ตอนที่ 203

***บทที่ 203: เมนูทดสอบ: สลัดดอกไม้กินได้***

หลังจากกลับมาถึงไร่สุขสำราญ หลินหว่านเอ๋อร์ก็มิได้ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า การว่าจ้างนายช่างหลี่มู่มาควบคุมการก่อสร้างภัตตาคารเป็นเพียงก้าวแรก นางตระหนักดีว่าการเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอาหาร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของภัตตาคาร

ระหว่างที่รอคอยการมาถึงของหลี่มู่และทีมช่างไม้ หลินหว่านเอ๋อร์ตัดสินใจใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นางเริ่มทดลองและพัฒนาเมนูใหม่ๆ โดยเน้นวัตถุดิบที่หาได้จากไร่ของตนเองเป็นหลัก

เช้าวันหนึ่ง แสงตะวันสีทองสาดส่องลงมายังทุ่งดอกไม้หลากสีสันภายในไร่ หลินหว่านเอ๋อร์เดินชมดอกไม้ด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเป็นประกายเมื่อมองเห็นดอกไม้ที่บานสะพรั่ง ทั้งดอกฟักทองสีเหลืองสด ดอกอัญชันสีม่วงเข้ม และดอกกุหลาบมอญสีชมพูหวาน

"ดอกไม้เหล่านี้… สามารถนำมาทำอาหารได้" นางพึมพำกับตนเองด้วยความตื่นเต้น

หลินหว่านเอ๋อร์มีความรู้เกี่ยวกับดอกไม้ที่กินได้อยู่บ้าง จากประสบการณ์ที่เคยศึกษาและค้นคว้าข้อมูลต่างๆ นางรู้ว่าดอกไม้บางชนิดมีรสชาติและคุณค่าทางอาหารที่น่าสนใจ และสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้อย่างหลากหลาย

นางเริ่มลงมือเก็บดอกไม้ที่บานสะพรั่งอย่างพิถีพิถัน คัดเลือกเฉพาะดอกที่สดใหม่และไร้ร่องรอยของแมลงกัดกิน เมื่อได้ดอกไม้ตามที่ต้องการแล้ว นางก็เดินไปยังโรงครัวด้วยความมุ่งมั่น

ภายในโรงครัว พ่อครัวฝึกหัดสองสามคนกำลังเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อกลางวัน เมื่อเห็นหลินหว่านเอ๋อร์เดินเข้ามาพร้อมกับตะกร้าดอกไม้ ทุกคนต่างมองด้วยความสงสัย

"วันนี้ข้าจะมาทดลองทำเมนูใหม่" หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม "พวกเจ้าช่วยข้าเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบอื่นๆ หน่อยได้หรือไม่?"

พ่อครัวฝึกหัดพยักหน้าตอบรับด้วยความกระตือรือร้น พวกเขาต่างอยากรู้อยากเห็นว่าหลินหว่านเอ๋อร์จะนำดอกไม้เหล่านี้มาทำอะไร

หลินหว่านเอ๋อร์เริ่มลงมือทำความสะอาดดอกไม้ด้วยความระมัดระวัง นางล้างดอกไม้ด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและแมลงที่อาจติดมา จากนั้นจึงนำดอกไม้มาผึ่งให้แห้ง

"วันนี้ข้าจะทำสลัดดอกไม้กินได้" หลินหว่านเอ๋อร์กล่าว "และจะทำของว่างจากดอกไม้ด้วย"

นางเริ่มทำสลัดโดยนำดอกไม้มาคลุกเคล้ากับผักสดที่ปลูกในไร่ เช่น ผักกาดแก้ว แตงกวา และมะเขือเทศ เพิ่มรสชาติด้วยน้ำสลัดที่ทำจากน้ำมันมะกอก น้ำมะนาว และน้ำผึ้งเล็กน้อย

