ตอนที่ 260

***บทที่ 260: คำขอของท่านพ่อ***

กลิ่นหอมของปลาทิพย์อบอวลไปทั่วเรือนไม้ไผ่ แขกเหรื่อต่างอิ่มหนำสำราญกับอาหารเลิศรสที่หลินหว่านเอ๋อร์ตั้งใจปรุงแต่ง หมอฝูเองก็มิได้รีรอ รีบนำน้ำซุปปลาทิพย์กลับไปวิเคราะห์ในห้องปรุงยาของตนทันที

ยามสายลมพัดโชยมา แสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ หลินต้าซานเดินเข้ามาในครัวด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ แววตาเป็นประกายบ่งบอกถึงความสุขใจที่ได้เห็นบุตรีเป็นที่รักใคร่ของคนทั้งตำบล หว่านเอ๋อร์เห็นบิดาเดินเข้ามาก็รีบวางตะหลิว เดินเข้าไปประคองบิดาด้วยความเป็นห่วง

"ท่านพ่อ เหตุใดจึงรีบร้อนเข้ามาในครัวเล่าเจ้าคะ ให้บ่าวไพร่ปรนนิบัติท่านเถิด" หว่านเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

หลินต้าซานยิ้มละไม ลูบศีรษะบุตรีด้วยความเอ็นดู "พ่อสบายดี หว่านเอ๋อร์ไม่ต้องเป็นห่วง พ่อแค่อยากจะคุยเรื่องสำคัญกับเจ้าสักหน่อย"

หว่านเอ๋อร์ผายมือเชิญบิดานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่มุมครัว รินน้ำชาสมุนไพรให้บิดาด้วยความเอาใจใส่ "ท่านพ่อมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ บอกกล่าวแก่ข้าได้เลย"

หลินต้าซานจิบชาสมุนไพรเบาๆ ดวงตาจับจ้องไปยังบุตรีด้วยความรักใคร่ "หว่านเอ๋อร์ พ่อเห็นว่าเจ้าดูแลแขกเหรื่อเป็นอย่างดี อาหารก็เลิศรสจนเป็นที่เลื่องลือ พ่อรู้สึกภูมิใจในตัวเจ้ามาก"

หว่านเอ๋อร์ยิ้มเขิน "ท่านพ่อกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพียงแต่ทำในสิ่งที่ข้าถนัดเท่านั้น"

"ไม่ใช่เพียงเท่านั้น" หลินต้าซานส่ายหน้าเบาๆ "เจ้าน่ะมีความกตัญญูรู้คุณคน นี่ต่างหากคือสิ่งที่พ่อภาคภูมิใจที่สุด"

หว่านเอ๋อร์เงยหน้ามองบิดาด้วยความสงสัย "กตัญญูรู้คุณคน?"

"ใช่แล้ว" หลินต้าซานพยักหน้า "พ่อสังเกตเห็นว่าเจ้าให้ความสำคัญกับแขกวีไอพีเป็นอย่างมาก แต่พ่ออยากให้เจ้าอย่าลืมผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเหลือครอบครัวเราในยามยากลำบาก"

หว่านเอ๋อร์เข้าใจความหมายของบิดาทันที นางก้มหน้านิ่งครุ่นคิดถึงวันที่ครอบครัวตกต่ำ ถูกผู้คนดูแคลนเหยียดหยาม แต่ก็ยังมีชาวบ้านบางส่วนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

"ท่านพ่อหมายถึง ป้าเถียน ใช่หรือไม่เจ้าคะ?" หว่านเอ๋อร์เอ่ยถาม

หลินต้าซานยิ้มกว้าง "ถูกต้องแล้ว ป้าเถียนและชาวบ้านอีกหลายคนที่เคยช่วยเหลือเราในยามที่เราไม่มีอันจะกิน พวกเขาเหล่านั้นสมควรได้รับความเคารพและตอบแทน"

"ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ท่านพ่อต้องการให้ข้าเชิญพวกท่านเหล่านั้นมาร่วมโต๊ะอาหารด้วย ใช่หรือไม่เจ้าคะ?"

หลินต้าซานส่ายหน้า "พ่อไม่ได้ต้องการให้เจ้าทำเช่นนั้น การเชิญพวกท่านเหล่านั้นมาร่วมโต๊ะกับแขกวีไอพีอาจทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัดไม่เป็นตัวของตัวเอง พ่อเพียงแค่อยากให้เจ้าจัดโต๊ะเล็กๆ แยกต่างหาก จัดอาหารดีๆ ที่พวกเขาสามารถรับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่ต้องเกรงใจใคร"

หว่านเอ๋อร์พยักหน้าเห็นด้วย "ท่านพ่อคิดได้ดีมากเจ้าค่ะ ข้าจะจัดเตรียมเมนูพิเศษที่ย่อยง่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เช่น โจ๊กเนื้อปลา ซุปไก่ตุ๋นยาจีน และผักสดปลอดสารพิษ"

"ดีมาก หว่านเอ๋อร์" หลินต้าซานเอ่ยด้วยความชื่นชม "พ่อรู้ว่าเจ้าไม่เคยทำให้พ่อผิดหวัง"

ขณะที่สองพ่อลูกกำลังสนทนากันอย่างอบอุ่น ป้าสะใภ้ใหญ่แอบมองเข้ามาในครัวด้วยสายตาอิจฉาริษยา นางได้ยินบทสนทนาของสองพ่อลูกทุกคำ นางรู้สึกขุ่นเคืองใจที่หลินหว่านเอ๋อร์ได้รับความชื่นชมจากชาวบ้านมากมาย ในขณะที่ตนเองกลับถูกมองข้ามอยู่เสมอ

"ฮึ! ทำเป็นใจบุญสุนทานไปได้" ป้าสะใภ้ใหญ่พึมพำกับตัวเอง "เดี๋ยวข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะทำดีไปได้สักแค่ไหน"

นางหมายมาดจะหาเรื่องกลั่นแกล้งหว่านเอ๋อร์ แต่ก็ไม่กล้าลงมือทำอย่างโจ่งแจ้ง เพราะเกรงกลัวอิทธิพลของจ้าวเฉินที่คอยปกป้องหว่านเอ๋อร์อยู่เบื้องหลัง

หว่านเอ๋อร์หันไปเห็นป้าสะใภ้ใหญ่แอบมองอยู่ นางเพียงแต่ยิ้มเยาะในใจ มิได้ใส่ใจกับท่าทีของป้าสะใภ้ใหญ่ นางรู้ดีว่าป้าสะใภ้ใหญ่เป็นคนเช่นไร การต่อปากต่อคำกับนางก็มีแต่จะเสียเวลาเปล่า

"ท่านพ่อ วางใจเถิดเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์หันกลับมาพูดกับบิดา "ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ข้าจะเชิญป้าเถียนและชาวบ้านที่เคยช่วยเหลือเรามารับประทานอาหารอย่างสมเกียรติ"

หลินต้าซานยิ้มอย่างพึงพอใจ "พ่อเชื่อมั่นในตัวเจ้า"

เมื่อตกเย็น หว่านเอ๋อร์ได้จัดเตรียมโต๊ะเล็กๆ แยกต่างหากในสวนดอกไม้หลังเรือน จัดอาหารที่ปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันวางเรียงรายบนโต๊ะอย่างสวยงาม นางเลือกสรรวัตถุดิบชั้นดีที่ย่อยง่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เช่น โจ๊กเนื้อปลา ซุปไก่ตุ๋นยาจีน ผักสดปลอดสารพิษ และผลไม้รสหวานฉ่ำ

เมื่อถึงเวลา หว่านเอ๋อร์ก็เดินไปเชิญป้าเถียนและชาวบ้านที่เคยช่วยเหลือครอบครัวของนางด้วยตนเอง ชาวบ้านต่างรู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากครอบครัวหลิน พวกเขารู้สึกว่าความช่วยเหลือที่เคยหยิบยื่นให้ในอดีตมิได้สูญเปล่า

"คุณหนูหลินช่างมีน้ำใจเหลือเกิน" ป้าเถียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ข้าแก่แล้วคงไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณของคุณหนู"

"ป้าเถียนกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์ตอบด้วยรอยยิ้ม "สิ่งที่ข้าทำเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับความช่วยเหลือที่ป้าเคยให้แก่ครอบครัวของข้า"

ชาวบ้านต่างนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่จัดเตรียมไว้ เริ่มต้นรับประทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย พวกเขาต่างชื่นชมในรสชาติอาหารที่ปรุงแต่งอย่างพิถีพิถัน และรู้สึกประทับใจในความกตัญญูของครอบครัวหลิน

"ครอบครัวหลินช่างเป็นคนดีจริงๆ" ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้น "ถึงแม้จะร่ำรวยมีชื่อเสียงแล้ว ก็ยังไม่ลืมผู้มีพระคุณ"

"ใช่แล้ว" ชาวบ้านอีกคนเสริม "ครอบครัวหลินเป็นตัวอย่างที่ดีของคนทั้งตำบล"

ชื่อเสียงของครอบครัวหลินในฐานะผู้มีคุณธรรมและความกตัญญูจึงขจรขจายไปทั่วทั้งตำบล สร้างความประทับใจและความศรัทธาให้แก่ผู้คนมากมาย

[โปรดติดตามตอนต่อไป: การลอบวางยา...ที่ล้มเหลว]