ตอนที่ 205
***บทที่ 205: ระบบจัดการขยะแบบครบวงจร***
หลังจากการคัดเลือกผู้ช่วยกุ๊กฝึกหัดจบลง หลินหว่านเอ๋อร์มิได้ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ นางทราบดีว่าภัตตาคารที่กำลังเติบโตนี้ย่อมก่อให้เกิดเศษอาหารและของเหลือทิ้งจำนวนมหาศาล หากปล่อยปละละเลยย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของไร่สุขสำราญที่นางตั้งใจสร้างขึ้นมาให้เป็นมิตรต่อธรรมชาติ
ในโลกที่นางเคยจากมา การจัดการขยะเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เทคโนโลยีและวิธีการต่างๆ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในนั้นคือ “ระบบแก๊สชีวภาพ” ซึ่งสามารถนำเศษอาหารและของเสียจากสัตว์มาแปรรูปเป็นพลังงานได้
“ท่านพ่อ” หลินหว่านเอ๋อร์เอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังเดินสำรวจพื้นที่ด้านหลังภัตตาคารกับหลินต้าซาน “ข้ามีเรื่องที่จะปรึกษาหารือด้วย”
“มีอันใดหรือลูกสาว?” หลินต้าซานถามกลับด้วยความสงสัย
“ข้าสังเกตว่าทุกวันภัตตาคารของเรามีเศษอาหารเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก มิหนำซ้ำยังมีมูลสัตว์จากคอกอีก หากปล่อยทิ้งไว้เช่นนี้ย่อมส่งกลิ่นเหม็นรบกวน อีกทั้งยังอาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคได้” หลินหว่านเอ๋อร์กล่าว
หลินต้าซานพยักหน้าเห็นด้วย “นั่นสินะ ข้าเองก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เช่นกัน”
“ข้ามีความคิดที่จะสร้างบ่อหมักแก๊สชีวภาพขึ้นมา” หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“บ่อหมักแก๊สชีวภาพ? นั่นคืออันใดหรือ?” หลินต้าซานถามด้วยความไม่เข้าใจ
หลินหว่านเอ๋อร์เริ่มอธิบายถึงหลักการทำงานของบ่อหมักแก๊สชีวภาพอย่างละเอียด นางอธิบายว่าเศษอาหารและมูลสัตว์จะถูกนำมาใส่ในบ่อปิด จากนั้นจุลินทรีย์จะทำการย่อยสลายสารอินทรีย์ในสภาวะไร้อากาศ ทำให้เกิดแก๊สมีเทนซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้มได้ นอกจากนี้ กากที่เหลือจากการหมักยังสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดินได้อีกด้วย
“หากทำได้จริงดังที่เจ้าว่า ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง” หลินต้าซานกล่าวด้วยความสนใจ “แต่ข้าเกรงว่ามันจะยุ่งยากเกินไป”
“ไม่ต้องกังวลท่านพ่อ ข้าจะจัดการทุกอย่างเอง ท่านเพียงแค่ช่วยขุดบ่อและเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้ข้าก็พอ” หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้รับคำยืนยันจากหลินหว่านเอ๋อร์ หลินต้าซานก็ไม่ลังเลที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เขาระดมชาวบ้านในหมู่บ้านมาช่วยกันขุดบ่อขนาดใหญ่บริเวณด้านหลังภัตตาคาร หลินหว่านเอ๋อร์ควบคุมการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด นางอธิบายขั้นตอนการทำบ่อหมักแก๊สชีวภาพอย่างละเอียด เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจและสามารถช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง
หลังจากที่บ่อถูกขุดเสร็จเรียบร้อย หลินหว่านเอ๋อร์ก็เริ่มทำการติดตั้งท่อและอุปกรณ์ต่างๆ นางใช้ความรู้ที่เคยร่ำเรียนมาปรับปรุงและดัดแปลงอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น
เมื่อทุกอย่างพร้อม หลินหว่านเอ๋อร์ก็นำเศษอาหารและมูลสัตว์มาใส่ในบ่อหมัก จากนั้นก็ทำการปิดบ่อให้สนิทเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไป
“ต่อไปก็ต้องรอเวลาให้จุลินทรีย์ทำงาน” หลินหว่านเอ๋อร์กล่าว
ในช่วงแรก ชาวบ้านต่างพากันสงสัยและไม่เข้าใจว่าหลินหว่านเอ๋อร์กำลังทำอะไรกันแน่ พวกเขาไม่เคยเห็นสิ่งประดิษฐ์เช่นนี้มาก่อน บางคนถึงกับกล่าวว่านางกำลังทำเรื่องไร้สาระ
“ดูสิ นางเอาขี้มาหมักไว้ในบ่อ คิดว่าจะได้อะไรขึ้นมากัน?” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว
“นั่นสิ ข้าว่านางคงเสียสติไปแล้ว” ชาวบ้านอีกคนเสริม
หลินหว่านเอ๋อร์มิได้ใส่ใจต่อคำพูดเหล่านั้น นางมุ่งมั่นกับการทำงานของตนเองต่อไป นางรู้ดีว่าเมื่อชาวบ้านได้เห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาก็จะเข้าใจในสิ่งที่นางทำ
หลังจากผ่านไปหลายวัน แก๊สชีวภาพก็เริ่มถูกผลิตขึ้นภายในบ่อหมัก หลินหว่านเอ๋อร์ทำการทดสอบโดยการต่อท่อแก๊สไปยังเตาในครัวของภัตตาคาร
“ทุกคนโปรดดูให้ดี” หลินหว่านเอ๋อร์กล่าว
นางเปิดวาล์วแก๊ส และจุดไฟแช็ก
เปลวไฟสีฟ้าลุกโชนขึ้นมาจากเตา
ชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆ ต่างพากันส่งเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน ไฟที่ลุกโชนขึ้นมาจาก “บ่อขี้” เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยจินตนาการถึง
“เป็นไปได้อย่างไร?” ชาวบ้านคนหนึ่งอุทาน
“ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย” ชาวบ้านอีกคนกล่าวด้วยความประหลาดใจ
หลินต้าซานยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้ดีว่าลูกสาวของตนมีความสามารถที่เหนือกว่าคนทั่วไป
“เห็นหรือไม่? นี่คือสิ่งที่ข้าเรียกว่า ‘แก๊สชีวภาพ’ มันสามารถนำมาใช้หุงต้มอาหารได้เหมือนกับฟืนหรือถ่าน” หลินหว่านเอ๋อร์กล่าว
“แล้วมันต่างจากฟืนหรือถ่านอย่างไร?” ชาวบ้านคนหนึ่งถาม
“ข้อดีของแก๊สชีวภาพคือมันสะอาดกว่า ไม่มีควัน และไม่ต้องเสียเวลาไปหาฟืนหรือทำถ่าน” หลินหว่านเอ๋อร์อธิบาย
ชาวบ้านเริ่มเข้าใจถึงประโยชน์ของแก๊สชีวภาพ พวกเขาเริ่มมองหลินหว่านเอ๋อร์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยสงสัยและเยาะเย้ย บัดนี้กลับกลายเป็นความชื่นชมและเคารพ
“ข้าอยากจะทำบ่อหมักแก๊สชีวภาพแบบนี้บ้างได้หรือไม่?” ชาวบ้านคนหนึ่งถาม
“ข้าก็อยากทำเช่นกัน” ชาวบ้านอีกคนกล่าว
หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้ม “แน่นอน ข้ายินดีที่จะสอนทุกคน”
เมื่อได้ยินดังนั้น ชาวบ้านต่างพากันดีใจ พวกเขารู้ดีว่าการมีแก๊สชีวภาพใช้ จะช่วยให้ชีวิตของพวกเขาสะดวกสบายขึ้นมาก
หลินหว่านเอ๋อร์เริ่มสอนชาวบ้านถึงวิธีการสร้างและใช้งานบ่อหมักแก๊สชีวภาพอย่างละเอียด นางเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลรักษาและความปลอดภัยในการใช้งาน
ภายในเวลาไม่นาน หลายครอบครัวในหมู่บ้านก็เริ่มสร้างบ่อหมักแก๊สชีวภาพของตนเอง พวกเขานำเศษอาหารและมูลสัตว์มาใส่ในบ่อหมัก และรอคอยวันที่พวกเขาจะได้ใช้แก๊สชีวภาพในการหุงต้มอาหาร
จากเดิมที่เคยเป็นเพียงความคิดริเริ่มของหลินหว่านเอ๋อร์ บัดนี้ “ระบบจัดการขยะแบบครบวงจร” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชาวบ้านในหมู่บ้านไปแล้ว พวกเขาได้เรียนรู้ที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
แสงไฟสีฟ้าที่ลุกโชนขึ้นจากเตาแก๊สในครัวเรือนแต่ละหลัง กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและความเจริญรุ่งเรืองของหมู่บ้าน
[โปรดติดตามตอนต่อไป: แขกไม่ได้รับเชิญ: นายอำเภอคนใหม่]