ตอนที่ 204

***บทที่ 204: การคัดเลือกเชฟรุ่นแรก***

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าเรือนครัวของไร่สุขสำราญ แสงสีทองอบอุ่นแตะต้องใบหน้าของหลินหว่านเอ๋อร์ นางยืนสง่าอยู่บนแท่นไม้เตี้ยๆ มองไปยังกลุ่มคนที่ยืนรออยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น เมื่อวานหลังจากที่ป้าเถียนกลับไป หว่านเอ๋อร์ก็ประกาศออกไปทั่วหมู่บ้านว่านางกำลังจะเปิดรับสมัครผู้ช่วยกุ๊กฝึกหัดรุ่นแรก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดภัตตาคารสวนสวรรค์ในอนาคตอันใกล้

เสียงจอแจของผู้คนดังระงมไปทั่วบริเวณ บรรดาหนุ่มสาวชาวบ้านต่างพากันมาด้วยความหวังที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของภัตตาคารแห่งใหม่นี้ หลายคนใฝ่ฝันที่จะได้เรียนรู้เคล็ดลับการปรุงอาหารจากหลินหว่านเอ๋อร์ และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองและครอบครัว

หลินหว่านเอ๋อร์ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ "วันนี้ ข้าจะทำการคัดเลือกผู้ช่วยกุ๊กฝึกหัดรุ่นแรก" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้าต้องการคนที่ตั้งใจจริง มีความอดทน และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การเป็นกุ๊กมิใช่เพียงแค่การทำอาหารให้อิ่มท้อง แต่เป็นการสร้างสรรค์อาหารที่อร่อย มีคุณค่า และสร้างความสุขให้กับผู้คน"

นางกวาดสายตามองไปยังผู้สมัครแต่ละคนอย่างละเอียด ก่อนจะกล่าวต่อว่า "การทดสอบในวันนี้จะมีสองส่วน ส่วนแรกคือ 'การหั่นเต้าหู้ในน้ำ' และส่วนที่สองคือ 'การแยกกลิ่นเครื่องเทศ' ผู้ที่ผ่านการทดสอบทั้งสองส่วนเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์เป็นผู้ช่วยกุ๊กฝึกหัดของข้า"

สิ้นคำประกาศของหลินหว่านเอ๋อร์ ผู้สมัครต่างก็เริ่มจับกลุ่มคุยกันด้วยความกังวล การหั่นเต้าหู้ในน้ำนั้นเป็นทักษะที่ต้องใช้ความแม่นยำและสมาธิสูง ส่วนการแยกกลิ่นเครื่องเทศก็ต้องอาศัยความชำนาญและการฝึกฝนเป็นอย่างมาก

หลินหว่านเอ๋อร์สั่งให้คนงานนำอ่างน้ำขนาดใหญ่มาวางเรียงกัน และนำเต้าหู้ขาวเนื้อเนียนมาวางไว้ข้างอ่างแต่ละใบ จากนั้นนางก็อธิบายวิธีการทดสอบอย่างละเอียด "ในการทดสอบนี้ พวกเจ้าจะต้องหั่นเต้าหู้ให้เป็นเส้นบางๆ โดยที่เต้าหู้จะต้องไม่แตก และเส้นเต้าหู้จะต้องไม่จมลงในน้ำ ผู้ใดที่สามารถหั่นเต้าหู้ได้ละเอียดและสวยงามที่สุด ผู้นั้นก็จะได้รับคะแนนสูงสุด"

เมื่อสิ้นเสียงของหลินหว่านเอ๋อร์ ผู้สมัครต่างก็เริ่มลงมือทำการทดสอบทันที หลายคนประหม่าจนมือสั่น ทำให้เต้าหู้แตกละเอียดตั้งแต่เริ่มต้น บางคนพยายามอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมมีดได้ดังใจหวัง

ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังวุ่นวายกับการหั่นเต้าหู้อยู่นั้น สายตาของหลินหว่านเอ๋อร์ก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด เด็กหนุ่มผู้นั้นมีชื่อว่า 'อาตง' เขาเป็นลูกชายของชาวนาในหมู่บ้าน อาตงมิได้มีรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ

อาตงจ้องมองไปยังเต้าหู้ในอ่างน้ำด้วยความแน่วแน่ เขาค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเริ่มลงมือหั่นเต้าหู้อย่างช้าๆ และระมัดระวัง มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและแม่นยำ ราวกับว่าเขาได้ฝึกฝนการหั่นเต้าหู้มาเป็นเวลานาน

เส้นเต้าหู้บางเฉียบค่อยๆ ปรากฏขึ้นในอ่างน้ำ เส้นแล้วเส้นเล่า อาตงหั่นเต้าหู้ได้อย่างละเอียดและสวยงามอย่างน่าประหลาดใจ แม้แต่หลินหว่านเอ๋อร์เองก็ยังต้องประหลาดใจกับความสามารถของเขา

