ตอนที่ 196

***บทที่ 196: ระบบชลประทานขั้นสูง***

เปลวแดดยามเที่ยงวันแผดเผาจนผืนดินแตกระแหง รังสีอำมหิตของดวงอาทิตย์ราวกับต้องการดูดกลืนทุกชีวิตให้แห้งเหี่ยวไปพร้อมกับความชุ่มชื้นในอากาศ หลินหว่านเอ๋อร์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องไปยังยอดเขาสูงตระหง่านเบื้องหน้า ในหัวของนางไม่ได้มีเพียงภาพความงดงามของธรรมชาติ แต่เต็มไปด้วยเส้นสายและตัวเลขทางวิศวกรรมที่ซับซ้อน

"น้ำตกบนยอดเขานั้นไหลไม่เคยขาดสาย หากปล่อยให้ไหลลงสู่หุบเหวโดยเปล่าประโยชน์ ก็นับเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรที่น่าละอายที่สุด" หว่านเอ๋อร์พึมพำ มุมปากยกยิ้มเย็นชาที่ดูขัดกับเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดพรายตามไรผม

นางสะบัดแขนเสื้อ หมุนตัวกลับเข้าเรือน ทิ้งคำสั่งเสียงเรียบแต่ทรงพลังไว้กับสาวใช้คนสนิท "ไปตามนายช่างจางและทีมงานไม้ฝีมือดีที่สุดในหมู่บ้านมาพบข้า เดี๋ยวนี้!"

เพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป นายช่างจาง ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้ากร้านแดดและมือหยาบกร้านจากการจับสิ่วจับขวานมาทั้งชีวิต ก็มายืนกุมมือประสานคารวะอยู่เบื้องหน้านาง ในแววตาของเขามีความเคารพยำเกรงเจือความสงสัย เหตุใดคุณหนูผู้นี้จึงเรียกหาช่างไม้ในยามที่ชาวบ้านต่างกังวลเรื่องน้ำท่า

"นายช่างจาง ดูนี่" หว่านเอ๋อร์ไม่เสียเวลาอ้อมค้อม นางคลี่กระดาษแผ่นใหญ่ที่เพิ่งวาดเสร็จสดๆ ร้อนๆ ลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง

บนกระดาษนั้นปรากฏภาพวาดลายเส้นหมึกดำที่ละเอียดลออ มันคือแบบแปลนของสิ่งปลูกสร้างรูปร่างประหลาดที่ไม่เคยมีผู้ใดในแคว้นนี้เคยเห็นมาก่อน วงล้อขนาดยักษ์ที่มีใบพัดและกระบอกตักน้ำติดตั้งอยู่รอบวง เชื่อมต่อกับรางไม้ไผ่ที่ทอดยาวคดเคี้ยวลงมาจากยอดเขา

"นี่คือ..." นายช่างจางเบิกตากว้าง คิ้วขมวดมุ่นพยายามทำความเข้าใจกลไกตรงหน้า "กังหันน้ำหรือขอรับ? แต่ข้าไม่เคยเห็นกังหันแบบนี้มาก่อน ใบพัดพวกนี้... และองศาการวางราง..."

"มันคือกังหันวิดน้ำแรงดันสูงแบบต่อเนื่อง" หว่านเอ๋อร์อธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน นิ้วเรียวชี้ไล่ไปตามจุดต่างๆ ของแบบแปลน "ข้าต้องการให้เจ้าสร้างสิ่งนี้ขึ้นที่หน้าน้ำตกบนเขา แรงดันน้ำที่ตกลงมาจะหมุนกังหันยักษ์นี้ และพามันตักน้ำขึ้นสู่รางรับน้ำด้านบน จากนั้น..."

นางลากนิ้วผ่านเส้นสายที่วาดเป็นท่อขนาดยาว "เราจะใช้ไม้ไผ่ลำปล้องใหญ่ที่ทะลวงข้อต่อออก เชื่อมต่อกันด้วยยางไม้ชันยาเรือ ผนึกให้แน่นหนา วางทอดยาวลงมาตามแนวลาดชันของภูเขา อาศัยแรงโน้มถ่วงส่งน้ำตรงมายังพื้นที่เพาะปลูกของข้าโดยไม่ต้องใช้แรงงานคนหาบแม้แต่หยดเดียว"

นายช่างจางอ้าปากค้าง สมองของเขาหมุนติ้วราวกับกังหันที่นางพูดถึง เขาเป็นช่างไม้มาทั้งชีวิต เคยสร้างบ้าน สร้างเกวียน แต่ไม่เคยคิดฝันว่าจะมีการดึงน้ำจากยอดเขาลงมาสู่พื้นราบด้วยวิธีที่ 'อุกอาจ' และ 'ชาญฉลาด' เช่นนี้

"คุณหนู... นี่มัน... หากทำได้จริง มันจะเป็นปาฏิหาริย์! แต่การต่อท่อไม้ไผ่ระยะไกลขนาดนั้น และแรงดันน้ำ..."

