ตอนที่ 246
***บทที่ 246: ตามล่าหาวัตถุดิบ: เห็ดพันปี***
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ค่อยๆ แผ่ซ่าน แสงสีทองสาดส่องลงมายังเรือนไม้เล็กๆ ของหลินหว่านเอ๋อร์ ปลุกนางให้ตื่นจากนิทรารมณ์ เมื่อคืนนางนอนหลับไม่สนิทนัก เพราะในหัวยังคงครุ่นคิดถึงภารกิจสุดท้ายที่ระบบมอบหมายให้ การจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนจักรพรรดิ 108 เมนูนั้น มิใช่เรื่องง่าย วัตถุดิบหลายชนิดล้วนเป็นของหายาก บางชนิดแทบจะสูญพันธุ์ไปจากโลกภายนอกแล้ว
หว่านเอ๋อร์ลุกขึ้นจากเตียง ล้างหน้าล้างตา แล้วเดินไปยังห้องครัว จุดไฟเตาอบอุ่น จากนั้นจึงเริ่มทำอาหารเช้าอย่างง่ายๆ เพียงโจ๊กร้อนๆ สักชามกับผักดองรสเลิศ นางกินอาหารเช้าไปพลาง คิดถึงแผนการเดินทางเข้าสู่หุบเขาบูรพาไปพลาง
“เห็ดพันปี… ฟังจากชื่อก็รู้ว่าต้องอยู่ในที่ลึกลับอับชื้นเป็นแน่” นางพึมพำกับตัวเอง “แผนที่ที่ซื้อมาก็ไม่ละเอียดเท่าไหร่ คงต้องพึ่งสัญชาตญาณนักเดินทางของตัวเองแล้ว”
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ หว่านเอ๋อร์ก็เริ่มเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง นางสวมเสื้อผ้าที่คล่องตัว มัดผมให้เรียบร้อย แล้วสะพายย่ามที่บรรจุสิ่งของจำเป็นต่างๆ เช่น มีดล่าสัตว์ เชือก ไฟแช็ก สมุนไพรแก้พิษ และเสบียงอาหารแห้ง
ก่อนออกจากบ้าน หว่านเอ๋อร์ไม่ลืมที่จะกำชับให้คนดูแลบ้าน คอยดูแลความเรียบร้อย และหากมีใครมาถามหา ให้บอกว่านางไปทำธุระที่เมืองหลวง
เมื่อทุกอย่างพร้อม หว่านเอ๋อร์ก็ก้าวเท้าออกจากบ้าน มุ่งหน้าสู่หุบเขาบูรพา
เส้นทางสู่หุบเขาบูรพานั้นค่อนข้างทุรกันดาร เต็มไปด้วยโขดหินและต้นไม้หนาทึบ หว่านเอ๋อร์เดินด้วยความระมัดระวัง สังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัวอยู่เสมอ นางใช้ทักษะการเดินป่าที่ฝึกฝนมาอย่างดี หลบหลีกสัตว์ป่า และกับดักธรรมชาติที่อาจเป็นอันตราย
ระหว่างทาง หว่านเอ๋อร์ได้พบกับพืชสมุนไพรแปลกๆ มากมาย บางชนิดนางเคยเห็นในตำราแพทย์โบราณ บางชนิดนางไม่เคยเห็นมาก่อนเลย นางเก็บสมุนไพรเหล่านั้นใส่ย่ามอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ว่ามันอาจมีประโยชน์ในอนาคต
“ต้นนี้… ดูเหมือนจะเป็น ‘หญ้ากระเรียนทองคำ’ ที่หายากยิ่ง” หว่านเอ๋อร์พึมพำขณะจ้องมองต้นไม้เล็กๆ ที่มีใบสีทองอร่าม “มีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง และรักษาโรคภายในได้หลายชนิด”
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในป่า หว่านเอ๋อร์ก็ยิ่งรู้สึกถึงความเงียบสงบที่น่าขนลุก สัตว์ป่าต่างๆ ต่างหลีกหนีไป ราวกับสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ทันใดนั้นเอง หว่านเอ๋อร์ก็ได้ยินเสียงคำรามต่ำๆ ดังมาจากพุ่มไม้ข้างหน้า นางหยุดชะงัก หรี่ตาลงมอง
