ตอนที่ 214
***บทที่ 214: ด่านตรวจเถื่อน***
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลงมากระทบผืนดิน หลินหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์ของไร่ มองไปยังถนนสายหลักที่ทอดยาวสู่หมู่บ้าน ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้นางขมวดคิ้วมุ่น ทหารในชุดเกราะสีดำสนิทกำลังตั้งด่านตรวจเข้มงวดอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน ธงสัญลักษณ์ของใต้เท้าเจิ้งโบกสะบัดตามแรงลม ราวกับเป็นการประกาศศักดา
"ใต้เท้าเจิ้งเริ่มเคลื่อนไหวแล้วจริงๆ" นางพึมพำกับตนเอง ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "แต่ข้าจะไม่ยอมให้มันขัดขวางข้าได้ง่ายๆ แน่นอน"
ด่านตรวจที่ตั้งขึ้นนั้นส่งผลกระทบต่อภัตตาคารเรือนไม้ไผ่อย่างรวดเร็ว ลูกค้าที่ตั้งใจจะเดินทางมาลิ้มลองอาหารต่างพากันยกเลิกการจอง ด้วยเกรงว่าจะต้องเสียเวลาและถูกรบกวนจากทหารเหล่านั้น หลายคนบ่นอุบอิบถึงความไม่สะดวกและความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น
"ท่านพี่ ข้าว่าเราไปกินที่อื่นดีกว่า" เสียงของชายผู้หนึ่งดังขึ้นบริเวณหน้าด่านตรวจ "เห็นทีวันนี้คงไม่ได้กินอาหารอร่อยๆ ที่เรือนไม้ไผ่แล้ว"
"นั่นสิน้องข้า" ชายอีกผู้หนึ่งตอบกลับด้วยความหงุดหงิด "ข้าอุตส่าห์เดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ แต่กลับต้องมาเจอด่านตรวจบ้าๆ นี่"
ทหารยามที่ประจำการอยู่หน้าด่านตรวจ มองลูกค้าเหล่านั้นด้วยสายตาเย้ยหยัน พวกมันได้รับคำสั่งจากใต้เท้าเจิ้งให้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียด ใครที่แสดงท่าทีไม่พอใจหรือไม่ให้ความร่วมมือ จะถูกลงโทษอย่างหนัก
"พวกเจ้าทุกคนต้องให้ความร่วมมือในการตรวจค้น" ทหารยามคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง "หากใครขัดขืน จะถูกจับกุมในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของทางการ"
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้าหลายคนเริ่มแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเปิดเผย แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะต่อต้านอำนาจของทหารเหล่านั้นได้
ภายในเรือนไม้ไผ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบเหงา โต๊ะอาหารที่เคยเต็มไปด้วยลูกค้า กลับว่างเปล่าไร้ผู้คน หว่านเอ๋อร์มองดูสถานการณ์ด้วยความกังวลใจ นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ภัตตาคารของนางจะต้องประสบปัญหาอย่างแน่นอน
"คุณหนู ท่านจะให้พวกเราทำอย่างไรดีขอรับ?" ผู้จัดการร้านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ลูกค้าเริ่มยกเลิกการจองกันหมดแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ภัตตาคารของเราคงต้องปิดตัวลงเป็นแน่"
หว่านเอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติ นางรู้ว่านางจะต้องคิดหาทางออกให้เร็วที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
"อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้ามีแผนรับมือกับสถานการณ์นี้แล้ว"
นางเดินไปยังแผนที่ที่แขวนอยู่บนผนัง มองสำรวจเส้นทางต่างๆ รอบหมู่บ้านอย่างละเอียด ดวงตาของนางจับจ้องไปยังคลองส่งน้ำที่ขุดลัดเลาะผ่านทุ่งนา คลองสายนี้เป็นเส้นทางที่นางใช้สำหรับลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรไปยังตลาดในเมือง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ มันอาจกลายเป็นเส้นทางที่ช่วยให้ภัตตาคารของนางรอดพ้นจากวิกฤตได้
"เราจะใช้คลองส่งน้ำเป็นเส้นทางลัด" นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม "เราจะสร้างแพไม้ไผ่เพื่อรับส่งลูกค้าจากอีกตำบลหนึ่งเข้ามายังหลังไร่ของเรา"
ผู้จัดการร้านมองหน้านางด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าคลองส่งน้ำเล็กๆ จะสามารถช่วยกอบกู้สถานการณ์ได้
