ตอนที่ 211

***บทที่ 211: ภัตตาคารสวนสวรรค์: เปิดบริการวันแรก***

แสงอรุณสาดส่อง ทาบทาทุ่งนาเขียวขจีด้วยสีทอง ภัตตาคารสวนสวรรค์ที่หลินหว่านเอ๋อร์ทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้น บัดนี้ได้ฤกษ์งามยามดีเปิดประตูต้อนรับแขกเหรื่อเป็นวันแรก เสียงนกร้องเพลงขับกล่อม แสงแดดอ่อนโยน และสายลมเย็นสบาย ผสานกันเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

หลินหว่านเอ๋อร์อยู่ในชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อน ปักลายดอกไม้เล็กๆ เดินสำรวจความเรียบร้อยโดยรอบอย่างละเอียด ทุกกระเบียดนิ้วล้วนผ่านการกลั่นกรองความคิดและการวางแผนของนางมาแล้วทั้งสิ้น ตั้งแต่การจัดวางโต๊ะเก้าอี้ การประดับประดาด้วยดอกไม้ป่าหลากสีสัน ไปจนถึงการดูแลความสะอาดของห้องครัวและบริเวณโดยรอบ นางต้องการให้ทุกสิ่งสมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่แขกผู้มาเยือน

"คุณหนู ท่านไม่ต้องกังวลไปหรอกขอรับ ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว" ฟางหลง บ่าวรับใช้คนสนิทเอ่ยด้วยความเคารพ "พ่อครัวแม่ครัวทุกคนต่างก็เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่"

หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม "ข้าเชื่อใจพวกเจ้าทุกคน แต่การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้"

เมื่อใกล้ถึงเวลาเปิดภัตตาคาร แขกเหรื่อก็เริ่มทยอยเดินทางมาถึง ผู้คนจากในเมืองและชาวบ้านต่างพากันแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงามที่สุด เพื่อให้เกียรติแก่เจ้าของสถานที่และร่วมเฉลิมฉลองการเปิดตัวในวันนี้

เถ้าแก่เนี่ย เจ้าของร้านผ้าไหมจินยวี่ เดินทางมาถึงพร้อมกับลูกน้องคนสนิท เมื่อเห็นภัตตาคารสวนสวรรค์ เถ้าแก่เนี่ยก็ถึงกับตะลึงงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา

"นี่...นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ!" เขาอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

ภัตตาคารสวนสวรรค์ไม่ได้เป็นเพียงอาคารหลังใหญ่โต แต่เป็นการผสมผสานความงามของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมได้อย่างลงตัว ตัวอาคารสร้างจากไม้และหิน ตกแต่งด้วยลวดลายที่อ่อนช้อยงดงาม บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ที่เบ่งบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ

"คุณหนูหลินช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก" เถ้าแก่เนี่ยพึมพำกับตัวเอง "ข้าไม่เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนี้มาก่อนเลย"

หลินหว่านเอ๋อร์เดินเข้ามาต้อนรับเถ้าแก่เนี่ยด้วยรอยยิ้ม "เถ้าแก่เนี่ย ท่านมาถึงแล้ว ข้าดีใจยิ่งนักที่ท่านให้เกียรติมาร่วมงานเปิดตัวภัตตาคารของข้า"

"คุณหนูหลินกล่าวเกินไปแล้ว" เถ้าแก่เนี่ยรีบกล่าวตอบ "ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณหนูที่ให้โอกาสข้าได้มาเห็นสถานที่ที่งดงามเช่นนี้"

หลังจากทักทายกันพอสมควร หลินหว่านเอ๋อร์ก็เชิญเถ้าแก่เนี่ยเข้าไปด้านในภัตตาคาร เพื่อชมความงามของสถานที่และลิ้มลองรสชาติอาหารที่นางได้เตรียมไว้

เมื่อเข้าไปในภัตตาคาร เถ้าแก่เนี่ยก็ยิ่งรู้สึกประทับใจมากยิ่งขึ้น การตกแต่งภายในภัตตาคารนั้นเรียบง่ายแต่หรูหรา โต๊ะเก้าอี้ทำจากไม้เนื้อดี แกะสลักลวดลายที่สวยงาม บนโต๊ะอาหารมีจานชามที่ทำจากเครื่องเคลือบดินเผาอย่างดี วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ

"คุณหนูหลินช่างใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ" เถ้าแก่เนี่ยเอ่ยชมด้วยความชื่นชม

"ข้าเพียงแต่ต้องการให้แขกทุกท่านที่มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดเท่านั้น" หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

หลังจากนั้นไม่นาน อาหารก็เริ่มทยอยออกมาเสิร์ฟ เมนูเด็ดในวันนี้คือ 'หมูหันหนังกรอบ' ย่างด้วยเตาถ่านไม้ผล ซึ่งเป็นสูตรพิเศษที่หลินหว่านเอ๋อร์คิดค้นขึ้นมาเอง

เมื่อหมูหันหนังกรอบถูกนำมาวางบนโต๊ะอาหาร กลิ่นหอมของเครื่องเทศและเนื้อหมูย่างก็อบอวลไปทั่วบริเวณ น้ำลายในปากของทุกคนต่างก็สอขึ้นมาด้วยความอยาก

"เชิญทุกท่านลิ้มลองได้ตามสบาย" หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวเชิญ

แขกเหรื่อต่างพากันหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบหมูหันหนังกรอบเข้าปาก เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติ ทุกคนต่างก็ส่งเสียงออกมาด้วยความพึงพอใจ

"อร่อยเหลือเกิน!"

"หนังกรอบ เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ!"

"ข้าไม่เคยกินหมูหันที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย!"

เสียงชื่นชมดังระงมไปทั่วภัตตาคาร ทุกคนต่างก็เอร็ดอร่อยกับหมูหันหนังกรอบที่หลินหว่านเอ๋อร์ตั้งใจทำ

เถ้าแก่เนี่ยก็เช่นกัน เมื่อได้ลิ้มลองหมูหันหนังกรอบ เขาก็ถึงกับเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติที่แสนอร่อย

"คุณหนูหลิน ท่านช่างมีฝีมือในการทำอาหารที่ยอดเยี่ยมจริงๆ" เถ้าแก่เนี่ยเอ่ยชมด้วยความจริงใจ "ข้าไม่เคยคิดเลยว่าหมูหันจะอร่อยได้ถึงเพียงนี้"

"ขอบคุณท่านที่ชม" หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม "ข้าเพียงแต่ทำอาหารด้วยความรักและความใส่ใจเท่านั้นเอง"

ตลอดทั้งวัน ภัตตาคารสวนสวรรค์เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและครึกครื้น แขกเหรื่อต่างพากันอิ่มอร่อยกับอาหารที่แสนอร่อย และเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่สวยงาม หลินหว่านเอ๋อร์มองดูภาพเหล่านั้นด้วยความสุขใจ นางรู้ว่าความฝันของนางได้กลายเป็นความจริงแล้ว

แต่ในขณะที่หลินหว่านเอ๋อร์กำลังมีความสุขอยู่นั้น ที่จวนอำเภอ ใต้เท้าเจิ้งกำลังนั่งหน้าเครียดอยู่บนเก้าอี้ กลิ่นปลาร้าหมักยังคงอบอวลอยู่ในห้อง ทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้และปวดหัว

"หลินหว่านเอ๋อร์..." เขาพึมพำด้วยความโกรธ "นางจะต้องชดใช้!"

ทันใดนั้น ลูกน้องคนสนิทก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องด้วยท่าทางร้อนรน

"ท่านใต้เท้าขอรับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"

"เกิดอะไรขึ้น?" ใต้เท้าเจิ้งถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

"ภัตตาคารสวนสวรรค์ของหลินหว่านเอ๋อร์เปิดทำการแล้วขอรับ!" ลูกน้องรายงาน

"แล้วอย่างไร?" ใต้เท้าเจิ้งถาม

"ภัตตาคารของนางได้รับความนิยมอย่างมากขอรับ แขกเหรื่อต่างพากันเดินทางไปที่นั่นอย่างไม่ขาดสาย!" ลูกน้องกล่าว

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใต้เท้าเจิ้งก็กำมือแน่นด้วยความโกรธ

"หลินหว่านเอ๋อร์..." เขาคำราม "ข้าจะไม่ยอมให้นางประสบความสำเร็จง่ายๆ แน่นอน!"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: กระแสปากต่อปาก]**