"ข้าคำนวณไว้หมดแล้ว" หว่านเอ๋อร์ตัดบท แววตาเด็ดขาดวาวโรจน์ "ข้าจะให้คนงานไปตัดไม้ไผ่ที่แก่จัดและแข็งแรงที่สุดในป่าหลังเขา ส่วนเจ้าและลูกน้องมีหน้าที่สร้างกังหันและวางระบบท่อตามที่ข้าบอก เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา แต่ข้าต้องการให้เสร็จภายในสามวัน ก่อนที่ข้าวโพดในไร่ของข้าจะเริ่มเหี่ยวเฉา"

"สามวัน!" นายช่างจางอุทาน แต่เมื่อสบตาคู่คมกริบของหญิงสาว เขาก็กลืนคำปฏิเสธลงคอทันที "ขอรับ! ข้าจะระดมช่างทุกคนในหมู่บ้านมาช่วย ทำให้สุดฝีมือ!"

...

สามวันต่อมา บรรยากาศในหมู่บ้านเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เสียงเลื่อยไม้และเสียงตอกตะปูดังประสานกันราวกับดนตรีแห่งความหวัง บนยอดเขาที่ห่างไกลปรากฏโครงสร้างไม้ขนาดยักษ์ตั้งตระหง่าน กังหันน้ำขนาดมหึมาที่สูงกว่าเรือนสองชั้นถูกประกอบขึ้นด้วยกรรมวิธีเข้าลิ้นไม้แบบโบราณที่แข็งแรงทนทาน โดยไม่มีตะปูเหล็กแม้แต่ตัวเดียว

ท่อไม้ไผ่สีเขียวสดถูกวางเรียงรายคดเคี้ยวลงมาจากยอดเขาราวกับมังกรเขียวที่เลื้อยผ่านโขดหินและป่าไม้ ลงมาสู่แปลงเกษตรเบื้องล่าง ชาวบ้านต่างพากันมายืนมุงดูด้วยความสนอกสนใจ บ้างก็วิพากษ์วิจารณ์ด้วยความไม่เชื่อถือ

"ท่อไม้ไผ่นั่นจะเอาน้ำมาได้จริงหรือ?" หญิงชาวบ้านคนหนึ่งกระซิบกระซาบ "น้ำย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำ แต่นี่คุณหนูหลินเล่นต่อท่อข้ามเนิน ข้ามห้วย มันจะเป็นไปได้อย่างไร"

"นั่นสิ ข้าว่านางคงเสียเงินเปล่า คราวนี้คงได้เห็นความล้มเหลวของนางบ้างกระมัง" ชายอีกคนแค่นหัวเราะ

ทว่า หว่านเอ๋อร์ไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกา นางยืนกอดอกอยู่หน้าแปลงทดลองปลูกข้าวโพดหวาน สวมชุดผ้าไหมเรียบง่ายแต่ดูสง่างาม ดวงตาจับจ้องไปที่ปลายท่อไม้ไผ่ที่จ่ออยู่เหนือร่องน้ำหลักของแปลงเกษตร

"เปิดประตูน้ำ!" เสียงหวานแต่กังวานดั่งระฆังเงินสั่งการผ่านคนงานที่ยืนส่งสัญญาณธงอยู่บนเนินเขา

ธงสีแดงถูกโบกสะบัด คนงานด้านบนดึงสลักกั้นน้ำออก

*ครืด... ครืด...*

เสียงกังหันไม้ยักษ์เริ่มหมุนอย่างช้าๆ เมื่อปะทะกับกระแสน้ำตกที่รุนแรง ใบพัดตักน้ำขึ้นสู่รางรับด้านบน เสียงน้ำไหลกระแทกรางไม้ดัง *ซู่!* ก่อนจะพุ่งเข้าสู่ท่อไม้ไผ่ที่เชื่อมต่อกันอย่างแนบเนียน

ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ท่อไม้ไผ่ รอคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้น

หนึ่งอึดใจ... สองอึดใจ...

ทันใดนั้น เสียง *กึกก้อง* ดังมาจากภายในท่อไม้ไผ่ เหมือนมีสัตว์ร้ายกำลังวิ่งวนอยู่ข้างใน และแล้ว...