"แต่คุณหนูขอรับ การเดินทางทางน้ำอาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนกับการเดินทางทางบกนะขอรับ" เขาแย้งด้วยความเป็นห่วง "และลูกค้าอาจจะไม่พอใจที่ต้องเดินทางด้วยแพไม้ไผ่"
"เราจะทำให้การเดินทางทางน้ำเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ" หว่านเอ๋อร์ตอบด้วยความมั่นใจ "เราจะตกแต่งแพไม้ไผ่ให้สวยงาม จัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไว้คอยบริการ และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายให้กับลูกค้า"
นางเริ่มวางแผนอย่างละเอียด สั่งให้คนงานเตรียมแพไม้ไผ่ จัดหาผ้าใบและโคมไฟมาประดับประดา และจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มสำหรับต้อนรับลูกค้า
"เราจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส" นางกล่าวกับตนเอง "เราจะทำให้ลูกค้าทุกคนประทับใจกับการบริการของเรา และกลับมาใช้บริการของเราอีกครั้ง"
ในขณะที่หว่านเอ๋อร์กำลังเตรียมการรับมือกับสถานการณ์อยู่นั้น ลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่เดินทางมาจากเมืองหลวงก็มาถึงหน้าด่านตรวจ ทหารยามรีบเข้าไปสกัดกั้นและทำการตรวจค้นอย่างละเอียด
"พวกท่านมาจากที่ใด?" ทหารยามคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงหยาบคาย
"พวกเรามาจากเมืองหลวง" ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มตอบด้วยความสุภาพ "พวกเราตั้งใจจะมาพักผ่อนและทานอาหารที่ภัตตาคารเรือนไม้ไผ่"
"ภัตตาคารเรือนไม้ไผ่?" ทหารยามหัวเราะเยาะ "พวกท่านคงไม่รู้ว่าที่นั่นกำลังมีปัญหาอยู่ พวกท่านควรจะไปที่อื่นจะดีกว่า"
"พวกเรารู้เรื่องด่านตรวจแล้ว" ชายผู้นั้นตอบกลับด้วยความไม่พอใจ "แต่พวกเราก็ยังยืนยันที่จะไปที่ภัตตาคารเรือนไม้ไผ่"
ทหารยามมองหน้ากันด้วยความลังเล พวกมันไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป หากปล่อยให้คนเหล่านี้ผ่านไป พวกมันอาจจะถูกลงโทษจากใต้เท้าเจิ้งได้ แต่ถ้าขัดขวางพวกมัน ก็อาจจะสร้างความขุ่นเคืองให้กับผู้มีอำนาจในเมืองหลวงได้เช่นกัน
"พวกท่านต้องให้ความร่วมมือในการตรวจค้นอย่างละเอียด" ทหารยามคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงข่มขู่ "หากพวกเราพบสิ่งผิดปกติ พวกท่านจะต้องถูกจับกุมทันที"
ชายผู้นั้นถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เขารู้ดีว่าการเดินทางในยุคนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคและปัญหา แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางของเขาให้ได้
"พวกเราจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่" เขาตอบด้วยน้ำเสียงอดทน "แต่พวกท่านต้องรับประกันว่าพวกเราจะไม่ถูกรบกวนมากเกินไป"
ทหารยามพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก พวกมันเริ่มทำการตรวจค้นสัมภาระของลูกค้าอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
"พวกท่านสามารถเดินทางต่อไปได้" ทหารยามคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "แต่พวกท่านต้องระวังตัวให้ดี"
ลูกค้ากลุ่มนั้นเดินผ่านด่านตรวจไปด้วยความระมัดระวัง พวกเขารู้สึกไม่พอใจกับการปฏิบัติของทหารยาม แต่ก็ทำได้เพียงเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงหน้าภัตตาคารเรือนไม้ไผ่ พวกเขาก็พบว่าบรรยากาศที่นี่แตกต่างจากที่พวกเขาคาดหวังไว้ โต๊ะอาหารว่างเปล่าไร้ผู้คน และพนักงานในร้านก็มีสีหน้ากังวลใจ
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" ชายผู้นำกลุ่มถามด้วยความสงสัย
ผู้จัดการร้านรีบเดินเข้ามาต้อนรับพวกเขาด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
"ท่านคือลูกค้าจากเมืองหลวงใช่หรือไม่?" เขาถามด้วยความสุภาพ
"ใช่แล้ว" ชายผู้นั้นตอบ "พวกเราตั้งใจจะมาทานอาหารที่นี่"
"ขออภัยด้วยขอรับ" ผู้จัดการร้านกล่าวด้วยความเสียใจ "แต่เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้ ภัตตาคารของเราจึงไม่สามารถให้บริการท่านได้อย่างเต็มที่"
