ตอนที่ 216
***บทที่ 216: เมนูปลาลุยสวน***
แสงตะวันสีทองสาดส่องลงบนผิวน้ำในร่องสวน หลินหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่ริมท่าน้ำ มองดูปลาทับทิมที่แหวกว่ายอย่างสบายอารมณ์ ร่องสวนแห่งนี้กลายเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศที่นางสามารถนำมาปรุงอาหารรสเลิศได้หลากหลายเมนู หลังจากประสบความสำเร็จกับบริการ "ล่องแพกินลมชมทุ่ง" นางก็คิดใคร่ครวญถึงเมนูใหม่ๆ ที่จะดึงดูดลูกค้าให้มากขึ้นไปอีก และเมื่อนึกถึงบรรยากาศริมน้ำอันรื่นรมย์ เมนูปลาจึงผุดขึ้นมาในความคิด
"อาตง เจ้ามานี่หน่อย" หว่านเอ๋อร์เรียกศิษย์เอกของนางด้วยน้ำเสียงสดใส
อาตงรีบวิ่งเข้ามาหาอาจารย์ด้วยความเคารพ "ขอรับคุณหนู มีอะไรให้กระผมรับใช้"
"วันนี้ข้าจะสอนเจ้าทำอาหารจากปลา" หว่านเอ๋อร์กล่าว "เราจะทำ 'ปลาทับทิมนึ่งมะนาว' และ 'เมี่ยงปลาเผา' ด้วยวัตถุดิบสดๆ จากร่องสวนของเรา"
ดวงตาของอาตงเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น เขารู้ดีว่าอาหารที่ออกจากมือของอาจารย์นั้นย่อมไม่ธรรมดา "ขอรับคุณหนู กระผมจะตั้งใจเรียนรู้ทุกขั้นตอน"
หว่านเอ๋อร์พยักหน้าด้วยความพอใจ "สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการจับปลา" นางกล่าวพลางหยิบสวิงตักปลาขึ้นมา "เจ้าต้องใจเย็นและมีสมาธิ ปลามันไวมาก ถ้าเจ้าไม่ระวัง มันก็จะหนีไปได้"
อาตงทำตามคำแนะนำของหว่านเอ๋อร์อย่างเคร่งครัด เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ฝูงปลาทับทิมอย่างเงียบเชียบ เมื่อได้จังหวะก็เหวี่ยงสวิงลงไปในน้ำอย่างรวดเร็ว แต่ปลาทับทิมก็ไหวตัวทันและว่ายหนีไปได้ อาตงพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย
"ฮึ่ม! ไม่เป็นไร ลองใหม่อีกครั้ง" หว่านเอ๋อร์กล่าวให้กำลังใจ
อาตงไม่ยอมแพ้ เขาลองใหม่อีกครั้งและอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็จับปลาทับทิมตัวใหญ่ได้สำเร็จ อาตงยิ้มออกมาด้วยความดีใจ "กระผมทำได้แล้วขอรับคุณหนู!"
"ดีมาก" หว่านเอ๋อร์กล่าวชมเชย "แต่สิ่งที่ยากกว่าการจับปลาคือการแล่ปลา"
หว่านเอ๋อร์เริ่มสอนอาตงถึงวิธีการแล่ปลาอย่างละเอียด นางแสดงให้เขาเห็นถึงวิธีการจับปลาให้มั่นคง การใช้มีดที่คมกริบกรีดลงบนตัวปลาอย่างแม่นยำ และการเลาะเนื้อปลาออกจากก้างอย่างนุ่มนวล อาตงตั้งใจดูทุกขั้นตอนและพยายามทำตามอย่างระมัดระวัง
"การแล่ปลาที่ดีต้องไม่ทำให้เนื้อปลาเสียหาย" หว่านเอ๋อร์กล่าว "เจ้าต้องใช้ความรู้สึกสัมผัสและประสบการณ์ในการควบคุมมีด"
อาตงพยายามแล่ปลาตามที่อาจารย์สอน แต่เขาก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างคล่องแคล่ว เนื้อปลาของเขาขาดวิ่นและไม่สวยงามเท่าที่ควร
"ไม่เป็นไร ฝึกฝนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเจ้าก็เก่งเอง" หว่านเอ๋อร์กล่าวให้กำลังใจ "ข้าจะสอนเคล็ดลับให้เจ้าอีกอย่างหนึ่ง การแล่ปลาที่ดีต้องเริ่มจากการลับมีดให้คมกริบเสียก่อน"
หว่านเอ๋อร์สอนอาตงถึงวิธีการลับมีดด้วยหินลับมีดอย่างชำนาญ นางอธิบายถึงองศาในการลับมีดและวิธีการตรวจสอบความคมของมีด อาตงตั้งใจฟังและพยายามทำตามอย่างละเอียด
หลังจากที่ลับมีดจนคมกริบแล้ว อาตงก็ลองแล่ปลาอีกครั้ง คราวนี้เขาสามารถแล่ปลาได้อย่างคล่องแคล่วและสวยงามมากขึ้น เนื้อปลาของเขาเรียบเนียนและไม่มีรอยขาดวิ่น
"เยี่ยมมาก อาตง เจ้าทำได้ดีมาก" หว่านเอ๋อร์กล่าวชมเชย "เจ้าเรียนรู้ได้เร็วมาก"
"ขอบคุณขอรับคุณหนู" อาตงกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ "กระผมจะตั้งใจฝึกฝนให้เก่งกว่านี้"
หลังจากที่แล่ปลาเสร็จแล้ว หว่านเอ๋อร์ก็เริ่มสอนอาตงถึงวิธีการปรุง "ปลาทับทิมนึ่งมะนาว" และ "เมี่ยงปลาเผา" นางสอนเขาถึงวิธีการเตรียมเครื่องปรุง การผสมผสานรสชาติ และการจัดจานให้น่ารับประทาน
