ตอนที่ 226
***บทที่ 226: กังหันน้ำยักษ์และบ่อบาดาล***
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลงบนผืนดินที่แตกระแหง หลินหว่านเอ๋อร์ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้าน ดวงตาทอประกายมุ่งมั่น นางมิได้ยี่หระต่อสายตาเหยียดหยามของใต้เท้าเจิ้งที่แอบมองอยู่แต่ไกล นางรู้ดีว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด และผลลัพธ์จะพิสูจน์ทุกสิ่ง
“ท่านป้า ท่านลุงทั้งหลาย” หว่านเอ๋อร์กล่าวเสียงดังฟังชัด “ข้าขอให้คำมั่นสัญญา ว่าพวกเราจะไม่ยอมจำนนต่อภัยแล้งนี้ เราจะร่วมแรงร่วมใจกันสร้างชีวิตใหม่บนผืนดินแห่งนี้!”
เสียงโห่ร้องให้กำลังใจดังกึกก้อง หว่านเอ๋อร์ยิ้มรับ ก่อนจะหันไปสั่งการช่างขุดเจาะที่นางจ้างมาด้วยราคาสูงลิ่ว ช่างเหล่านี้ล้วนมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านการค้นหาแหล่งน้ำบาดาล พวกเขามาพร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย ทั้งยังเชี่ยวชาญในศาสตร์การหยั่งรู้แหล่งน้ำใต้ดิน
“เริ่มงานได้!” หว่านเอ๋อร์ออกคำสั่ง
ช่างขุดเจาะเริ่มทำงานทันที พวกเขากางแผนที่ที่หว่านเอ๋อร์มอบให้ แผนที่นี้มิใช่แผนที่ธรรมดา แต่มันคือผลลัพธ์จากการสำรวจด้วยมิติส่วนตัวของนาง นางใช้ญาณหยั่งรู้พิเศษตรวจสอบแหล่งน้ำใต้ดินอย่างละเอียด จนได้ข้อมูลที่แม่นยำกว่าการสำรวจด้วยวิธีอื่นใด
ใต้เท้าเจิ้งยืนกอดอกมองดูอยู่บนหอสูงในจวนของตน เขาส่งเสียงเยาะเย้ยในลำคอ “นางคงคิดว่าแค่ขุดๆ ไปก็จะเจอน้ำง่ายๆ งั้นรึ ช่างโง่เขลาเสียจริง!”
ทว่าสิ่งที่ใต้เท้าเจิ้งมิอาจล่วงรู้ได้ก็คือ หว่านเอ๋อร์มิได้ทำการใดๆ โดยปราศจากความรอบคอบ นางได้วางแผนทุกอย่างไว้อย่างรัดกุม การขุดเจาะมิใช่การสุ่มเสี่ยง แต่เป็นการลงมือตามเป้าหมายที่นางกำหนดไว้แล้ว
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แสงตะวันเริ่มแรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านต่างพากันมามุงดูการทำงานของช่างขุดเจาะ พวกเขาภาวนาให้การขุดเจาะประสบความสำเร็จ หวังว่าจะมีน้ำขึ้นมาดับกระหาย และชุบชีวิตไร่นาที่เหี่ยวเฉา
“ข้าว่าคงเสียเวลาเปล่า” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในกลุ่มชาวบ้าน “ใต้เท้าเจิ้งบอกว่าไม่มีทางขุดเจอน้ำได้หรอก”
“ใช่แล้ว แม้แต่บ่อน้ำเก่าแก่ก็ยังแห้งขอด แล้วจะหวังอะไรกับการขุดบ่อใหม่”
หว่านเอ๋อร์ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น นางมิได้ใส่ใจ นางรู้ดีว่าความสำเร็จเท่านั้นที่จะสามารถลบคำสบประมาทได้ นางยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง เฝ้าสังเกตการทำงานของช่างขุดเจาะอย่างใกล้ชิด
ทันใดนั้น ช่างขุดเจาะคนหนึ่งก็ส่งเสียงดังขึ้น “เจอแล้ว! เจอน้ำแล้ว!”
เสียงเฮดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ชาวบ้านต่างพากันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตื้นตัน หว่านเอ๋อร์ยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย
ช่างขุดเจาะเร่งมือขุดเจาะต่อไป ไม่นานนัก สายน้ำใสสะอาดก็พุ่งกระฉูดขึ้นมาจากใต้ดิน ดั่งมังกรที่โผล่ขึ้นมาจากห้วงน้ำลึก น้ำไหลรินลงสู่พื้นดินที่แห้งผาก ชุบชีวิตให้ต้นหญ้าที่เหี่ยวเฉาให้กลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง
ชาวบ้านต่างพากันก้มลงดื่มน้ำอย่างกระหาย ใครต่อใครต่างก็กล่าวขอบคุณหว่านเอ๋อร์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พวกเขารู้ดีว่าหากมิได้นาง พวกเขาคงต้องเผชิญกับความอดอยากอย่างแน่นอน
“ขอบคุณท่านมาก ท่านหญิงหลิน!”
