ตอนที่ 256

***บทที่ 256: แขกไม่ได้รับเชิญจากเมืองหลวง***

กลิ่นหอมของซุปพระกระโดดกำแพงยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ หว่านเอ๋อร์ยิ้มรับคำชมจากหลวงจีนชราอย่างนอบน้อม นางรู้ดีว่าอาหารที่ปรุงจากใจย่อมส่งผ่านความรู้สึกดีๆ ไปสู่ผู้ลิ้มลองได้เสมอ ในขณะที่หลวงจีนกำลังดื่มด่ำกับรสชาติอันล้ำเลิศของซุปอยู่นั้น เสียงจอแจของผู้คนภายนอกก็เริ่มดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง บ่งบอกว่างานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปอย่างครึกครื้น

"หว่านเอ๋อร์ เจ้าช่างมีฝีมือยิ่งนัก อาหารแต่ละอย่างที่เจ้าทำ ล้วนแต่เป็นเลิศทั้งสิ้น" หลวงจีนชรากล่าวชมด้วยความจริงใจ "อาตมาไม่เคยลิ้มรสอาหารที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย"

หว่านเอ๋อร์ยิ้มตอบ "ท่านอาจารย์กล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพียงแต่ทำอาหารด้วยความรักและความตั้งใจเท่านั้น"

หลวงจีนส่ายหน้าเบาๆ "ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เจ้ายังมีพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่งนัก อาตมาเชื่อว่าเจ้าจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้ก้องไกลไปทั่วหล้าได้อย่างแน่นอน"

ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นขัดจังหวะ

"ข้าได้ยินมาว่าที่นี่มีสุดยอดฝีมือด้านการปรุงอาหาร ข้าขอท้าประลองรสชาติด้วยคนได้หรือไม่?"

เสียงนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจและเย่อหยิ่ง หว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางหันไปมองตามเสียงนั้น ก็พบชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่หน้าประตูครัว ชายผู้นั้นสวมชุดผ้าไหมสีเข้ม ปักลายมังกรทองอย่างประณีต บนศีรษะสวมหมวกทรงสูง บ่งบอกถึงฐานะที่ไม่ธรรมดา

หว่านเอ๋อร์ไม่เคยเห็นชายผู้นี้มาก่อน แต่จากลักษณะท่าทางและเครื่องแต่งกายของเขา นางก็พอจะเดาได้ว่าเขาคงเป็นบุคคลสำคัญ

"ท่านเป็นใคร?" หว่านเอ๋อร์ถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

ชายชรายิ้มอย่างเย็นชา "ข้าคือหลี่กง พ่อครัวหลวงเกษียณอายุ"

เมื่อได้ยินคำว่า "พ่อครัวหลวง" ทุกคนในบริเวณนั้นก็ถึงกับตกตะลึง พ่อครัวหลวงคือผู้ที่เคยถวายงานปรุงอาหารให้กับฮ่องเต้โดยตรง ฝีมือย่อมต้องอยู่ในระดับสูงสุดอย่างแน่นอน

หว่านเอ๋อร์เองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน นางไม่คาดคิดว่าจะมีพ่อครัวหลวงเกษียณอายุเดินทางมาถึงที่นี่

"ท่านพ่อครัวหลวง มาที่นี่ด้วยเหตุใด?" หว่านเอ๋อร์ถามด้วยความสงสัย

"ข้าได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามานาน ว่าเป็นผู้ที่มีฝีมือในการปรุงอาหารเป็นเลิศ ข้าจึงอยากจะมาพิสูจน์ด้วยตาตนเองว่าข่าวลือนั้นเป็นความจริงหรือไม่" หลี่กงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

"ท่านต้องการจะประลองกับข้า?" หว่านเอ๋อร์ถาม

"ใช่แล้ว ข้าต้องการจะประลองกับเจ้า เพื่อดูว่าใครกันแน่ที่เป็นสุดยอดฝีมือด้านการปรุงอาหารตัวจริง" หลี่กงตอบ

หว่านเอ๋อร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางไม่เคยคิดที่จะประลองกับใคร แต่เมื่อถูกท้าทายเช่นนี้ นางก็ไม่อาจปฏิเสธได้

"ตกลง ข้าจะประลองกับท่าน" หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เมื่อหลี่กงได้ยินคำตอบรับของหว่านเอ๋อร์ เขาก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ

"ดีมาก ข้าชอบคนตรงไปตรงมาเช่นเจ้า ว่าแต่เราจะประลองกันด้วยอะไร?" หลี่กงถาม

"แล้วแต่ท่านจะเสนอ ข้ายินดีที่จะทำตาม" หว่านเอ๋อร์ตอบ

หลี่กงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า "เราจะประลองกันด้วยเมนูที่เรียบง่ายที่สุด แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงฝีมือที่แท้จริง ข้าขอเสนอเมนู 'ผัดผักบุ้งไฟแดง' "