"ปลาทับทิมนึ่งมะนาวต้องมีรสชาติเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน กลมกล่อม" หว่านเอ๋อร์กล่าว "ส่วนเมี่ยงปลาเผาต้องมีน้ำจิ้มรสเด็ดที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อปลา"
หว่านเอ๋อร์และอาตงช่วยกันปรุงอาหารอย่างขะมักเขม้น กลิ่นหอมของปลาทับทิมนึ่งมะนาวและเมี่ยงปลาเผาลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ในที่สุดอาหารทั้งสองเมนูก็เสร็จสมบูรณ์ หว่านเอ๋อร์จัดจานอย่างสวยงามและนำไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่กำลังรอคอยอยู่
ลูกค้าต่างพากันชื่นชมในรสชาติของ "ปลาทับทิมนึ่งมะนาว" และ "เมี่ยงปลาเผา" พวกเขาบอกว่าปลาสดและเนื้อนุ่ม รสชาติกลมกล่อมและลงตัว
"อาหารอร่อยมาก! ไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อนเลย" ลูกค้ารายหนึ่งกล่าว
"ใช่แล้ว! สมแล้วที่เป็นภัตตาคารชื่อดัง" ลูกค้ารายหนึ่งกล่าวเสริม
หว่านเอ๋อร์ยิ้มด้วยความพอใจ นางรู้ว่าเมนูใหม่ของนางจะได้รับความนิยมอย่างแน่นอน
ในขณะที่ลูกค้ากำลังเพลิดเพลินกับอาหารอยู่นั้น ก็มีชายแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในภัตตาคาร พวกเขามีท่าทางไม่น่าไว้วางใจและมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ
ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นเดินตรงเข้ามาหาหว่านเอ๋อร์และกล่าวด้วยน้ำเสียงหยาบคาย "ข้าได้ยินมาว่าที่นี่มีอาหารอร่อยๆ ข้าขอสั่ง 'ปลาทับทิมนึ่งมะนาว' และ 'เมี่ยงปลาเผา' อย่างละสองที่"
หว่านเอ๋อร์มองหน้าชายคนนั้นด้วยความสงสัย นางรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ชายคนนั้นก็เริ่มกินอย่างตะกละตะกลาม แต่หลังจากกินไปได้ไม่กี่คำ เขาก็เริ่มแสดงอาการปวดท้องอย่างรุนแรง
"โอ๊ย! ท้องข้า! ข้าปวดท้องเหลือเกิน!" ชายคนนั้นร้องโอดโอย
เพื่อนร่วมแก๊งของเขารีบเข้ามาช่วยพยุง และกล่าวหาว่าอาหารของภัตตาคารเป็นพิษ
"อาหารของพวกเจ้าเป็นพิษ! พวกเจ้าต้องรับผิดชอบ!" ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นตะโกน
หว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้ว นางรู้ว่านี่คือแผนการที่ใต้เท้าเจิ้งส่งมาเพื่อทำลายชื่อเสียงของนาง
"ใจเย็นๆ ก่อน" หว่านเอ๋อร์กล่าว "ข้าจะตรวจสอบเรื่องนี้เอง"
หว่านเอ๋อร์เดินเข้าไปตรวจดูอาการของชายที่ปวดท้อง นางสังเกตเห็นว่าอาการของเขาไม่เหมือนคนอาหารเป็นพิษจริงๆ
"เจ้าไม่ได้อาหารเป็นพิษ" หว่านเอ๋อร์กล่าว "เจ้ากินยาสละมา"
"อะไรนะ!?" ชายที่ปวดท้องอุทานด้วยความตกใจ
"ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเป็นใคร" หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "พวกเจ้าเป็นคนของใต้เท้าเจิ้ง เขาต้องการที่จะใส่ร้ายป้ายสีข้า"
ชายที่ปวดท้องและเพื่อนร่วมแก๊งของเขาหน้าซีดเผือด พวกเขารู้ว่าแผนการของพวกเขาถูกจับได้เสียแล้ว
"ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปวันนี้" หว่านเอ๋อร์กล่าว "แต่ถ้าข้าเห็นพวกเจ้าอีก ข้าจะไม่ไว้หน้าพวกเจ้าแน่นอน"
ชายที่ปวดท้องและเพื่อนร่วมแก๊งของเขารีบหนีออกจากภัตตาคารไปอย่างรวดเร็ว
ลูกค้าที่อยู่ในภัตตาคารต่างพากันชื่นชมในความกล้าหาญและสติปัญญาของหว่านเอ๋อร์
"คุณหนูเก่งมาก! สามารถจับผิดคนร้ายได้" ลูกค้ารายหนึ่งกล่าว
"ใช่แล้ว! สมแล้วที่เป็นเจ้าของภัตตาคารชื่อดัง" ลูกค้ารายหนึ่งกล่าวเสริม
หว่านเอ๋อร์ยิ้มให้กับลูกค้าด้วยความขอบคุณ นางรู้ว่านางต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีของใต้เท้าเจิ้งที่จะมาถึงในอนาคต
[โปรดติดตามตอนต่อไป: จดหมายจากเมืองหลวง]