ตอนที่ 215

***บทที่ 215: บริการเดลิเวอรี่ทางเรือ***

สถานการณ์ที่ด่านตรวจทวีความตึงเครียดขึ้นทุกขณะ หลินหว่านเอ๋อร์ได้แต่ยืนมองจากที่ไกลด้วยความกังวลใจ นางรู้ดีว่าการปะทะกันโดยตรงไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่เมื่อเห็นจางเว่ยเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับทหารยาม นางก็พอจะคลายใจลงได้บ้าง องครักษ์เงาผู้นี้มีฝีมือร้ายกาจ ยากที่จะหาใครเทียบเทียมได้ในแถบนี้

ขณะที่การเจรจาที่ด่านตรวจยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด หลินหว่านเอ๋อร์กลับครุ่นคิดถึงหนทางอื่น นางตระหนักดีว่าการพึ่งพาเส้นทางบกเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน หากด่านตรวจยังคงเข้มงวดเช่นนี้ต่อไป ภัตตาคารของนางคงต้องประสบปัญหาอย่างแน่นอน

"หรือว่า..." นางพึมพำกับตนเอง ดวงตาเป็นประกายด้วยความคิดบางอย่าง "เรายังมีคลองส่งน้ำที่ขุดไว้มิใช่หรือ?"

ความคิดนี้จุดประกายความหวังขึ้นในใจของนาง คลองส่งน้ำที่ขุดไว้ตั้งแต่แรก เดิมทีมีไว้เพื่อใช้ในการเกษตรและเป็นทางระบายน้ำในช่วงฤดูฝน แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ มันอาจกลายเป็นเส้นทางขนส่งทางน้ำที่สำคัญได้

นางรีบเรียกคนสนิทเข้ามาปรึกษาหารือ "พวกเจ้าว่าอย่างไร หากเราใช้คลองส่งน้ำเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำ?"

คนสนิทต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัย "คุณหนู ท่านหมายความว่าอย่างไร?"

"ข้าหมายความว่า เราจะสร้างแพไม้ไผ่ ล่องไปตามคลองส่งน้ำ เพื่อรับลูกค้าจากอีกตำบลเข้ามาทางหลังไร่" นางอธิบายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "มันจะเป็นบริการเดลิเวอรี่ทางน้ำที่ไม่เหมือนใคร!"

ความคิดนี้สร้างความฮือฮาให้กับทุกคนที่ได้ยิน ต่างเห็นพ้องต้องกันว่ามันเป็นความคิดที่ชาญฉลาดและสร้างสรรค์อย่างยิ่ง

"แต่คุณหนู คลองส่งน้ำนั้นแคบและตื้น จะสามารถล่องแพได้จริงหรือ?" คนสนิทคนหนึ่งถามด้วยความกังวล

"ไม่ต้องห่วง ข้าได้คำนวณไว้แล้ว" หลินหว่านเอ๋อร์ตอบด้วยความมั่นใจ "เราจะสร้างแพไม้ไผ่ขนาดเล็ก ที่สามารถล่องไปตามคลองส่งน้ำได้อย่างคล่องตัว และที่สำคัญ มันจะต้องปลอดภัยและสะดวกสบายสำหรับลูกค้าของเรา"

ว่าแล้วนางก็เริ่มสั่งการให้คนงานเตรียมไม้ไผ่และอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับสร้างแพไม้ไผ่ นางวางแผนที่จะสร้างแพหลายลำ เพื่อรองรับลูกค้าจำนวนมาก และเพื่อให้การขนส่งเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ไม่นานนัก แพไม้ไผ่ลำแรกก็ถูกสร้างขึ้นสำเร็จ มันเป็นแพขนาดเล็กที่ทำจากไม้ไผ่อย่างดี มีที่นั่งสำหรับผู้โดยสาร และมีหลังคาบังแดดบังฝนอย่างมิดชิด นอกจากนี้ยังมีคนแจวเรือคอยให้บริการ เพื่อนำแพไปตามเส้นทางที่กำหนด

เมื่อทุกอย่างพร้อม หลินหว่านเอ๋อร์ก็เริ่มประชาสัมพันธ์บริการใหม่ของนางทันที นางประกาศว่าภัตตาคารของนางได้เปิดให้บริการ "ล่องแพกินลมชมทุ่ง" ลูกค้าสามารถเดินทางมายังภัตตาคารของนางได้โดยการล่องแพไปตามคลองส่งน้ำ สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม และลิ้มลองอาหารรสเลิศที่ภัตตาคารของนาง

