ตอนที่ 29
***บทที่ 29: ปรับปรุงดินด้วยวิธีพิเศษ***
เงาร่างที่ซุ่มซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ถอยห่างออกไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดของราตีกาล หลินหว่านเอ๋อร์แค่นเสียงในลำคอเบาๆ นางรู้ดีว่าคนพวกนั้นไม่มีทางรามือโดยง่าย แต่คืนนี้... คือเวลาทองที่นางจะพลิกฟื้นผืนดินแห่งนี้
เมื่อพระจันทร์ลอยเด่นกลางเวหา แสงนวลส่องกระทบผืนนาที่แห้งผากจนแตกระแหง หว่านเอ๋อร์กำชับให้เสี่ยวเฟิงเข้านอน ก่อนที่นางจะก้าวเดินไปยังกึ่งกลางของที่ดินรกร้าง
จิตสมาธิดิ่งลึก ประตูมิติลับเปิดออกในห้วงความคิด
นางไม่ได้นำร่างเนื้อเข้าไป แต่ใช้วิธี 'ชักนำ' พลังจากภายในออกมา ในมิตินั้น นางได้เตรียม 'ปุ๋ยหมักสูตรพิเศษ' เอาไว้กองพะเนิน ปุ๋ยเหล่านี้เกิดจากการหมักเศษซากพืชวิญญาณในมิติ ผสมผสานกับมูลสัตว์อสูรระดับต่ำที่นางเคยล่ามาได้ในชาติภพก่อน (ซึ่งติดมาในมิติส่วนหนึ่ง) สิ่งเหล่านี้อุดมไปด้วยธาตุอาหารที่ดินในโลกภายนอกมิอาจเทียบติด
"ออกมา!"
หว่านเอ๋อร์สะบัดมือวูบหนึ่ง กองปุ๋ยสีดำสนิทที่มีกลิ่นหอมจางๆ คล้ายใบไม้แห้งก็ปรากฏขึ้นกระจายอยู่ทั่วแปลงนา แต่นั่นยังไม่พอ... นางหยิบน้ำเต้าใบจิ๋วที่บรรจุ 'น้ำทิพย์วารีสวรรค์' จากบ่อในมิติออกมา
เพียงเปิดจุก กลิ่นหอมสดชื่นปานน้ำค้างแรกแห่งฤดูใบไม้ผลิก็ฟุ้งกระจาย นางผสมน้ำทิพย์เพียงสามหยดลงในถังน้ำใบใหญ่ แล้วใช้วิชาตัวเบาที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด เคลื่อนกายดุจภูตพราย สาดน้ำผสมน้ำทิพย์ราดรดไปทั่วผืนดินที่โรยปุ๋ยไว้แล้ว
*ซู่... ซู่...*
เสียงดินแห้งที่หิวกระหายดูดซับน้ำดังแว่วมาในความมืด ราวกับเสียงกระซิบของธรณีที่กำลังฟื้นคืนชีพ ปฏิกิริยาเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบแต่รุนแรง ภายใต้ความมืดมิด เนื้อดินที่แข็งกระด้างเริ่มคลายตัว ปุ๋ยหมักซึมลึกประสานเข้ากับเม็ดดินด้วยฤทธิ์ของน้ำทิพย์ เปลี่ยนโครงสร้างจากดินเลวให้กลายเป็นดินร่วนซุยที่อัดแน่นไปด้วยพลังชีวิต
นางยืนกอดอกมองผลงานด้วยแววตาพึงพอใจ "แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้น พรุ่งนี้เช้า... พวกเจ้าจะได้เห็นดีกัน"
...
รุ่งอรุณมาเยือนพร้อมกับแสงสีทองจับขอบฟ้า
"พี่รอง! พี่รอง! ท่านรีบมาดูเร็วเข้าขอรับ!"
เสียงตะโกนของเสี่ยวเฟิงปลุกหว่านเอ๋อร์จากภวังค์ นางเดินนวดขมับออกมาจากกระท่อมด้วยท่าทีเกียจคร้าน แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว
เบื้องหน้าของสองพี่น้อง ผืนดินที่เมื่อวานยังเป็นสีเหลืองซีด แห้งแล้ง และเต็มไปด้วยวัชพืช บัดนี้กลับกลายเป็นผืนดินสีดำขลับที่ดูชุ่มชื้น เนื้อดินละเอียดร่วนซุยราวกับได้รับการบำรุงมานับสิบปี กลิ่นหอมของดินสะอาดลอยเตะจมูก
"พี่รอง... นี่มัน... นี่มันที่ดินผืนเดิมหรือขอรับ?" เสี่ยวเฟิงอ้าปากค้าง ขยี้ตาตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ข้าบอกเจ้าแล้ว ว่าพี่สาวเจ้ามีวิธี" หว่านเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก ก่อนจะตบไหล่น้องชายเบาๆ "เจ้าเฝ้าบ้านไว้นะ วันนี้เราจะมีแขกมาช่วยงาน ข้าจะไปตามป้าเถียนเสียหน่อย"
หว่านเอ๋อร์เดินมุ่งหน้าไปยังท้ายหมู่บ้าน ที่ตั้งของบ้านป้าเถียน หญิงม่ายผัวตายผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีแตยากจนข้นแค้น นางเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เคยมอบหัวมันเผาให้เสี่ยวเฟิงยามที่สองพี่น้องหิวโหย
เมื่อไปถึง หว่านเอ๋อร์พบป้าเถียนกำลังนั่งสานตั๊กแตนใบลานด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
"ป้าเถียน เจ้าค่ะ"
หญิงวัยกลางคนเงยหน้าขึ้น "อ้าว หว่านเอ๋อร์... มีอะไรให้ป้าช่วยรึ? ถ้าเรื่องข้าวกิน ป้าพอจะมี..."