"พวกเรารู้เรื่องด่านตรวจแล้ว" ชายผู้นั้นตอบ "แต่พวกเราก็ยังอยากจะลองทานอาหารที่นี่ดู"
ผู้จัดการร้านมองหน้าชายผู้นั้นด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คาดคิดว่าจะมีลูกค้าที่ยังคงยืนยันที่จะใช้บริการภัตตาคารของเขา แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบาก
"ถ้าเช่นนั้น ขอเชิญทุกท่านตามข้ามา" เขาเชิญลูกค้ากลุ่มนั้นไปยังด้านหลังของภัตตาคาร "ข้าจะพาพวกท่านไปยังสถานที่พิเศษ"
พวกเขาเดินตามผู้จัดการร้านไปยังคลองส่งน้ำ ที่นั่นพวกเขาได้พบกับแพไม้ไผ่ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม พนักงานในร้านกำลังจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไว้คอยบริการ
"นี่คืออะไร?" ชายผู้นั้นถามด้วยความสงสัย
"นี่คือเส้นทางพิเศษที่เราจัดเตรียมไว้สำหรับลูกค้าของเรา" ผู้จัดการร้านตอบด้วยรอยยิ้ม "เราจะพาพวกท่านล่องแพชมทุ่งนา และทานอาหารอร่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย"
ลูกค้ากลุ่มนั้นมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับการบริการเช่นนี้
"นี่เป็นความคิดที่ดีมาก" ชายผู้นั้นกล่าวด้วยความชื่นชม "พวกเรายินดีที่จะลอง"
พวกเขาขึ้นไปบนแพไม้ไผ่ และเริ่มล่องไปตามคลองส่งน้ำ ทิวทัศน์ที่สวยงามของทุ่งนาและสายลมเย็นๆ ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
"ที่นี่สวยงามมาก" หญิงผู้หนึ่งในกลุ่มกล่าวด้วยความประทับใจ "ข้าไม่เคยเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้มาก่อน"
"อาหารก็อร่อยมากเช่นกัน" ชายอีกผู้หนึ่งกล่าวด้วยความพึงพอใจ "ข้าไม่เคยทานอาหารที่อร่อยเท่านี้มาก่อน"
หลินหว่านเอ๋อร์ยืนมองลูกค้ากลุ่มนั้นจากบนหอสังเกตการณ์ นางยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อเห็นว่าแผนการของนางประสบความสำเร็จ
"ข้าจะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ" นางพึมพำกับตนเอง "ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ภัตตาคารของข้าอยู่รอดต่อไป"
เสียงโห่ร้องดังขึ้นจากหน้าด่านตรวจ ทหารยามกำลังโต้เถียงกับกลุ่มพ่อค้าที่ต้องการจะเดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน
"พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะขัดขวางพวกเรา" พ่อค้าคนหนึ่งตะโกนด้วยความโกรธ "พวกเรามีสิทธิ์ที่จะเดินทางไปค้าขายที่ใดก็ได้ตามที่พวกเราต้องการ"
"พวกเจ้าต้องให้ความร่วมมือในการตรวจค้น" ทหารยามคนหนึ่งตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว "หากพวกเจ้าไม่ให้ความร่วมมือ พวกเราจะจับกุมพวกเจ้าทันที"
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ หลินหว่านเอ๋อร์รู้ดีว่านางจะต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อยุติความขัดแย้งนี้
นางตัดสินใจที่จะลงจากหอสังเกตการณ์ และเดินไปยังหน้าด่านตรวจ นางต้องการที่จะเจรจากับทหารยาม และหาทางออกให้กับสถานการณ์นี้
แต่ก่อนที่นางจะได้ทันได้ก้าวเท้าออกจากไร่ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้น
"คุณหนู ไม่ต้องลงไปขอรับ กระผมจัดการเอง"
จางเว่ยเดินออกมาจากเงามืด พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก เขาเป็นองครักษ์เงาที่จ้าวเฉินส่งมาคุ้มครองนาง และมีความสามารถในการต่อสู้ที่เหนือกว่าคนทั่วไป
"เจ้าจะทำอะไร?" หว่านเอ๋อร์ถามด้วยความสงสัย
"กระผมจะทำให้พวกมันรู้ว่าใครเป็นใคร" จางเว่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา "และจะทำให้พวกมันรู้ว่าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับคุณหนู"
ว่าแล้ว จางเว่ยก็เดินตรงไปยังหน้าด่านตรวจ ทิ้งให้หลินหว่านเอ๋อร์ยืนมองตามด้วยความกังวลใจ
การเผชิญหน้าที่ด่านตรวจกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
บริการเดลิเวอรี่ทางเรือ