ข่าวลือแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างตื่นเต้นกับบริการใหม่นี้ พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสามารถเดินทางมายังภัตตาคารแห่งนี้ได้ด้วยวิธีการที่แปลกใหม่และน่าสนใจเช่นนี้

ในวันแรกของการเปิดให้บริการ "ล่องแพกินลมชมทุ่ง" มีลูกค้าจำนวนมากแห่กันมาใช้บริการ พวกเขาตื่นเต้นกับการได้นั่งแพไม้ไผ่ ล่องไปตามคลองส่งน้ำ ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของทุ่งนาเขียวขจี และสูดอากาศบริสุทธิ์

"นี่มันสุดยอดไปเลย!" ลูกค้าคนหนึ่งอุทานด้วยความตื่นเต้น "ข้าไม่เคยคิดเลยว่าการเดินทางมาทานอาหาร จะสามารถสนุกสนานได้ขนาดนี้"

"ข้าเห็นด้วย" ลูกค้าอีกคนหนึ่งกล่าว "การนั่งแพสบายกว่านั่งรถม้าเสียอีก แถมยังได้ชมวิวสวยๆ อีกด้วย"

หลินหว่านเอ๋อร์ยืนมองลูกค้าที่กำลังมีความสุขจากบนหอสังเกตการณ์ นางยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อเห็นว่าแผนการของนางประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

"ในที่สุด เราก็สามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้" นางพึมพำกับตนเอง "และเราจะทำให้บริการ 'ล่องแพกินลมชมทุ่ง' กลายเป็นจุดขายใหม่ของภัตตาคารของเรา"

ในขณะที่บริการใหม่ของหลินหว่านเอ๋อร์กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ด่านตรวจที่เคยเข้มงวดกลับกลายเป็นหมันไปโดยปริยาย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางมายังภัตตาคารของนางโดยการล่องแพ ทำให้ด่านตรวจไม่สามารถขัดขวางพวกเขาได้

ข่าวการเปิดให้บริการ "ล่องแพกินลมชมทุ่ง" แพร่สะพัดไปถึงหูของใต้เท้าเจิ้ง ขุนนางท้องถิ่นผู้มีอำนาจ เขาไม่พอใจเป็นอย่างมากที่หลินหว่านเอ๋อร์สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเขาได้

"นางเด็กคนนี้ ช่างร้ายกาจนัก!" ใต้เท้าเจิ้งคำรามด้วยความโกรธ "นางกล้าที่จะท้าทายอำนาจของข้า!"

ใต้เท้าเจิ้งตัดสินใจที่จะหาทางจัดการกับหลินหว่านเอ๋อร์ เขาต้องการที่จะหยุดยั้งบริการ "ล่องแพกินลมชมทุ่ง" และทำให้ภัตตาคารของนางต้องปิดตัวลงให้ได้

แต่หลินหว่านเอ๋อร์ก็เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีของใต้เท้าเจิ้งอยู่แล้ว นางรู้ดีว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยนางไปง่ายๆ นางจึงวางแผนที่จะตอบโต้เขาอย่างสาสม

ในค่ำคืนนั้น หลินหว่านเอ๋อร์ได้พบกับจางเว่ยเป็นการส่วนตัว นางต้องการที่จะขอความช่วยเหลือจากเขา

"จางเว่ย ข้ามีเรื่องที่จะขอให้เจ้าช่วย" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"คุณหนูมีอะไรให้กระผมรับใช้?" จางเว่ยตอบด้วยความเคารพ

"ข้าต้องการให้เจ้าสืบเรื่องราวของใต้เท้าเจิ้ง" หลินหว่านเอ๋อร์กล่าว "ข้าต้องการรู้ว่าเขามีความลับอะไรบ้าง และเขามีจุดอ่อนตรงไหน"

"รับทราบขอรับ" จางเว่ยตอบ "กระผมจะจัดการให้เร็วที่สุด"

จางเว่ยหายตัวไปในความมืด ทิ้งให้หลินหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่เพียงลำพัง นางมองไปยังท้องฟ้าที่มืดมิด และพึมพำกับตนเอง

"ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายข้าและภัตตาคารของข้าได้" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "ข้าจะสู้จนถึงที่สุด"

[โปรดติดตามตอนต่อไป: เมนูปลาลุยสวน]