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การทดสอบหั่นเต้าหู้ในน้ำสิ้นสุดลง ผู้สมัครหลายคนถอดใจและยอมแพ้ไปแล้ว แต่ยังมีผู้สมัครบางส่วนที่ยังคงพยายามอย่างไม่ย่อท้อ หนึ่งในนั้นคืออาตง เส้นเต้าหู้ของเขาอาจจะไม่ละเอียดเท่าคนอื่นๆ แต่เขาก็สามารถหั่นเต้าหู้ได้จนหมดโดยที่เต้าหู้ไม่แตกเลยแม้แต่น้อย

"เอาล่ะ การทดสอบส่วนแรกสิ้นสุดลงแล้ว" หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด "ต่อไปจะเป็นการทดสอบส่วนที่สอง 'การแยกกลิ่นเครื่องเทศ' ข้าจะให้พวกเจ้าดมกลิ่นเครื่องเทศแต่ละชนิด แล้วบอกชื่อของเครื่องเทศนั้นๆ ให้ถูกต้อง ผู้ที่สามารถแยกกลิ่นเครื่องเทศได้ถูกต้องมากที่สุด ผู้นั้นก็จะได้รับคะแนนสูงสุด"

หลินหว่านเอ๋อร์สั่งให้คนงานนำกระถางดินขนาดเล็กมาวางเรียงกัน แต่ละกระถางบรรจุเครื่องเทศชนิดต่างๆ ที่ใช้ในการปรุงอาหาร เช่น พริกไทย ขิง กระเทียม ตะไคร้ และอื่นๆ

ผู้สมัครต่างก็เริ่มดมกลิ่นเครื่องเทศทีละกระถาง บางคนคุ้นเคยกับกลิ่นเครื่องเทศเหล่านี้เป็นอย่างดี แต่บางคนก็ไม่เคยดมกลิ่นเครื่องเทศบางชนิดมาก่อน

อาตงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ดมกลิ่นเครื่องเทศแต่ละชนิดอย่างตั้งใจ เขาพยายามจดจำกลิ่นของเครื่องเทศแต่ละชนิด และเปรียบเทียบกับกลิ่นที่เขาเคยได้สัมผัสมาก่อน

หลินหว่านเอ๋อร์สังเกตเห็นว่าอาตงมีความสามารถในการแยกกลิ่นเครื่องเทศได้อย่างน่าทึ่ง เขาสามารถบอกชื่อเครื่องเทศแต่ละชนิดได้อย่างถูกต้อง แม้แต่เครื่องเทศที่หายากและมีกลิ่นที่ซับซ้อน

หลังจากที่ผู้สมัครทุกคนได้ทำการทดสอบแยกกลิ่นเครื่องเทศเสร็จสิ้นแล้ว หลินหว่านเอ๋อร์ก็เริ่มทำการประเมินผล นางให้คะแนนแก่ผู้สมัครแต่ละคนตามความสามารถในการหั่นเต้าหู้และการแยกกลิ่นเครื่องเทศ

ผลปรากฏว่าอาตงเป็นผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดในการทดสอบทั้งสองส่วน เขาสามารถหั่นเต้าหู้ได้อย่างละเอียดและสวยงาม และยังสามารถแยกกลิ่นเครื่องเทศได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

"ข้าขอประกาศว่า อาตง เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ช่วยกุ๊กฝึกหัดรุ่นแรกของข้า" หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี "ข้าเชื่อมั่นว่าอาตงจะเป็นกุ๊กที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต"

อาตงยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เขาก้มศีรษะขอบคุณหลินหว่านเอ๋อร์ด้วยความเคารพ "ขอบคุณท่านมากขอรับ ข้าสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนรู้และฝึกฝนอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ท่านต้องผิดหวัง"

ชาวบ้านต่างพากันปรบมือแสดงความยินดีกับอาตง หลินหว่านเอ๋อร์มองไปยังอาตงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง นางรู้ดีว่าการเดินทางของอาตงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถของเขา นางเชื่อมั่นว่าอาตงจะสามารถก้าวไปสู่จุดสูงสุดของการเป็นกุ๊กได้อย่างแน่นอน

[โปรดติดตามตอนต่อไป: ระบบจัดการขยะแบบครบวงจร - เพื่อไม่ให้ภัตตาคารสร้างมลพิษ หว่านเอ๋อร์ใช้ความรู้สมัยใหม่สร้างบ่อหมักแก๊สชีวภาพจากเศษอาหารและมูลสัตว์ เพื่อนำแก๊สมาใช้หุงต้มในครัว...]