เมื่อได้ยินชื่อเมนู ทุกคนก็ถึงกับหัวเราะออกมา เมนูผัดผักบุ้งไฟแดงเป็นเมนูที่ธรรมดาที่สุด หาได้ง่ายที่สุด และใครๆ ก็สามารถทำได้

"ท่านพ่อครัวหลวง ท่านจะประลองกับหว่านเอ๋อร์ด้วยเมนูผัดผักบุ้งไฟแดงจริงๆ หรือ?" เสียงซุบซิบดังขึ้น

"เมนูนี้มันง่ายเกินไป ไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นเลย"

หลี่กงยกมือขึ้นห้ามเสียง "อย่าดูถูกเมนูที่เรียบง่าย เมนูผัดผักบุ้งไฟแดงนี่แหละ ที่จะสามารถแสดงให้เห็นถึงฝีมือที่แท้จริงของผู้ปรุง หากใครสามารถผัดผักบุ้งไฟแดงให้อร่อยได้ ผู้นั้นย่อมมีฝีมือที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"

หว่านเอ๋อร์พยักหน้าเห็นด้วย นางเข้าใจสิ่งที่หลี่กงต้องการจะสื่อ เมนูที่เรียบง่ายนี่แหละ ที่จะสามารถวัดฝีมือของผู้ปรุงได้อย่างแท้จริง เพราะไม่มีอะไรจะมาบดบังรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบได้

"ตกลง ข้าจะประลองกับท่านด้วยเมนูผัดผักบุ้งไฟแดง" หว่านเอ๋อร์กล่าว

"ดีมาก งั้นเรามาเริ่มกันเลย" หลี่กงกล่าว

ทั้งสองคนเดินเข้าไปในครัว หว่านเอ๋อร์สั่งให้อาตงเตรียมผักบุ้งและเครื่องปรุงต่างๆ ให้พร้อม จากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มลงมือผัดผักบุ้งไฟแดง

หลี่กงเริ่มจากการเลือกผักบุ้งอย่างพิถีพิถัน เขาเลือกเฉพาะยอดอ่อนๆ ที่มีสีเขียวสด จากนั้นเขาก็นำผักบุ้งไปล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นท่อนๆ

เมื่อถึงขั้นตอนการผัด หลี่กงก็ใช้กระทะเหล็กขนาดใหญ่ เขาตั้งไฟให้แรงจนกระทะร้อนจัด จากนั้นก็ใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย พอน้ำมันร้อน เขาก็ใส่กระเทียมสับลงไปเจียวให้หอม

กลิ่นหอมของกระเทียมลอยอบอวลไปทั่วครัว จากนั้นหลี่กงก็ใส่ผักบุ้งลงไปในกระทะ เขาผัดผักบุ้งอย่างรวดเร็ว โดยใช้ตะหลิวพลิกกลับไปมาอย่างคล่องแคล่ว

ไฟลุกโชนขึ้นสูง ผักบุ้งถูกความร้อนอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนจากสีเขียวสดเป็นสีเขียวเข้ม หลี่กงปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และเต้าเจี้ยวเล็กน้อย จากนั้นก็ผัดต่ออีกเล็กน้อยจนผักบุ้งสุก

เมื่อผักบุ้งสุกได้ที่ หลี่กงก็ตักผักบุ้งใส่จานอย่างรวดเร็ว ผักบุ้งที่ผัดเสร็จใหม่ๆ ยังคงมีสีเขียวสด น่ารับประทาน กลิ่นหอมของผักบุ้งและเครื่องปรุงลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ

ถึงตาของหว่านเอ๋อร์บ้าง นางเริ่มจากการเลือกผักบุ้งเช่นเดียวกับหลี่กง แต่สิ่งที่แตกต่างคือ นางเลือกผักบุ้งที่โตเต็มที่ มีก้านอวบอ้วน

"เจ้าเลือกผักบุ้งแก่เช่นนั้น จะทำให้อร่อยได้อย่างไร?" เสียงซุบซิบดังขึ้น

หว่านเอ๋อร์ไม่ได้สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ นางนำผักบุ้งไปล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นท่อนๆ เช่นกัน

เมื่อถึงขั้นตอนการผัด หว่านเอ๋อร์ก็ใช้กระทะเหล็กขนาดใหญ่เช่นเดียวกับหลี่กง นางตั้งไฟให้แรงจนกระทะร้อนจัด จากนั้นก็ใส่น้ำมันหมูลงไปเล็กน้อย พอน้ำมันร้อน นางก็ใส่กระเทียมสับ พริกขี้หนู และเต้าเจี้ยวลงไปเจียวให้หอม

กลิ่นหอมของเครื่องปรุงต่างๆ ลอยอบอวลไปทั่วครัว จากนั้นหว่านเอ๋อร์ก็ใส่ผักบุ้งลงไปในกระทะ นางผัดผักบุ้งอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือ นางเติมน้ำซุปเล็กน้อยลงไปด้วย

