ตอนที่ 212

***บทที่ 212: กระแสปากต่อปาก***

กลิ่นหอมกรุ่นของหมูหันหนังกรอบคล้ายจะยังอบอวลอยู่ทั่วบริเวณภัตตาคารสวนสวรรค์ แม้ตะวันจะคล้อยต่ำลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว แต่ความทรงจำถึงรสชาติอันโอชาเมื่อยามบ่ายก็ยังคงติดตรึงใจผู้คนที่ได้ลิ้มลอง มิใช่เพียงรสชาติอาหารที่เลิศล้ำ หากแต่เป็นบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยทุ่งนาเขียวขจี สายลมเย็นสบาย และความอบอุ่นจากอัธยาศัยไมตรีของหลินหว่านเอ๋อร์และอาตง

เสียงสนทนาถึงความประทับใจในภัตตาคารสวนสวรรค์เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน จากปากสู่ปาก จากบ้านสู่บ้าน เรื่องราวของรสชาติอาหารที่หาใดเปรียบมิได้ บรรยากาศที่งดงามราวสรวงสวรรค์ และการต้อนรับขับสู้ที่อบอุ่นดุจญาติมิตรค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไป

มิช้านาน ข่าวลือก็เริ่มเล็ดลอดออกจากหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ ข้ามทุ่งนา ข้ามแม่น้ำ ไปสู่เมืองข้างเคียงที่เจริญรุ่งเรืองกว่า ผู้คนในเมืองใหญ่ที่คุ้นชินกับอาหารเลิศรสจากภัตตาคารหรูหราต่างก็เริ่มให้ความสนใจกับภัตตาคารเล็กๆ กลางทุ่งนาแห่งนี้

“ท่านได้ยินเรื่องภัตตาคารสวนสวรรค์หรือไม่?” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในร้านน้ำชาแห่งหนึ่งในเมืองหลวง

“ภัตตาคารที่ว่ากันว่ามีหมูหันหนังกรอบอร่อยล้ำเลิศราวกับอาหารเทพเซียนน่ะหรือ?” ชายผู้หนึ่งตอบกลับด้วยความสนใจ

“ใช่แล้ว! ว่ากันว่าบรรยากาศก็งดงามราวกับสรวงสวรรค์ ผู้คนต่างพากันเดินทางไปลิ้มลองรสชาติกันอย่างไม่ขาดสาย”

“จริงหรือ? ข้าชักอยากจะลองไปดูเสียแล้วสิ”

ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว มิเพียงแต่ในร้านน้ำชาเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงในจวนขุนนาง ร้านค้า และแม้กระทั่งในวังหลวง เรื่องราวของภัตตาคารสวนสวรรค์กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

ในบรรดาผู้ที่ให้ความสนใจกับข่าวลือนี้ มีเศรษฐีผู้มั่งคั่งนามว่าท่านหลี่รวมอยู่ด้วย ท่านหลี่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักชิมอาหารตัวยง เขาเคยเดินทางไปลิ้มลองอาหารเลิศรสมาแล้วทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นภัตตาคารหรูหราในเมืองหลวง หรือร้านอาหารลับในตรอกซอกซอย ท่านหลี่ล้วนเคยได้สัมผัสมาแล้วทั้งสิ้น

เมื่อได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับภัตตาคารสวนสวรรค์ ท่านหลี่ก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที ด้วยความที่เป็นนักชิมอาหารตัวยง ท่านหลี่จึงไม่อาจปล่อยโอกาสที่จะได้ลิ้มลองอาหารรสเลิศเช่นนี้ไปได้

“ข้าจะต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตนเอง” ท่านหลี่กล่าวกับตนเอง

ในวันรุ่งขึ้น ท่านหลี่จึงสั่งให้เตรียมเกี้ยวและออกเดินทางไปยังหมู่บ้านอันห่างไกลที่ตั้งของภัตตาคารสวนสวรรค์ การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก ถนนหนทางขรุขระและเต็มไปด้วยฝุ่นละออง แต่ท่านหลี่ก็มิได้ย่อท้อ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะได้ลิ้มลองรสชาติอาหารที่เลื่องลือ ท่านหลี่จึงอดทนเดินทางต่อไป

เมื่อเกี้ยวเดินทางมาถึงหน้าภัตตาคารสวนสวรรค์ ท่านหลี่ก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น ภัตตาคารแห่งนี้มิได้หรูหราโอ่อ่าอย่างที่ท่านเคยพบเห็น หากแต่เป็นภัตตาคารที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจีที่งดงามราวภาพวาด

