ตอนที่ 24
***บทที่ 24: หน่อไม้ดองสูตรลับ***
สายลมยามบ่ายพัดผ่านรั้วบ้านตระกูลหลิน หอบเอากลิ่นดินและใบหญ้าเข้ามาเจือจางความเหนื่อยล้า หว่านเอ๋อร์วางตะกร้าใบเขื่องลงบนแคร่ไม้ไผ่อย่างระมัดระวัง เสียง ‘ตุบ’ หนักแน่นบ่งบอกถึงปริมาณหน่อไม้ที่อัดแน่นอยู่ภายใน เสี่ยวเฟิงน้องชายตัวน้อยวางตะกร้าของตนลงบ้าง พลางหอบหายใจแฮกๆ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเหนื่อยแต่แววตายังคงตื่นเต้น
“พี่ใหญ่ ท่านบอกว่ามีวิธีจัดการกับหน่อไม้พวกนี้ แต่ที่บ้านเรา...” เสี่ยวเฟิงกวาดตามองไปรอบห้องครัวที่ว่างเปล่า “โอ่งไหเรามีไม่พอ และเกลือในกระปุกก็เหลือเพียงก้นก้นเท่านั้นนะขอรับ”
หว่านเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายลึกล้ำ นางไม่ตอบคำน้องชายในทันที แต่เดินตรงไปยังมุมห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะ นางรื้อค้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลากเอาไหเหล้าเก่าๆ และโอ่งดินเผาปากบิ่นที่ท่านพ่อเคยคิดจะทิ้งออกมาสามสี่ใบ
“ของพวกนี้ หากรู้จักใช้ก็ล้วนมีค่าดุจทองคำ” หว่านเอ๋อร์กล่าวพลางพับแขนเสื้อขึ้น “เสี่ยวเฟิง เจ้าไปตักน้ำจากลำธารมาให้เต็มถัง ท่านพ่อ... ข้าไหว้วานท่านช่วยล้างไหพวกนี้ให้สะอาดหมดจด ห้ามมีคราบน้ำมันแม้แต่น้อย ส่วนข้าจะจัดการกับหน่อไม้นี้เอง”
คำสั่งของนางเด็ดขาดและเปี่ยมด้วยอำนาจ จนทั้งบิดาและน้องชายต่างขยับตัวทำตามโดยไม่อิดออด หว่านเอ๋อร์หยิบมีดทำครัวขึ้นมา ความเชี่ยวชาญจากชาติภพก่อนทำให้มือนางคล่องแคล่วดุจจักรผัน นางกรีดเปลือกหน่อไม้ที่เต็มไปด้วยขนคันออก เผยให้เห็นเนื้อในสีขาวนวลเนียนดุจหยกขาวบริสุทธิ์ กลิ่นหอมสดชื่นของไผ่อ่อนโชยเตะจมูก
ปัญหาเรื่องเกลือที่ขาดแคลนนั้น สำหรับผู้อื่นอาจเป็นทางตัน แต่สำหรับหลิน หว่านเอ๋อร์ ผู้มีมิติลับติดตัวมา ย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่ นางอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต แสร้งทำเป็นล้วงเข้าไปในถุงผ้าเก่าๆ ที่เอว แต่แท้จริงแล้วนางดึงเอาเกลือสินเธาว์คุณภาพดีจากในมิติออกมาเติมลงในกระปุกเกลือจนเกือบเต็ม
“การถนอมอาหารคือศาสตร์แห่งการยื้อแย่งเวลากับสวรรค์” หว่านเอ๋อร์พึมพำเบาๆ ขณะลงมือหั่นหน่อไม้เป็นแผ่นบางพอดีคำและเป็นแท่งยาวสำหรับดองเปรี้ยว
นางต้มน้ำเกลือในหม้อใบใหญ่ รอจนเดือดพล่านแล้วทิ้งไว้ให้เย็นสนิท เคล็ดลับสำคัญของการทำ ‘หน่อไม้ดองเปรี้ยว’ หรือที่ในยุคก่อนเรียกว่า ‘ซวนสุ่น’ (Suan Sun) คือความสะอาดและน้ำที่ใช้ หากมีน้ำมันเจือปนแม้เพียงหยดเดียว หน่อไม้ทั้งไหจะเน่าเสียกลายเป็นขยะทันที
หว่านเอ๋อร์บรรจงเรียงหน่อไม้ขาวอวบลงในโอ่งดินที่บิดาล้างจนสะอาดสะอ้าน เทน้ำเกลือที่เย็นแล้วลงไปจนท่วม ก่อนจะปิดปากโอ่งด้วยใบตองแห้งหลายชั้นและมัดด้วยเชือกฟางอย่างแน่นหนา สุดท้ายนางใช้โคลนเหนียวพอกทับรอยต่อของฝาโอ่งเพื่อป้องกันอากาศเข้า
“เพียงเท่านี้ รอเวลาอีกสักเจ็ดถึงสิบวัน รสชาติฝาดเฝื่อนจะหายไป แทนที่ด้วยความเปรี้ยวกลมกล่อมและความกรอบที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉา เก็บไว้กินได้ข้ามปี หรือจะนำไปผัดกับพริกแห้ง ขายให้ภัตตาคารก็ย่อมได้ราคาดี!” หว่านเอ๋อร์ปาดเหงื่อพลางมองผลงานด้วยความภาคภูมิใจ
ทว่า... ในขณะที่คนบ้านหลินกำลังง่วนอยู่กับการทำงาน หารู้ไม่ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองลอดผ่านรอยแตกของรั้วไม้ไผ่อย่างไม่วางตา
หลิน เป่าจู ลูกพี่ลูกน้องตัวดีที่มักจะหาเรื่องหว่านเอ๋อร์อยู่เสมอ แอบซุ่มดูอยู่หลังพุ่มไม้ด้วยความริษยา นางเห็นหว่านเอ๋อร์ขนหน่อไม้กลับมามากมาย ทั้งยังเห็นการกระทำแปลกๆ อย่างการเอาหน่อไม้แช่น้ำในไหเก่าๆ
“เชอะ! นึกว่าทำอะไรวิเศษวิโส” เป่าจูเบ้ปาก เหยียดยิ้มหยัน “กะอีแค่เอาหน่อไม้ใส่ไหเทน้ำใส่ ใครๆ ก็ทำได้ นางคิดจะหลอกขายของเน่าๆ ให้ชาวบ้านหรืออย่างไร... แต่ถ้ามันขายได้จริง ข้าเองก็ทำเป็น!”
ด้วยความโลภและความมั่นใจในตัวเองผิดๆ เป่าจูรีบวิ่งกลับบ้านของตน นางคว้าตะกร้าวิ่งเข้าป่าไผ่หลังบ้านอย่างทุลักทุเล ขุดหน่อไม้อย่างรีบร้อนจนเล็บฉีก เมื่อกลับมาถึงบ้าน นางก็ไม่รอช้า คว้าไหดองผักเก่าๆ ที่ยังไม่ได้ล้างคราบน้ำมันจากการดองผักกาดครั้งก่อนออกมา ยัดหน่อไม้ที่ยังล้างไม่สะอาดดีลงไป แล้วเทน้ำคลองขุ่นๆ ตามลงไปทันทีโดยไม่ต้มฆ่าเชื้อ หรือแม้แต่จะใส่เกลือให้ถูกสัดส่วน
“ข้าจะทำเยอะกว่านาง จะขายตัดหน้านางให้ดู!” เป่าจูหัวเราะคิกคักกับไหหน่อไม้ของตน โดยหารู้ไม่ว่าหายนะกำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภายในไหนั้น
กาลเวลาผ่านไปราวพริบตา แสงตะวันลับขอบฟ้า ความมืดเข้าปกคลุมหมู่บ้าน หว่านเอ๋อร์จัดวางโอ่งหน่อไม้ดองไว้ในมุมที่ร่มรื่นและอากาศถ่ายเทสะดวก
“พี่ใหญ่... กลิ่นของมันจะเป็นเช่นไรหรือขอรับ?” เสี่ยวเฟิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นขณะนั่งมองโอ่งเหล่านั้น
หว่านเอ๋อร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ “มันจะมีกลิ่นที่... พิเศษยิ่งนัก คนที่ชอบจะบอกว่าหอมหวนจนน้ำลายสอ แต่คนที่เกลียดอาจจะบอกว่าเหม็นจนต้องอุดจมูก แต่เชื่อพี่เถอะเสี่ยวเฟิง กลิ่นนี้แหละคือกลิ่นของเงินตรา!”
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปตามกำหนด ฝาโคลนที่แห้งสนิทของโอ่งใบแรกถูกกะเทาะออก...
ทันทีที่หว่านเอ๋อร์เปิดใบตองออก กลิ่นเปรี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ที่รุนแรงและเข้มข้นก็พวยพุ่งออกมาจากปากโอ่ง มันไม่ใช่กลิ่นเน่า แต่เป็นกลิ่นหอมของกรดธรรมชาติที่หมักบ่มจนได้ที่ เนื้อหน่อไม้เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเหลืองนวลน่ารับประทาน
“สำเร็จ!” หว่านเอ๋อร์อุทาน
แต่ทว่า ในขณะที่นางกำลังชื่นชมผลงาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่คุ้นหู
“นังหนูหลิน! เจ้าทำอะไรในบ้าน! กลิ่นเหม็นเน่าโชยไปถึงท้ายหมู่บ้านแล้ว! นี่เจ้าคิดจะวางยาพิษคนทั้งหมู่บ้านด้วยของเน่าเสียพวกนี้รึ!”
เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น คือเสียงของชาวบ้านบางคนที่ถูกยุยง และที่ยืนอยู่ข้างหลังกลุ่มคนเหล่านั้น คือบุรุษร่างท้วมในชุดผ้าไหมราคาแพง ผู้มีสายตาแหลมคมดุจเหยี่ยว เถ้าแก่ร้านอาหารคู่แข่งที่ได้กลิ่นความเปลี่ยนแปลง... และกลิ่นเงินจากโอ่งดินเหล่านั้น!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: คู่แข่งปรากฏตัว]**