ตอนที่ 237
***บทที่ 237: ข้อเสนอจากวังหลวง***
แสงตะวันยามสายสาดยาวลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องครัวของภัตตาคารสวนสวรรค์ หลินหว่านเอ๋อร์กำลังยืนอยู่หน้าเตา นางคนแป้งนวดมืออย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ถึงแม้ภัตตาคารจะเติบโตอย่างรวดเร็ว นางก็ยังคงลงมือทำอาหารด้วยตัวเองในบางครั้ง เพื่อรักษารสชาติและคุณภาพที่นางปรารถนา
ทันใดนั้นเอง เสียงทุ้มนุ่มก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "เถ้าแก่เนี้ยหลินขอรับ"
หว่านเอ๋อร์ผุดลุกขึ้น หันกายกลับไปมอง พบขันทีในชุดแพรปักลายมังกรทองอร่ามสง่า สองข้างกายมีทหารองครักษ์ยืนคุมเชิงอยู่ นางประหลาดใจเล็กน้อย เพราะไม่เคยมีคนจากวังหลวงมาเยือนภัตตาคารของนางมาก่อน
"คารวะท่านขันที ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอันใดถึงมาที่นี่?" หว่านเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
ขันทีผู้นั้นยิ้มบาง "ไม่ต้องมากพิธี เถ้าแก่เนี้ยหลิน ข้าได้รับพระบัญชาจากฮองเฮา ให้มาเชิญท่านเข้าวังหลวง"
หว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางคาดการณ์ไว้แล้วว่าชื่อเสียงของภัตตาคารสวนสวรรค์คงจะไปถึงหูของคนใหญ่คนโตเข้าสักวัน แต่ไม่นึกว่าจะเร็วถึงเพียงนี้ การเข้าวังหลวงมิใช่สิ่งที่นางปรารถนาเลยแม้แต่น้อย การทำไร่นาสวนผสมอย่างสงบสุขต่างหากคือเป้าหมายสูงสุดของนาง
"ท่านขันทีโปรดแจ้งแก่ฮองเฮาด้วยว่า หว่านเอ๋อร์ซาบซึ้งในพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ แต่เนื่องจากบิดาของข้าพเจ้าสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องดูแลท่านอย่างใกล้ชิด อีกทั้งภัตตาคารก็มีงานมากมายที่ต้องสะสาง ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงมิอาจรับพระบัญชาได้" หว่านเอ๋อร์กล่าวอย่างนอบน้อม ถ้อยคำนั้นสุภาพแต่หนักแน่น แสดงถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่
ขันทีผู้นั้นฟังแล้วก็มิได้แสดงท่าทีขุ่นเคืองแต่อย่างใด เพียงแต่แย้มยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า "เถ้าแก่เนี้ยหลินเข้าใจผิดแล้ว ฮองเฮามิได้ทรงมีพระประสงค์จะให้ท่านเข้าไปทำงานในวังหลวง เพียงแต่ทรงได้ยินถึงฝีมือการทำอาหารของท่าน และทรงอยากจะลิ้มลองรสชาติอาหารที่ปรุงโดยท่านเท่านั้น"
หว่านเอ๋อร์ถอนหายใจอย่างโล่งอก นางคิดว่าตนเองจะต้องใช้คารมเป็นต่อหลายกระบวนเพื่อปฏิเสธเสียแล้ว แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
"เช่นนั้น ข้าพเจ้าขอน้อมรับพระบัญชา แต่เนื่องจากข้าพเจ้าไม่สะดวกที่จะเดินทางเข้าวังหลวง ข้าพเจ้าขอเสนอที่จะจัดเตรียมเครื่องปรุงและสูตรอาหารต่างๆ ถวายแก่ฮองเฮาแทน หากพระองค์ทรงพอพระทัย ก็สามารถนำไปปรุงอาหารในวังหลวงได้ตามสะดวก" หว่านเอ๋อร์กล่าวเสนอ
ขันทีผู้นั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า "ข้อเสนอนี้ก็น่าสนใจ ข้าจะนำความกราบทูลฮองเฮา หากพระองค์ทรงเห็นชอบ ข้าจะกลับมารับเครื่องปรุงและสูตรอาหารจากท่าน"
