ตอนที่ 20

***บทที่ 20: จัดการอันธพาล***

"ฟุ่บ!"

เสียงผงละเอียดเสียดสีกับอากาศดังขึ้นเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่กลุ่มควันสีแดงฉานจะกระจายฟุ้งปกคลุมใบหน้าของหวังเป่าอย่างแม่นยำราวจับวาง นี่ไม่ใช่แป้งธรรมดา แต่มันคือ ‘ผงพริกปีศาจ’ ที่หลินหว่านเอ๋อร์แอบบดเตรียมไว้ในมิติยามว่าง โดยคัดสรรเฉพาะพริกแห้งเม็ดเล็กที่เผ็ดร้อนที่สุด ผสมกับพริกไทยป่นจนละเอียดเป็นผุยผง เพื่อใช้ป้องกันตัวในยามคับขันเช่นนี้โดยเฉพาะ

"อ๊ากกกกก! ตาข้า! ตาของข้า!"

เสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังลั่นป่า หวังเป่าทิ้งไม้หน้าสามในมือลงพื้นทันที สองมือยกขึ้นกุมใบหน้า ดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ความแสบร้อนดุจดั่งถูกไฟนรกเผาผลาญลามเลียเข้าไปในดวงตาและโพรงจมูก น้ำหูน้ำตาไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายกำยำที่เคยดูน่าเกรงขามบัดนี้บิดเร่าไปมาอย่างน่าสมเพช

หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป นางไม่ยืนดูผลงานเฉยๆ ร่างบางขยับตัวอย่างคล่องแคล่ว เท้าเล็กๆ ตวัดเตะเข้าที่ข้อพับเข่าของชายร่างใหญ่เต็มแรง

"โอ๊ย!" หวังเป่าเสียหลักทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น

หญิงสาวก้มลงหยิบไม้หน้าสามที่อีกฝ่ายทำตกไว้ขึ้นมาถือ กระชับมือให้มั่น นัยน์ตาฉายแววอำมหิตวาบผ่าน "เมื่อครู่เจ้าบอกว่าจะตีข้าให้ปากแตกใช่หรือไม่? เช่นนั้นข้าก็จะสนองคืนให้เจ้าอย่างสาสม!"

"ผัวะ!"

ไม้เนื้อแข็งฟาดลงกลางหลังของอันธพาลหนุ่มเต็มแรง เสียงไม้กระทบเนื้อดังสนั่นจนน่าหวาดเสียว หวังเป่าร้องลั่น พยายามจะปัดป้องแต่ดวงตาที่มืดบอดเพราะฤทธิ์พริกทำให้เขาคว้าได้เพียงอากาศธาตุ

"ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!"

หลินหว่านเอ๋อร์ระดมตีไม่ยั้งมือ นางเล็งตีเฉพาะจุดที่เจ็บปวดที่สุดแต่ไม่ถึงตาย ทั้งท่อนแขน หัวไหล่ และหน้าแข้ง ความโกรธแค้นที่ถูกกดขี่ข่มเหงสะสมมานานถูกระบายผ่านท่อนไม้นี้ นางไม่ใช่สตรีในห้องหอที่รอคอยความช่วยเหลือ แต่เป็นคนที่กำหนดชะตาชีวิตด้วยมือตนเอง

"หยุด! โอ๊ย! พอแล้ว! ข้ายอมแล้ว! นังแม่มด! เจ้ามันนังปีศาจ!" หวังเป่าตะโกนด่าทอปนเสียงสะอื้น ตัวสั่นงันงกพยายามตะเกียกตะกายหนีไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล แต่หว่านเอ๋อร์ก็ยังตามไปหวดซ้ำที่ก้นกบอีกหนึ่งที

"เจ้ากล้าเรียกข้าว่าปีศาจทั้งที่ตัวเองมาดักปล้นสตรีรึ? ช่างหน้าไม่อายสิ้นดี!" หว่านเอ๋อร์แค่นเสียงเยาะ

จังหวะที่หวังเป่าพยายามลืมตาขึ้นมามองอย่างยากลำบาก ท่ามกลางม่านน้ำตาและความพร่ามัว เขาเห็นเพียงร่างของดรุณีน้อยที่ยืนตระหง่านอยู่เหนือร่าง แสงจันทร์สาดส่องลงมาจากด้านหลังทำให้นางดูราวกับพญายมราชที่มาทวงวิญญาณ ความหวาดกลัวแล่นพล่านเข้าจับขั้วหัวใจ อันธพาลหนุ่มไม่สนใจศักดิ์ศรีหรือเงินทองใดๆ อีกแล้ว เขากัดฟันลุกขึ้นวิ่งโซซัดโซเซชนต้นไม้ใบหญ้า หนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปในความมืด ราวกับสุนัขจนตรอกที่ถูกตีจนหางจุกก้น

"ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่!" เสียงข่มขู่ที่สั่นเครือแว่วมาตามลม ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะเงียบหายไปในราตรี

หลินหว่านเอ๋อร์ลดไม้ในมือลง หอบหายใจเล็กน้อยจากการออกแรง นางมองตามหลังร่างนั้นไปด้วยสายตาเย็นเยียบ เมื่อครู่นี้นางจดจำใบหน้าของมันได้แม่นยำ แม้จะบวมเป่งจากการร้องไห้และโดนพิษพริก แต่โครงหน้านั้น...