“ช่างเป็นบรรยากาศที่แปลกตาเสียจริง” ท่านหลี่พึมพำ

เมื่อท่านหลี่ก้าวเท้าเข้าไปในภัตตาคาร หลินหว่านเอ๋อร์ก็รีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่สดใส

“ยินดีต้อนรับท่านเศรษฐีหลี่” หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวทักทาย “ข้าได้ยินข่าวว่าท่านเดินทางมาจากเมืองหลวงเพื่อมาลิ้มลองอาหารของข้า”

“ใช่แล้ว” ท่านหลี่ตอบ “ข้าได้ยินชื่อเสียงของภัตตาคารแห่งนี้มานานแล้ว วันนี้ข้าจึงตั้งใจเดินทางมาเพื่อพิสูจน์ด้วยตนเอง”

“ข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” หลินหว่านเอ๋อร์กล่าว “เชิญท่านนั่งก่อนเถิด ข้าจะให้พ่อครัวเตรียมอาหารที่ดีที่สุดสำหรับท่าน”

หลินหว่านเอ๋อร์ผายมือเชิญท่านหลี่ไปยังโต๊ะที่จัดเตรียมไว้อย่างดี อาตงรีบเข้ามาเติมน้ำชาให้ท่านหลี่ด้วยท่าทางนอบน้อม

“ท่านเศรษฐีหลี่โปรดรอสักครู่นะขอรับ” อาตงกล่าวด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย “ข้าจะรีบไปบอกให้คุณหนูเตรียมอาหารให้ท่าน”

ท่านหลี่พยักหน้าให้ อาตงรีบเดินไปยังห้องครัวด้วยความตื่นเต้น

“คุณหนูขอรับ ท่านเศรษฐีหลี่เดินทางมาถึงแล้วขอรับ!” อาตงรายงานด้วยเสียงกระซิบ

“ข้ารู้แล้ว” หลินหว่านเอ๋อร์ตอบ “เจ้าจงตั้งใจทำอาหารให้ดีที่สุด อย่าให้ท่านเศรษฐีหลี่ต้องผิดหวัง”

“ขอรับคุณหนู!” อาตงตอบรับด้วยความกระตือรือร้น

อาตงตั้งใจทำอาหารทุกจานด้วยความใส่ใจ เขาพยายามปรุงรสชาติให้ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เขาต้องการที่จะพิสูจน์ให้หลินหว่านเอ๋อร์เห็นว่าเขาก็มีความสามารถในการทำอาหารเช่นกัน

ในขณะที่อาตงกำลังวุ่นวายอยู่ในครัว หลินหว่านเอ๋อร์ก็กำลังสนทนากับท่านหลี่อย่างเป็นกันเอง นางเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภัตตาคารสวนสวรรค์ ความฝันของนาง และความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์อาหารที่อร่อยและมีคุณภาพ

ท่านหลี่ฟังเรื่องราวของหลินหว่านเอ๋อร์ด้วยความสนใจ เขาประทับใจในความมุ่งมั่นและความตั้งใจของนาง เขาเริ่มรู้สึกว่าภัตตาคารแห่งนี้มิได้มีดีเพียงแค่รสชาติอาหารเท่านั้น หากแต่ยังมีเรื่องราวและความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่

มิช้านาน อาหารจานแรกก็ถูกนำมาเสิร์ฟ หมูหันหนังกรอบที่ขึ้นชื่อลือชาส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนน้ำลายสอ ท่านหลี่อดใจไม่ไหว รีบคีบหมูหันเข้าปาก

ทันทีที่หมูหันสัมผัสลิ้น ท่านหลี่ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง รสชาติของหมูหันนั้นอร่อยล้ำเลิศเกินกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้ หนังกรอบกรุบ เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ รสชาติกลมกล่อมลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ

“นี่มัน…” ท่านหลี่พึมพำด้วยความตื่นเต้น “นี่มันเป็นรสชาติที่ข้าไม่เคยลิ้มลองมาก่อน!”