น้ำซุปช่วยให้ผักบุ้งสุกเร็วขึ้น และยังช่วยให้ผักบุ้งมีความชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งกระด้าง หว่านเอ๋อร์ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล และน้ำมันหอยเล็กน้อย จากนั้นก็ผัดต่ออีกเล็กน้อยจนผักบุ้งสุก

เมื่อผักบุ้งสุกได้ที่ หว่านเอ๋อร์ก็ตักผักบุ้งใส่จานอย่างรวดเร็ว ผักบุ้งที่ผัดเสร็จใหม่ๆ ยังคงมีสีเขียวเข้ม น่ารับประทาน กลิ่นหอมของผักบุ้งและเครื่องปรุงต่างๆ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ

ผัดผักบุ้งไฟแดงของทั้งสองคนดูน่ารับประทานไม่แพ้กัน ทุกคนต่างก็อยากจะลิ้มลองรสชาติของทั้งสองเมนู

จ้าวเฉินที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา จู่ๆ ก็จำได้ว่าหลี่กงผู้นี้คือใคร เขาเคยเห็นหลี่กงในวังหลวงเมื่อนานมาแล้ว

"ท่านคือพ่อครัวหลี่กงที่เคยทำอาหารให้ฮ่องเต้!" จ้าวเฉินอุทานออกมาด้วยความตกใจ

หลี่กงหันมามองจ้าวเฉินด้วยความประหลาดใจ "เจ้าคือ... จ้าวเฉิน?"

"ถูกต้อง ข้าคือจ้าวเฉิน" จ้าวเฉินตอบ

"ไม่น่าเชื่อเลยว่าเจ้าจะมาอยู่ที่นี่" หลี่กงกล่าว

"ข้ามาที่นี่เพื่อมาหาภรรยาของข้า" จ้าวเฉินตอบ

"ภรรยาของเจ้า?" หลี่กงเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

จ้าวเฉินชี้ไปที่หว่านเอ๋อร์ "นี่คือภรรยาของข้า หลินหว่านเอ๋อร์"

หลี่กงมองหว่านเอ๋อร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม "ไม่น่าเชื่อเลยว่าภรรยาของเจ้าจะเป็นผู้ที่มีฝีมือในการปรุงอาหารเป็นเลิศเช่นนี้"

จากนั้นหลี่กงและหว่านเอ๋อร์ก็เริ่มให้แขกชิมผัดผักบุ้งของตนเอง

ผลปรากฏว่า...ผัดผักบุ้งของหว่านเอ๋อร์ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ถึงแม้จะใช้ผักบุ้งแก่ แต่รสชาติกลับกลมกล่อมลงตัว ผักบุ้งมีความชุ่มฉ่ำ ไม่เหนียวหรือกระด้าง รสชาติของเครื่องปรุงต่างๆ ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทำให้ผัดผักบุ้งจานนี้มีรสชาติที่อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ

ในขณะที่ผัดผักบุ้งของหลี่กง ถึงแม้จะใช้ผักบุ้งอ่อน แต่รสชาติกลับธรรมดาเกินไป ผักบุ้งมีความแห้งกระด้าง รสชาติของเครื่องปรุงต่างๆ ไม่กลมกล่อม ทำให้ผัดผักบุ้งจานนี้มีรสชาติที่ธรรมดา

"ไม่น่าเชื่อเลยว่าผัดผักบุ้งของหว่านเอ๋อร์จะอร่อยกว่าของท่านพ่อครัวหลวง" เสียงซุบซิบดังขึ้น

"ใช่แล้ว ข้าไม่เคยคิดเลยว่าผัดผักบุ้งที่ทำจากผักบุ้งแก่จะมีรสชาติอร่อยเช่นนี้"

หลี่กงชิมผัดผักบุ้งของหว่านเอ๋อร์ด้วยความตกตะลึง เขาไม่คาดคิดว่าผัดผักบุ้งที่ทำจากผักบุ้งแก่จะมีรสชาติอร่อยกว่าของเขา

"ข้ายอมรับ เจ้ามีฝีมือในการปรุงอาหารที่เหนือกว่าข้า" หลี่กงกล่าวด้วยความพ่ายแพ้

หว่านเอ๋อร์ยิ้มอย่างสุภาพ "ท่านพ่อครัวหลวงกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพียงแต่ทำอาหารด้วยความรักและความตั้งใจเท่านั้น"

"ไม่ เจ้ามีพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่งนัก ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้ก้องไกลไปทั่วหล้าได้อย่างแน่นอน" หลี่กงกล่าว

ชื่อเสียงของหว่านเอ๋อร์ได้รับการการันตีจากอดีตพ่อครัววังหลวง เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน

[โปรดติดตามตอนต่อไป: วิกฤตน้ำตาลปั้น]