ส่วนของว่างจากดอกไม้นั้น หลินหว่านเอ๋อร์นำดอกฟักทองมาสอดไส้ด้วยเนื้อหมูสับปรุงรส แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ จนเหลืองกรอบ

กลิ่นหอมของดอกไม้และเครื่องปรุงต่างๆ ลอยอบอวลไปทั่วโรงครัว กระตุ้นความอยากอาหารของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้น

เมื่อทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลินหว่านเอ๋อร์ก็เรียกป้าเถียนกุ้ยฮวา ซึ่งเป็นชาวบ้านที่นางเคารพและให้ความไว้วางใจให้มาช่วยชิมและให้คำแนะนำ

"ป้าเถียน ท่านช่วยข้าชิมอาหารที่ข้าทำหน่อยได้หรือไม่?" หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยความเคารพ "ข้าอยากรู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร และคนท้องถิ่นจะชอบหรือไม่"

ป้าเถียนยิ้มและพยักหน้าตอบรับ "แน่นอน ข้าจะช่วยเจ้าชิมเอง"

ป้าเถียนเริ่มชิมสลัดดอกไม้ก่อน นางตักสลัดเข้าปากอย่างช้าๆ แล้วเคี้ยวอย่างละเอียด

"อืม… รสชาติสดชื่นและหอมหวานมาก" ป้าเถียนกล่าว "ดอกไม้ทำให้สลัดมีรสชาติที่แปลกใหม่และน่าสนใจ"

จากนั้นป้าเถียนก็ลองชิมของว่างจากดอกฟักทอง นางกัดเข้าไปคำใหญ่ แล้วหลับตาพริ้ม

"โอ้… อันนี้อร่อยมาก" ป้าเถียนอุทาน "ดอกฟักทองกรอบนอกนุ่มใน ไส้หมูสับก็มีรสชาติกลมกล่อม"

ป้าเถียนให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับรสชาติที่คนท้องถิ่นน่าจะชอบ นางแนะนำให้เพิ่มรสชาติเผ็ดเล็กน้อยในสลัด และเพิ่มเครื่องเทศบางชนิดในไส้หมูสับ

หลินหว่านเอ๋อร์รับฟังคำแนะนำของป้าเถียนด้วยความตั้งใจ นางจดบันทึกทุกรายละเอียด และสัญญาว่าจะนำไปปรับปรุงสูตรอาหารให้ดียิ่งขึ้น

การทดลองทำเมนูใหม่ของหลินหว่านเอ๋อร์ในวันนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นางได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับดอกไม้ที่กินได้ และได้รับการสนับสนุนจากป้าเถียน ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับอาหารพื้นบ้าน

หลินหว่านเอ๋อร์รู้ดีว่าการเดินทางสู่การเป็นเจ้าของภัตตาคารสวนสวรรค์ยังอีกยาวไกล แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความพยายาม นางเชื่อมั่นว่านางจะสามารถสร้างสรรค์เมนูอาหารที่อร่อยและมีเอกลักษณ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างชื่อเสียงให้กับไร่สุขสำราญได้อย่างแน่นอน

ยามสนธยามาเยือน แสงสุดท้ายของวันทาบทาทุ่งดอกไม้ให้เป็นสีทองอร่าม หลินหว่านเอ๋อร์ยืนมองทุ่งดอกไม้ด้วยความภาคภูมิใจ นางรู้ว่าดอกไม้เหล่านี้มิได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารที่อร่อยและมีคุณค่าทางอาหารได้

เสียงกระดิ่งลมดังแว่วมาตามสายลม ราวกับเสียงเพลงที่ขับกล่อมให้หลับใหล หลินหว่านเอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วยิ้มออกมาด้วยความสุข

"ข้าจะสร้างภัตตาคารสวนสวรรค์ให้เป็นจริง" นางพึมพำกับตนเอง "และข้าจะทำให้อาหารที่ข้าปรุงเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน"

[โปรดติดตามตอนต่อไป: การคัดเลือกเชฟรุ่นแรก]