*ซ่า!!!*

สายน้ำใสสะอาด เย็นฉ่ำ พุ่งทะลักออกมาจากปลายท่อไม้ไผ่ราวกับน้ำพุสวรรค์! น้ำจำนวนมหาศาลไหลลงสู่ร่องน้ำที่ขุดเตรียมไว้ แล้วกระจายตัวไปตามคลองซอยเล็กๆ ไหลผ่านโคนต้นข้าวโพด ต้นมันเทศ และแปลงผักที่กำลังคอตกเพราะความร้อน

เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังระงมไปทั่ว ชาวบ้านที่เคยปรามาสต่างอ้าปากค้าง ตาถลนแทบถลนออกจากเบ้า

"น้ำ! น้ำจริงๆ ด้วย! น้ำจากยอดเขาไหลมาถึงนี่!"

"สวรรค์! นางทำได้อย่างไร? นี่มันวิชาเทพเซียนชัดๆ!"

เด็กๆ ในหมู่บ้านต่างวิ่งกรูเข้าไปรองน้ำที่ไหลออกมา บ้างก็วักน้ำล้างหน้าด้วยความดีใจ ชาวนาเฒ่าบางคนถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่า น้ำตาไหลพรากพลางก้มลงกราบไหว้สายน้ำที่ไหลผ่านหน้าบ้านของตน

"การปฏิวัติระบบชลประทาน..." นายช่างจางที่ยืนเนื้อตัวมอมแมมอยู่ข้างๆ หว่านเอ๋อร์พึมพำเสียงสั่น เขามองผลงานของตนเองด้วยความภาคภูมิใจและเทิดทูนหญิงสาวข้างกายอย่างสุดหัวใจ "คุณหนูหลิน ท่านคืออัจฉริยะที่ฟ้าประทานมาโปรดหมู่บ้านนี้จริงๆ"

หว่านเอ๋อร์เพียงแค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาของนางฉายแววพึงพอใจเมื่อเห็นผืนดินที่แห้งผากค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นสีเข้มด้วยความชุ่มชื้น พืชผลที่นางฟูมฟักกำลังฟื้นคืนชีพ และจะเติบโตอย่างงดงามยิ่งกว่าเดิม

"ยังไม่จบแค่นี้หรอกนะนายช่าง" หว่านเอ๋อร์เอ่ยขึ้นเบาๆ สายตาของนางทอดมองไปไกลกว่าแค่สายน้ำ "ระบบนี้ไม่ได้มีไว้แค่รดน้ำผัก แต่มันจะเป็นรากฐานของอาณาจักรการเกษตรที่ข้าจะสร้างขึ้น ต่อไปไม่ว่าฝนจะแล้งหรือฟ้าจะร้อง ไร่ของข้าจะมีน้ำอุดมสมบูรณ์ตลอดปี"

นางก้มลงมองยอดข้าวโพดที่เริ่มชูช่อรับน้ำ ใบสีเขียวสดของมันสะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ

"และเมื่อน้ำสมบูรณ์... ผลผลิตก็จะตามมาเร็วกว่าที่คิด"

หว่านเอ๋อร์หรี่ตาลง คำนวณเวลาในใจ หากได้รับน้ำเต็มที่เช่นนี้ บวกกับปุ๋ยสูตรพิเศษจากมิติ... ข้าวโพดหวานรุ่นแรกและมันเทศหัวยักษ์ที่นางปลูกไว้ น่าจะพร้อมเก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว

นางต้องเตรียมการ... ไม่ใช่แค่การเก็บเกี่ยว แต่เป็นการเปิดตัวสินค้าที่จะสั่นสะเทือนวงการอาหารของแคว้น พ่อค้าหน้าเลือดทั้งหลายเตรียมตัวควักกระเป๋าจ่ายให้นางได้เลย!

ทว่า ท่ามกลางความยินดีปรีดา เสียงฝีเท้าม้าเร่งร้อนดังแว่วมาแต่ไกล ฝุ่นตลบฟุ้งกระจายที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน

ผู้มาเยือนมิใช่ใครอื่น แต่เป็นคนของ "จ้าวเฉิน" ที่ควบม้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขากระโดดลงจากหลังม้าแล้ววิ่งตรงดิ่งมาหาหว่านเอ๋อร์ พร้อมยื่นจดหมายด่วนที่มีตราประทับสีแดงสด

"คุณหนูหลิน! นายท่านจ้าวฝากจดหมายด่วนที่สุดมาขอรับ! ข่าวใหญ่จากเมืองหลวง... และมันอาจส่งผลกระทบต่อแผนการค้าขายของท่าน!"

หว่านเอ๋อร์รับจดหมายมาฉีกผนึกอ่าน รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและคาดเดายากยิ่งกว่าเดิม

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ฤดูเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่]**