“หรือว่าจะเป็น…” นางคิดในใจ
พุ่มไม้สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ร่างใหญ่โตของหมีดำตัวหนึ่งจะปรากฏออกมา มันยืนสองขา แผดเสียงคำรามก้องป่า ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองมายังหว่านเอ๋อร์อย่างดุดัน
หว่านเอ๋อร์รู้ว่าการเผชิญหน้ากับหมีดำตัวใหญ่เช่นนี้ มิใช่เรื่องง่าย นางตั้งสติ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ
“เอาล่ะ… อย่าตื่นตระหนก” นางเตือนตัวเอง “ค่อยๆ ถอย… ค่อยๆ ถอย…”
แต่ดูเหมือนว่าหมีดำจะไม่ยอมปล่อยนางไปง่ายๆ มันคำรามเสียงดัง แล้วพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
หว่านเอ๋อร์หลบหลีกได้อย่างหวุดหวิด นางกลิ้งตัวหลบไปด้านข้าง ก่อนที่อุ้งเท้าใหญ่ของหมีดำจะฟาดลงมายังพื้นดินอย่างแรง
“แย่แล้ว…” หว่านเอ๋อร์คิดในใจ “ดูเหมือนว่าวันนี้คงต้องสู้กันแล้ว”
นางคว้ามีดล่าสัตว์ออกมาจากย่าม กำมันไว้แน่นในมือ จ้องมองไปยังหมีดำอย่างไม่ลดละ
หมีดำคำรามอีกครั้ง แล้วพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง หว่านเอ๋อร์หลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว นางใช้ทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาอย่างดี โจมตีจุดอ่อนของหมีดำด้วยมีดในมือ
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด หว่านเอ๋อร์ต้องใช้ทั้งพละกำลัง ความเร็ว และไหวพริบ เพื่อเอาตัวรอดจากหมีดำตัวใหญ่ นางได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ก็สามารถหลบหลีกการโจมตีส่วนใหญ่ของหมีดำได้
ในที่สุด หว่านเอ๋อร์ก็พบช่องโหว่ในการป้องกันของหมีดำ นางแทงมีดเข้าไปที่ขาหลังของมันอย่างแรง หมีดำร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แล้วล้มลงกับพื้น
หว่านเอ๋อร์ไม่รอช้า นางกระโดดขึ้นคร่อมร่างของหมีดำ แล้วแทงมีดซ้ำๆ ไปที่คอของมัน จนกระทั่งมันแน่นิ่งไปในที่สุด
หลังจากที่หมีดำตาย หว่านเอ๋อร์ก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หายใจหอบถี่ นางรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ
“เฮ้อ… เกือบไปแล้ว” นางพึมพำ “ถ้าไม่มีทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมา คงต้องจบชีวิตลงที่นี่แล้ว”
หว่านเอ๋อร์พักเหนื่อยสักครู่ ก่อนจะเริ่มสำรวจบริเวณโดยรอบ นางพบว่าบริเวณที่หมีดำอาศัยอยู่นั้น มีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่มากมาย และใต้ต้นไม้เหล่านั้นก็มีเห็ดชนิดหนึ่งขึ้นอยู่