หว่านเอ๋อร์ยิ้มรับ "ขอบพระคุณท่านขันทีเป็นอย่างสูง"
หลังจากที่ขันทีและทหารองครักษ์จากไป หว่านเอ๋อร์ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นางรู้ดีว่าการปฏิเสธข้อเสนอจากวังหลวงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การรักษาจุดยืนของตนเองนั้นสำคัญยิ่งกว่า นางไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวในวังหลวงอันซับซ้อน การได้ทำไร่นาสวนผสมอย่างสงบสุขต่างหากคือสิ่งที่นางปรารถนา
นางเริ่มคิดถึงสูตรอาหารและเครื่องปรุงที่จะถวายแก่ฮองเฮา นางตั้งใจจะเลือกสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดและสูตรอาหารที่โดดเด่นที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถของตนเอง โดยที่ไม่ต้องเข้าไปข้องเกี่ยวกับวังหลวงโดยตรง
ในขณะเดียวกัน นางก็เริ่มวางแผนที่จะขยายอาณาจักรของตนเองต่อไป นางคิดถึงเรื่องการนำเข้าวัวนมพันธุ์ดีเพื่อผลิตนมสด เนย และชีส ซึ่งเป็นของแปลกใหม่ในยุคนี้ นางเชื่อว่าผลิตภัณฑ์จากนมเหล่านี้จะสามารถสร้างความฮือฮาให้กับวงการอาหารและขนมหวานได้
นอกจากนี้ นางยังคิดถึงเรื่องการเปิดโรงเรียนฝึกอาชีพเพื่อสอนการเกษตร การทำอาหาร และการบริหารจัดการ นางต้องการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อป้อนสู่อาณาจักรธุรกิจของตนเอง และช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
หว่านเอ๋อร์รู้ดีว่าเส้นทางที่นางเลือกนั้นมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ นางจะต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายมากมาย แต่ด้วยความฉลาด ความมุ่งมั่น และความสามารถในการวางแผน นางเชื่อมั่นว่าตนเองจะสามารถก้าวข้ามทุกอุปสรรคและสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด
ภัตตาคารสวนสวรรค์ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ลูกค้ายังคงหลั่งไหลเข้ามาลิ้มลองรสชาติอาหารที่แสนอร่อยอย่างไม่ขาดสาย หว่านเอ๋อร์ยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาอาหารและบริการให้ดียิ่งขึ้นไปอีก นางรู้ดีว่าชื่อเสียงและความสำเร็จนั้นต้องแลกมาด้วยความพยายามและความทุ่มเท
ในยามค่ำคืน เมื่อภัตตาคารปิดทำการ หว่านเอ๋อร์จะกลับไปยังบ้านไร่ของตนเอง นางจะใช้เวลาอยู่กับบิดา ดูแลท่านอย่างใกล้ชิด และพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน นางรู้ดีว่าครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของนาง
ถึงแม้จะมีข้อเสนอจากวังหลวง หว่านเอ๋อร์ก็ยังคงยืนหยัดในเส้นทางที่ตนเองเลือก นางจะยังคงทำไร่นาสวนผสมอย่างสงบสุข พัฒนาภัตตาคารสวนสวรรค์ให้เติบโต และสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ด้วยความสามารถของตนเอง
เพราะนางรู้ดีว่าความสุขที่แท้จริงนั้นมิได้อยู่ที่ยศฐาบรรดาศักดิ์ แต่อยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก และการได้อยู่กับคนที่ตนเองรักต่างหาก
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ขยายอาณาจักร: ฟาร์มโคนม]**