ท่านหลี่ทานหมูหันอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดจาน จากนั้นหลินหว่านเอ๋อร์ก็นำอาหารจานอื่นๆ มาเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นผักสดจากไร่ ปลาย่างเกลือ หรือซุปไก่ตุ๋นยาจีน ทุกจานล้วนมีรสชาติที่อร่อยและเป็นเอกลักษณ์

ท่านหลี่ทานอาหารทุกจานด้วยความชื่นชม เขาไม่เคยรู้สึกประทับใจกับอาหารมากเท่านี้มาก่อน ภัตตาคารสวนสวรรค์แห่งนี้มิได้เป็นเพียงภัตตาคารธรรมดาๆ หากแต่เป็นสถานที่ที่มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่พิเศษและน่าจดจำ

เมื่อท่านหลี่ทานอาหารเสร็จ หลินหว่านเอ๋อร์ก็เดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง

“ท่านเศรษฐีหลี่ ท่านชอบอาหารของข้าหรือไม่?” หลินหว่านเอ๋อร์ถามด้วยความกังวล

“ชอบสิ!” ท่านหลี่ตอบด้วยเสียงดัง “ข้าไม่เคยทานอาหารที่อร่อยเท่านี้มาก่อนเลย! ท่านช่างมีฝีมือในการทำอาหารที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!”

หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มด้วยความดีใจ นางโล่งใจที่ท่านหลี่ชื่นชอบอาหารของนาง

“ขอบคุณท่านที่ชม” หลินหว่านเอ๋อร์กล่าว “ข้าดีใจที่ท่านชอบอาหารของข้า”

ท่านหลี่ยิ้มตอบ จากนั้นเขาก็หันไปมองอาตงที่ยืนอยู่ด้านหลังหลินหว่านเอ๋อร์

“พ่อหนุ่ม” ท่านหลี่เรียก “เจ้าเป็นคนทำอาหารใช่หรือไม่?”

อาตงตกใจเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าท่านหลี่จะสังเกตเห็นเขา

“ขอรับท่านเศรษฐี” อาตงตอบด้วยเสียงสั่น “ข้าเป็นคนช่วยคุณหนูทำอาหาร”

“เจ้าทำได้ดีมาก!” ท่านหลี่ชม “อาหารทุกจานอร่อยมาก ข้าขอชมเชยในความสามารถของเจ้า”

อาตงถึงกับน้ำตาคลอเบ้าเมื่อได้ยินคำชมจากท่านหลี่ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้รับคำชมจากคนอื่นเกี่ยวกับความสามารถในการทำอาหารของเขา

“ขอบคุณท่านเศรษฐีขอรับ” อาตงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้าจะตั้งใจทำอาหารให้ดีที่สุดต่อไป”

หลินหว่านเอ๋อร์มองดูอาตงด้วยความภาคภูมิใจ นางรู้ว่าอาตงมีความสามารถในการทำอาหาร และนางเชื่อว่าเขาจะสามารถพัฒนาฝีมือให้เก่งกาจยิ่งขึ้นไปอีก

หลังจากที่ท่านหลี่ทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้พูดคุยกับหลินหว่านเอ๋อร์และอาตงอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินทางกลับเมืองหลวง ท่านหลี่ให้คำมั่นสัญญากับหลินหว่านเอ๋อร์ว่าจะช่วยประชาสัมพันธ์ภัตตาคารสวนสวรรค์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

“ข้าจะบอกต่อเรื่องราวของภัตตาคารแห่งนี้ให้ทุกคนที่ข้ารู้จัก” ท่านหลี่กล่าว “ข้าเชื่อว่าภัตตาคารของท่านจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”

หลินหว่านเอ๋อร์รู้สึกขอบคุณท่านหลี่เป็นอย่างมาก นางรู้ว่าการสนับสนุนของท่านหลี่จะช่วยให้ภัตตาคารสวนสวรรค์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

หลังจากที่ท่านหลี่เดินทางกลับไปแล้ว ข่าวลือเกี่ยวกับภัตตาคารสวนสวรรค์ก็แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างพากันเดินทางมาลิ้มลองรสชาติอาหารที่เลื่องลือ ภัตตาคารสวนสวรรค์กลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในชั่วพริบตา

ชื่อเสียงของหลินหว่านเอ๋อร์และอาตงเริ่มโด่งดังไปทั่วทั้งแคว้น ผู้คนต่างพากันยกย่องในความสามารถในการทำอาหารและความมุ่งมั่นตั้งใจของพวกเขา

แต่ในขณะที่หลินหว่านเอ๋อร์และอาตงกำลังมีความสุขกับความสำเร็จที่ได้รับ ใต้เท้าเจิ้งกลับกำลังนั่งหน้าเครียดอยู่ในจวนอำเภอของเขา ความโกรธแค้นและความอิจฉาริษยาค่อยๆ กัดกินหัวใจของเขา

“หลินหว่านเอ๋อร์…” เขาพึมพำด้วยความโกรธ “ข้าจะไม่ยอมให้นางมีความสุขง่ายๆ แน่นอน!”

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ข้อเสนอซื้อหุ้นลม]**