“ท่านคือนางฟ้ามาโปรด!”
หว่านเอ๋อร์ยิ้มรับคำขอบคุณเหล่านั้น นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น นางยังมีงานอีกมากมายที่ต้องทำ
จากนั้น หว่านเอ๋อร์จึงเริ่มดำเนินการติดตั้งกังหันลมสูบน้ำที่นางออกแบบไว้ กังหันลมนี้มิใช่กังหันลมธรรมดา แต่มันคือกังหันลมที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมหลายเท่า นางใช้ความรู้จากมิติส่วนตัวของนางในการออกแบบใบพัดให้สามารถรับลมได้ดีขึ้น และปรับปรุงกลไกให้สามารถสูบน้ำได้ในปริมาณที่มากขึ้น
เมื่อกังหันลมถูกติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ลมก็พัดโชยมา ใบพัดของกังหันลมเริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว เสียงดังหวือๆ น้ำจากบ่อบาดาลถูกสูบขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ไหลรินลงสู่คลองชลประทานที่หว่านเอ๋อร์ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า
ภาพกังหันลมขนาดใหญ่ที่หมุนติ้วๆ ท่ามกลางทุ่งนา กลายเป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจยิ่งนัก มันคือสัญลักษณ์แห่งความหวัง สัญลักษณ์แห่งการพึ่งพาตนเอง และสัญลักษณ์แห่งชัยชนะเหนือภัยแล้ง
ใต้เท้าเจิ้งที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่บนหอสูงถึงกับหน้าซีดเผือด เขากำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เขาไม่คาดคิดว่าหว่านเอ๋อร์จะสามารถทำได้ถึงเพียงนี้ แผนการของเขาพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า
“นาง…นาง!” ใต้เท้าเจิ้งคำรามด้วยความขุ่นเคือง “ข้าจะไม่ยอมให้นางทำสำเร็จ!”
ใต้เท้าเจิ้งรีบสั่งให้คนสนิทไปสืบข่าวเรื่องกังหันลมของหว่านเอ๋อร์ เขาต้องการที่จะหาทางทำลายมันให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม
ในขณะที่ใต้เท้าเจิ้งกำลังวางแผนร้าย หว่านเอ๋อร์กลับกำลังเฉลิมฉลองความสำเร็จกับชาวบ้าน พวกเขาร่วมกันร้องรำทำเพลง ขอบคุณสวรรค์ที่ประทานน้ำให้แก่พวกเขา
“ต่อไปนี้พวกเราจะไม่ต้องกลัวภัยแล้งอีกแล้ว!” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวด้วยความดีใจ
“ใช่แล้ว! เรามีท่านหญิงหลิน!”
หว่านเอ๋อร์ยิ้มรับคำสรรเสริญเหล่านั้น นางรู้ดีว่าความสำเร็จนี้มิได้มาจากนางเพียงคนเดียว แต่มันเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกคน นางจึงยกความดีความชอบทั้งหมดให้กับชาวบ้าน
“พวกเราทุกคนต่างหากที่สมควรได้รับคำชม” หว่านเอ๋อร์กล่าว “หากมิได้ความร่วมมือของพวกท่าน ข้าก็คงมิอาจทำสิ่งใดได้”
ชาวบ้านต่างพากันปรบมือให้เกียรติหว่านเอ๋อร์ พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับหมู่บ้าน
แต่หว่านเอ๋อร์รู้ดีว่าความท้าทายยังไม่จบสิ้น นางยังต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจอย่างใต้เท้าเจิ้ง และนางจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ทว่าในเวลานี้ นางขอมีความสุขกับชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ นี้ก่อน เพราะนางรู้ดีว่ากำลังใจคือสิ่งสำคัญที่สุดในการต่อสู้กับอุปสรรค
ใต้เท้าเจิ้งยืนมองภาพชาวบ้านที่กำลังเฉลิมฉลองด้วยความขุ่นเคือง เขาสาบานในใจว่าจะต้องเอาคืนหว่านเอ๋อร์ให้สาสม เขาจะไม่ยอมให้นางเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาได้
[โปรดติดตามตอนต่อไป: พันธมิตรระดับจังหวัด]