"หวังเป่า..." นางพึมพำชื่อนั้นออกมา "หลานชายของป้าสะใภ้หวังชุนฮวา"

มิน่าเล่า เสียงที่นางคุ้นหูแต่แรก และคำว่า 'ป้าสะใภ้' ที่หลุดปากออกมา ทุกอย่างกระจ่างชัดแจ้ง หวังชุนฮวาคงแค้นใจเรื่องที่ไม่ได้ส่วนแบ่งจากเหลาจินยวี่ จึงวางแผนชั่วช้าส่งหลานชายตัวเองมาดักปล้นนางกลางทาง หากนางเป็นเพียงเด็กสาวชาวบ้านธรรมดา วันนี้คงต้องเสียทั้งเงินและเจ็บตัวฟรี มิหนำซ้ำอาจถูกทำมิดีมิร้าย

"จิตใจช่างโหดเหี้ยมอำมหิตนัก คิดจะเล่นงานข้าถึงตายเชียวหรือ"

หลินหว่านเอ๋อร์โยนไม้ทิ้ง นางกวาดสายตามองไปรอบจุดที่เกิดการปะทะ แสงจันทร์สลัวทำให้เห็นวัตถุบางอย่างตกอยู่บนพื้นหญ้า มันสะท้อนแสงแวววาวเล็กน้อย นางเดินเข้าไปก้มลงหยิบมันขึ้นมาพิจารณา

มันคือ 'ถุงเงิน' ใบเก่าซอ ที่ปากถุงปักลวดลายดอกโบตั๋นด้วยด้ายสีแดงฉูดฉาด ฝีเข็มหยาบกระด้างและไร้รสนิยมเช่นนี้ นางจำได้แม่นยำว่าเป็นฝีมือการเย็บปักของหวังชุนฮวา! ป้าสะใภ้มักจะเย็บถุงเงินแจกจ่ายให้ญาติพี่น้องของนางเพื่ออวดฐานะ และถุงใบนี้คงร่วงหล่นตอนที่หวังเป่ากำลังดิ้นรนหนีตาย

"สวรรค์ช่างเข้าข้างข้าจริงๆ" ริมฝีปากบางยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "หลักฐานชิ้นสำคัญตกอยู่ในมือข้าแล้ว คิดจะทำร้ายข้าแล้วหนีไปเฉยๆ งั้นรึ? ฝันไปเถอะ"

นางกำถุงเงินในมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว หวังชุนฮวาคงกำลังรอฟังข่าวดีอยู่ที่บ้าน หรือไม่ก็อาจจะแอบซุ่มดูอยู่แถวนี้แล้วหนีไปพร้อมกับหวังเป่าเมื่อเห็นท่าไม่ดี แต่ไม่ว่านางจะอยู่ที่ไหน พรุ่งนี้เช้านางจะต้องได้รับบทเรียนที่สาสมยิ่งกว่าหวังเป่า

หลินหว่านเอ๋อร์เก็บถุงเงินนั้นใส่ในอกเสื้ออย่างมิดชิด จัดเสื้อผ้าและทรงผมให้เรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แววตาที่เคยสดใสของเด็กสาวบัดนี้ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยแผนการอันแยบยล

นางเงยหน้ามองไปยังทิศทางของบ้านใหญ่ตระกูลหลิน แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันริบหรี่ที่ปลายทางดูเหมือนดวงตาของอสรพิษที่จ้องมองมา แต่นางหาได้เกรงกลัวไม่

"เจ้าจุดไฟสงครามขึ้นมาก่อนนะป้าสะใภ้" หว่านเอ๋อร์เอ่ยกับสายลมเสียงเรียบ "ในเมื่อเจ้ากล้าทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ ข้าก็จะลากไส้เจ้าออกมาประจานให้ชาวบ้านรู้กันให้ทั่ว ดูซิว่าใครกันแน่ที่จะไม่มีที่ยืนในหมู่บ้านนี้!"

ร่างบางก้าวเท้าเดินกลับบ้านด้วยท่วงท่ามั่นคง จังหวะการเดินเต็มไปด้วยความเด็ดขาด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นฉุนของพริกที่ยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ เป็นสัญญาณเตือนว่า... ผู้ใดที่กล้าแตะต้องหลินหว่านเอ๋อร์ ผู้นั้นจะต้องชดใช้ด้วยความแสบสันต์ร้อยเท่าพันทวี!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เอาคืนถึงหน้าบ้าน]**