า หว่านเอ๋อร์ เราจะทำสัญญาเพียงแค่เรื่องการส่งวัตถุดิบเข้าวัง ส่วนเรื่องภัตตาคารในเมืองหลวง... เอาไว้เจ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ค่อยบอกข้า"

"ขอบคุณที่เข้าใจเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์ยิ้มหวาน "แต่อย่าลืมสัญญาเรื่องส่วนแบ่งกำไรนะเจ้าคะ ข้าขอเจ็ดสิบ ส่วนท่านสามสิบ ค่าดำเนินการขนส่งท่านออกเอง"

"เจ้านี่มัน... งกจริงๆ!" จ้าวเฉินส่ายหน้าอย่างระอาแต่ก็ยอมจำนน "ตกลงตามนั้น ข้าจะส่งคนมารับของล็อตแรกในอีกเจ็ดวัน เตรียมตัวให้พร้อมเล่า"

เมื่อจ้าวเฉินและองครักษ์เงาจากไป บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลินหว่านเอ๋อร์เดินออกมาที่ระเบียง มองดูที่ดินกว้างสุดลูกหูลูกตาที่เพิ่งได้รับพระราชทานมาสามพันหมู่

สามพันหมู่... รวมกับสัญญาการค้ากับวังหลวงที่เพิ่งตกลงไป

รอยยิ้มของนางค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยสีหน้าครุ่นคิดอันเคร่งเครียด การส่งของเข้าวังไม่ใช่เรื่องเล่นๆ คุณภาพต้องสม่ำเสมอ ปริมาณต้องเพียงพอ และที่สำคัญที่สุดคือ 'ความปลอดภัย' หากมีใครแอบวางยาในผักของนางแม้แต่ต้นเดียว หัวของนางและคนทั้งตระกูลหลินคงได้หลุดจากบ่า

ระบบการจัดการแบบชาวบ้านเดิมๆ ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

นางกวาดสายตามองไปทั่วพื้นที่รกร้างว่างเปล่าที่เชื่อมต่อกับภูเขา สายลมพัดแรงจนชายเสื้อนางสะบัดพริ้ว หว่านเอ๋อร์หยิบแผนที่แผ่นใหญ่ที่นางร่างไว้คร่าวๆ ออกมาจากอกเสื้อ

"หากจะเล่นเกมใหญ่ ก็ต้องวางกระดานให้มั่นคง..." นางพึมพำกับตัวเอง แววตาฉายประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาว "เพียงแค่ปลูกผักไม่พอเสียแล้ว ข้าต้องสร้าง... อาณาจักร"

ทันใดนั้น ภาพในหัวของนางก็ชัดเจนขึ้น ผังเมืองขนาดย่อม หมู่บ้านจัดสรร โรงงานแปรรูป และระบบชลประทานที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน โครงการยักษ์ใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นในสมองอันชาญฉลาดของนาง และมันต้องเริ่มลงมือ... เดี๋ยวนี้!

หว่านเอ๋อร์หันขวับกลับไปตะโกนเรียกบ่าวรับใช้เสียงดังลั่น "ไปเรียกเสี่ยวเฟิง และหัวหน้าคนงานทุกคนมาพบข้าที่โถงกลางเดี๋ยวนี้! บอกพวกเขาว่า... นายหญิงมีแผนการใหญ่จะประกาศ!"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การวางผังเมืองใหม่]**