“หรือว่า… นี่จะเป็นเห็ดพันปีที่ตามหาอยู่?” นางคิดในใจ
หว่านเอ๋อร์คลานเข่าเข้าไปใกล้ต้นไม้ แล้วพิจารณาเห็ดที่ขึ้นอยู่ใต้ต้นไม้อย่างละเอียด เห็ดเหล่านั้นมีขนาดใหญ่ สีน้ำตาลเข้ม มีลายคล้ายวงปีซ้อนกันเป็นชั้นๆ
“ใช่แล้ว… นี่คือเห็ดพันปีจริงๆ ด้วย!” หว่านเอ๋อร์อุทานด้วยความดีใจ “ในที่สุดก็หาเจอแล้ว”
นางเก็บเห็ดพันปีเหล่านั้นใส่ย่ามอย่างระมัดระวัง แล้วเริ่มสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เผื่อว่าจะมีเห็ดพันปีขึ้นอยู่อีก
หลังจากสำรวจจนทั่วแล้ว หว่านเอ๋อร์ก็ตัดสินใจเดินทางกลับ นางรู้ว่าการอยู่ในป่าลึกนานเกินไปนั้นอันตราย นางต้องรีบกลับไปที่บ้าน เพื่อนำเห็ดพันปีไปเพาะในมิติส่วนตัว
ขณะที่กำลังเดินกลับ หว่านเอ๋อร์ก็ได้ยินเสียงน้ำไหลดังมาจากทางด้านหน้า นางเดินตามเสียงไป จนกระทั่งพบกับลำธารเล็กๆ ที่มีน้ำใสไหลเย็น
“น้ำใสขนาดนี้… น่าจะมีปลาอยู่บ้าง” นางคิดในใจ
หว่านเอ๋อร์มองไปรอบๆ แล้วพบว่ามีกิ่งไม้เล็กๆ อยู่ นางหักกิ่งไม้นั้นมาเหลาให้แหลม แล้วใช้เชือกผูกเข้ากับปลายกิ่งไม้ ทำเป็นฉมวก
จากนั้นนางก็เริ่มเดินเลาะไปตามลำธาร มองหาปลาที่จะจับ
ไม่นานนัก หว่านเอ๋อร์ก็เห็นปลาตัวหนึ่งว่ายน้ำอยู่ใกล้โขดหิน มันเป็นปลาตัวเล็กๆ สีเงินวาว
หว่านเอ๋อร์ค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ปลาตัวนั้นอย่างเงียบๆ เมื่อได้ระยะ นางก็แทงฉมวกลงไปในน้ำอย่างรวดเร็ว
ฉมวกแทงถูกตัวปลาอย่างแม่นยำ หว่านเอ๋อร์ดึงฉมวกขึ้นมา ปลากระดิกตัวเล็กน้อย ก่อนจะแน่นิ่งไป
“สำเร็จ!” หว่านเอ๋อร์อุทานด้วยความดีใจ “วันนี้โชคดีจริงๆ ได้ทั้งเห็ดพันปี ได้ทั้งปลา”
นางนำปลาตัวนั้นมาล้างทำความสะอาด แล้วนำไปย่างไฟกินเป็นอาหารเย็น
หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ หว่านเอ๋อร์ก็เดินทางกลับบ้านอย่างรวดเร็ว นางรู้ว่ายังมีภารกิจอีกมากมายที่รอคอยอยู่
การเดินทางเข้าสู่หุบเขาบูรพาในวันนี้ มิใช่แค่การตามหาเห็ดพันปีเท่านั้น แต่ยังเป็นการทดสอบความแข็งแกร่ง และความสามารถในการเอาตัวรอดของนางอีกด้วย
หว่านเอ๋อร์รู้ว่าการเดินทางบนเส้นทางแห่งการเป็นสุดยอดเชฟนั้น ยังอีกยาวไกลนัก นางต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค และความท้าทายอีกมากมาย แต่ด้วยความมุ่งมั่น และความพยายาม นางเชื่อว่านางจะสามารถพิชิตทุกสิ่งได้
และเมื่อนางกลับถึงบ้านสิ่งที่นางเห็นคือร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนรออยู่หน้าประตูบ้านของนาง เขาผู้นั้นคือใครกัน...
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ตามล่าหาวัตถุดิบ: ข้าวหอมสวรรค์]**