ตอนที่ 208
***บทที่ 208: การฝึกฝนสุดโหดของอาตง***
เมื่อสิ้นเสียงคำมั่นสัญญาของอาตง หลินหว่านเอ๋อร์ก็พยักหน้าอย่างพอใจ นางมิได้ต้องการเพียงคำพูด แต่ต้องการการกระทำที่หนักแน่นและแน่วแน่เฉกเช่นที่อาตงแสดงออกในยามนี้ “ดีมาก อาตง เจ้าจงจำไว้ว่าทุกสิ่งที่เจ้าทำในวันนี้ มิใช่เพื่อข้า แต่เพื่อตัวเจ้าเอง เพื่ออนาคตที่สดใสของเจ้า” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทว่าแฝงไปด้วยความเมตตา
นางมิรอช้า สั่งให้บ่าวไพร่เตรียมวัตถุดิบสำหรับการฝึกฝนอันแสนสาหัสของอาตงในทันที ไก่ดำเนื้อแน่น ยาจีนชั้นดีที่นางคัดสรรมาเองอย่างพิถีพิถัน รวมถึงเครื่องครัวต่างๆ ที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างครบครัน ณ ลานฝึกด้านหลังเรือน
“วันนี้ สิ่งที่เจ้าต้องทำให้ได้ คือการเคี่ยวซุปไก่ตุ๋นยาจีนให้ใสนิ่งราวกับน้ำเปล่า” หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวพลางจ้องมองเข้าไปในดวงตาของอาตงอย่างจริงจัง “จงจำไว้ว่าเคล็ดลับมิได้อยู่ที่วัตถุดิบ แต่อยู่ที่ใจและความตั้งใจของเจ้า”
อาตงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขารู้ดีว่าสิ่งที่นายหญิงมอบหมายให้นั้นมิใช่งานง่าย หากแต่เป็นบททดสอบที่สำคัญยิ่งต่อการเติบโตของตนเอง เขาเงยหน้าขึ้นมองหลินหว่านเอ๋อร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ขอรับนายหญิง ข้าจะทำให้ดีที่สุด”
การฝึกฝนเริ่มต้นขึ้นด้วยความทุลักทุเล อาตงเริ่มต้นจากการล้างไก่ดำอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้น้ำซุปมีกลิ่นคาว หลินหว่านเอ๋อร์มิได้ตำหนิ หากแต่สอนถึงวิธีการล้างที่ถูกต้อง เน้นย้ำถึงความสำคัญของการขจัดกลิ่นคาวอย่างหมดจด
จากนั้น อาตงเริ่มลงมือต้มยาจีนด้วยไฟแรงเกินไป ทำให้สมุนไพรไหม้เกรียม ส่งผลให้น้ำซุปมีรสขมขื่น หลินหว่านเอ๋อร์จึงสอนถึงวิธีการควบคุมไฟ การใช้ความร้อนที่เหมาะสมเพื่อดึงรสชาติและสรรพคุณของยาจีนออกมาอย่างเต็มที่
อาตงมิยอมแพ้ เขาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแล้วครั้งเล่า พยายามปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้า มือไม้สั่นเทา ทว่าความมุ่งมั่นในดวงตายังคงเปล่งประกาย
หลินหว่านเอ๋อร์เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ นางมิได้เข้าไปช่วยเหลือโดยตรง หากแต่คอยให้คำแนะนำและกำลังใจอยู่เสมอ นางรู้ดีว่าการเรียนรู้ที่แท้จริงนั้นเกิดจากการลงมือปฏิบัติจริง และการเผชิญหน้ากับความผิดพลาดด้วยตนเอง
ในขณะที่อาตงกำลังวุ่นวายกับการฝึกฝนอยู่นั้น เงาร่างลึกลับสองสามคนกำลังซุ่มซ่อนตัวอยู่บริเวณโดยรอบไร่ พวกเขาคือสายสืบที่ใต้เท้าเจิ้งส่งมาสืบข่าว พวกเขาได้รับคำสั่งให้ค้นหาจุดอ่อนของหลินหว่านเอ๋อร์ และรายงานทุกความเคลื่อนไหวของนาง
“ดูเหมือนว่านางจะให้ความสำคัญกับเด็กหนุ่มคนนั้นมาก” ชายผู้หนึ่งกระซิบกระซาบกับเพื่อนร่วมงาน “เขาคงเป็นคนสนิทของนาง”
“บางทีเราอาจจะใช้เด็กคนนั้นเป็นเครื่องมือในการต่อรองได้” อีกคนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ “หากเราจับตัวเขาไป นางจะต้องยอมทำตามที่เราต้องการอย่างแน่นอน”
พวกเขาเฝ้าสังเกตการณ์อยู่เป็นเวลานาน พยายามหาจังหวะที่จะเข้าไปใกล้ชิดกับอาตง ทว่าพวกเขามิกล้าลงมือโดยพลการ เพราะรู้ดีว่ารอบๆ ไร่แห่งนี้มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด
ในที่สุด หลังจากความพยายามหลายครั้ง อาตงก็เริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ น้ำซุปที่เขาเคี่ยวเริ่มมีสีสันที่สดใส กลิ่นหอมของยาจีนเริ่มอบอวลไปทั่วบริเวณ รสชาติเริ่มกลมกล่อมลงตัว
หลินหว่านเอ๋อร์เดินเข้ามาใกล้ นางตักน้ำซุปขึ้นมาชิม รสชาติที่สัมผัสได้นั้นมิได้เพอร์เฟค หากแต่ดีขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด
“ดีขึ้นมาก” นางกล่าวพลางพยักหน้า “แต่ยังไม่ใสพอ เจ้าต้องพยายามอีก”
อาตงมิได้ท้อแท้ เขาเริ่มลงมือใหม่อีกครั้ง ปรับปรุงวิธีการเคี่ยวอย่างละเอียด พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ในที่สุด หลังจากความพยายามนับครั้งไม่ถ้วน น้ำซุปที่เขาเคี่ยวก็ใสราวกับน้ำเปล่า กลิ่นหอมอบอวล รสชาติกลมกล่อมอย่างสมบูรณ์แบบ
หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ นางตักน้ำซุปขึ้นมาชิมอีกครั้ง รสชาติที่สัมผัสได้นั้นเหนือความคาดหมาย น้ำซุปใสสะอาด รสชาติกลมกล่อม หอมหวานละมุนลิ้น สรรพคุณของยาจีนถูกดึงออกมาอย่างเต็มที่
“ยอดเยี่ยมมาก อาตง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม “เจ้าทำได้ดีมาก เจ้าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าด้วยความมุ่งมั่นและความพยายาม ไม่มีสิ่งใดที่เจ้าทำไม่ได้”
อาตงยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้สึกถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เขาได้เรียนรู้ที่จะอดทน พยายาม และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค
ในขณะเดียวกัน สายสืบที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่บริเวณโดยรอบไร่ก็เริ่มตระหนักว่าการประเมินหลินหว่านเอ๋อร์ต่ำเกินไป พวกเขาเห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถของนาง และเริ่มเข้าใจว่าการต่อกรกับนางมิใช่เรื่องง่าย
“เราต้องรายงานเรื่องนี้ให้ท่านนายอำเภอทราบ” ชายผู้หนึ่งกล่าว “หลินหว่านเอ๋อร์มิใช่หญิงชาวบ้านธรรมดา นางเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขาม”
พวกเขารีบเร่งเดินทางกลับไปยังจวนอำเภอ เพื่อรายงานสถานการณ์ให้ใต้เท้าเจิ้งได้รับทราบ
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: วิกฤตแมลงศัตรูพืช]**