"มิใช่เจ้าค่ะ ข้ามาจ้างงาน" หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้าต้องการคนช่วยพลิกหน้าดินและลงกล้าผัก ข้าให้ค่าแรงวันละสามสิบอีแปะ จ่ายสดทุกเย็น ป้าสนใจหรือไม่เจ้าคะ?"
"สามสิบอีแปะ!" ป้าเถียนตาโตจนแทบถลน ปกติแรงงานผู้ชายในเมืองยังได้เพียงยี่สิบห้าอีแปะ "เจ้าล้อป้าเล่นหรือเปล่า? แล้วที่ดินเจ้าน่ะ... มันปลูกอะไรไม่ขึ้นมิใช่รึ?"
"เรื่องนั้นท่านไม่ต้องห่วง ข้ามีสูตรปุ๋ยลับจากท่านปู่ที่ล่วงลับไปแล้ว ท่านแค่ช่วยรวบรวมชาวบ้านที่ขยันและซื่อสัตย์สักสี่ห้าคนไปที่นาของข้าก็พอ"
ด้วยค่าแรงที่สูงลิ่ว ข่าวการจ้างงานของหว่านเอ๋อร์แพร่สะพัดไปในกลุ่มชาวบ้านยากจนอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก ป้าเถียนก็นำพาชายฉกรรจ์และแม่บ้านที่ไว้ใจได้รวมห้าคนมายืนอยู่หน้าแปลงที่ดิน
วินาทีที่พวกเขาเห็นสภาพดิน ทุกคนต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก
"นี่มัน... ดินร่วนซุยชั้นดี!" ลุงหวัง ชายชราผู้เจนจัดเรื่องการทำนาทรุดตัวลงหยิบดินขึ้นมาบี้ดม "กลิ่นดินหอมขนาดนี้ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต! แม่หนูหว่านเอ๋อร์ นี่เจ้าทำได้อย่างไร?"
หว่านเอ๋อร์เพียงยิ้มบางๆ แววตาเป็นประกายลึกลับ "ข้าบอกแล้วว่าเป็นสูตรลับ... เอาล่ะ หากพวกท่านหายตกใจแล้ว ก็เริ่มงานกันเถิด ข้าต้องการยกร่องแปลงผักสิบแปลง และลงกล้าพริกกับผักกาดขาวให้เสร็จก่อนตะวันตกดิน"
นางไม่ได้เพียงแค่สั่งการ แต่ลงมือสาธิตวิธีการลงกล้าอย่างคล่องแคล่ว ทุกท่วงท่าทะมัดทะแมงและเด็ดขาด ไม่มีเค้าลางของเด็กสาวอ่อนแอแม้แต่น้อย สายตาที่นางใช้มองคนงานเต็มไปด้วยอำนาจบารมีที่ทำให้คนไม่กล้าอู้งาน
"จำไว้... ข้าจ่ายหนัก แต่ข้าก็ต้องการงานที่ประณีต หากใครทำลวกๆ ข้าเชิญออกทันที แต่หากใครตั้งใจทำงาน ข้ามีข้าวกลางวันเลี้ยงดูอย่างดี"
คำประกาศของนางศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ชาวบ้านต่างก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความขยันขันแข็ง เสียงจอบเสียมกระทบดินดังสม่ำเสมอเป็นจังหวะแห่งความหวัง ต้นกล้าพริกที่หว่านเอ๋อร์เพาะไว้ในมิติ (ซึ่งนางแอบเอาออกมาวางไว้ข้างกระท่อม) ถูกลำเลียงลงดินอย่างเป็นระเบียบ
เพียงครึ่งค่อนวัน ที่ดินรกร้างผืนนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นแปลงผักเขียวขจีที่ดูมีชีวิตชีวา ภาพความสำเร็จเบื้องต้นนี้เริ่มฉายชัด บารมีของ 'หลินหว่านเอ๋อร์' เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ นี้แล้ว
ขณะที่ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ หว่านเอ๋อร์ยืนเท้าเอวมองดูผลงานด้วยความภาคภูมิใจ นางกำลังจะควักเงินค่าจ้างจ่ายให้ทุกคนตามสัญญา
ทว่า... ที่ชายป่าด้านทิศเหนือ เงาร่างท้วมๆ ของชายคนหนึ่งกำลังแอบมองอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ สายตาของมันจับจ้องไปยังถุงเงินในมือของหว่านเอ๋อร์และแปลงผักที่เขียวชอุ่มผิดหูผิดตา ความโลภฉายชัดในดวงตาที่หรี่ลง
"ดินดีขนาดนี้... ผักงามขนาดนี้... นางเด็กสมควรตายนั่นไปเอาเงินจ้างคนมาจากไหน? ข้าที่เป็นลุงแท้ๆ ยังลำบากแทบตาย แต่มันกลับเสวยสุข..."
ชายผู้นั้นขบกรามแน่น ก้าวเท้าออกมาจากที่ซ่อนด้วยท่าทีคุกคาม พร้อมกับแผนการชั่วร้ายที่ผุดขึ้นในสมองราวกับดอกเห็ดพิษ!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความอิจฉาของลุงใหญ่]**