ตอนที่ 30
***บทที่ 30: ความอิจฉาของลุงใหญ่***
แสงสุดท้ายของดวงตะวันทาทาบลงบนผืนดินที่พลิกฟื้นขึ้นใหม่ กลิ่นหอมของดินร่วนซุยและกลิ่นอายความสำเร็จลอยอวลในอากาศ ชาวบ้านเจ็ดแปดคนที่หลินหว่านเอ๋อร์ว่าจ้างมา ต่างพากันยืดเส้นยืดสายด้วยความเมื่อยล้าแต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม พวกเขามองดูร่องผักที่ถูกยกขึ้นอย่างเป็นระเบียบ และต้นกล้าที่ปักลงดินอย่างประณีตด้วยความภาคภูมิใจ
หลินหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่หน้ากระท่อม นางหยิบถุงเงินที่เตรียมไว้ออกมา เสียงเหรียญอีแปะกระทบกันดังกุ๊งกิ๊งราวกับเสียงดนตรีสวรรค์ในหูของเหล่าคนงาน
"พวกท่านทำงานได้ดีมาก วันนี้ข้าพอใจยิ่งนัก" หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ทว่าแฝงความหนักแน่น "ตามสัญญา ค่าแรงวันนี้..."
"ช้าก่อน!"
เสียงตะคอกอันหยาบกระด้างดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศอันชื่นมื่น ร่างท้วมหนาในชุดผ้าฝ้ายสีมอซอที่พยายามจัดทรงให้ดูภูมิฐานเดินอาดๆ ออกมาจากเงามืดของชายป่า ใบหน้าอวบอูมนั้นเต็มไปด้วยเหงื่อไคลและรอยยิ้มที่ดูเสแสร้งจนน่าคลื่นไส้
หลินต้าไห่! ลุงใหญ่ผู้แสนประเสริฐของนางนั่นเอง
ดวงตาหยีเล็กของหลินต้าไห่กวาดมองไปทั่วบริเวณ ตั้งแต่แปลงผักที่ถูกจัดการอย่างดี ไปจนถึงถุงเงินในมือของหลานสาวตัวดี ความโลภแล่นปราดขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย
"หว่านเอ๋อร์! นี่เจ้ากำลังทำบ้าอะไรอยู่?" หลินต้าไห่แสร้งทำเสียงดุ วางท่าเป็นผู้ใหญ่ที่กำลังอบรมเด็กดื้อ "เจ้าเป็นเด็กเป็นเล็ก ริอาจจ้างคนมาทำงานผลาญเงินเล่นเช่นนี้ได้อย่างไร? พ่อแม่เจ้าตายไป เจ้าก็ไร้คนสั่งสอนจนเหลวไหลถึงเพียงนี้เชียวรึ?"
ชาวบ้านต่างพากันชะงัก หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บรรยากาศเงียบกริบลงทันตา
หลินหว่านเอ๋อร์หรี่ตาลงเล็กน้อย ริมฝีปากบางยกยิ้มเย็นชา นางไม่ขยับหนี ทั้งยังไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย "อ้อ... ที่แท้ก็ท่านลุงใหญ่นี่เอง ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่ได้? หรือว่าที่บ้านใหญ่ไม่มีข้าวกิน ถึงได้มาเดินดมกลิ่นแถวนี้?"
"เจ้าเด็กปากดี!" หลินต้าไห่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นถุงเงิน เขาก็รีบปรับสีหน้า พยายามข่มอารมณ์แล้วเดินเข้าไปใกล้ ทำท่าจะคว้าถุงเงินในมือนาง
"ข้ามาในฐานะลุงของเจ้า! ข้าได้ยินว่าเจ้าจ้างคนมาทำงาน จึงรีบมาดูด้วยความเป็นห่วง เจ้ายังเด็กนักจะไปรู้เรื่องการจัดการเงินทองได้อย่างไร ประเดี๋ยวจะถูกพวกชาวบ้านต้มตุ๋นเอาเปล่าๆ" เขาพูดพลางยื่นมือหนาเตอะออกมา "ส่งเงินมาให้ข้า ลุงจะจัดการจ่ายค่าแรงให้พวกมันเอง ส่วนที่เหลือข้าจะเก็บรักษาไว้ให้เจ้า เผื่อวันหน้าเจ้าจำเป็นต้องใช้"
วาจาดูสวยหรู แต่เจตนาสกปรกโสมมยิ่งกว่าโคลนตม!
หลินหว่านเอ๋อร์เบี่ยงตัวหลบมือสกปรกนั่นอย่างคล่องแคล่ว นางแค่นหัวเราะเสียงดัง "เก็บรักษาไว้ให้ข้า? เหมือนที่ท่านย่า 'เก็บ' สินเดิมของท่านแม่ข้าไปจนหมดเกลี้ยงน่ะหรือ? ท่านลุงใหญ่ ท่านเห็นข้าเป็นเด็กสามขวบ หรือเห็นว่าสมองข้ามีปัญหาเหมือนพวกท่านกันแน่?"
"หลินหว่านเอ๋อร์!" หลินต้าไห่ตวาดลั่น เส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ "ข้าเป็นผู้อาวุโส! เป็นหัวหน้าครอบครัวสกุลหลินในยามนี้ เจ้ากล้าสามหาวกับข้าหรือ? ใครก็ได้! จับนางไว้ ข้าจะสั่งสอนนางให้รู้สำนึก แล้วเอาเงินนั่นมา!"
เขาหันไปสั่งชาวบ้านที่ยืนถือจอบเสียมอยู่ หวังใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มขู่
ทว่า... ไม่มีใครขยับ
ชาวบ้านเหล่านั้นมองหลินต้าไห่ด้วยสายตาว่างเปล่า บ้างก็สมเพช พวกเขาเห็นการทำงานของหว่านเอ๋อร์มาทั้งวัน เห็นความเก่งกาจและความเด็ดขาดของนาง ในขณะที่หลินต้าไห่ผู้นี้ วันๆ เอาแต่กินแรงผู้อื่น ชื่อเสียงเหม็นโฉ่ไปทั่วหมู่บ้าน
"ท่านลุงใหญ่..." น้ำเสียงของหว่านเอ๋อร์เย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง นางก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีกดดันบางอย่างแผ่ออกมาจากร่างเล็กๆ นั้น จนหลินต้าไห่เผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"ข้าขอเตือนความจำท่านสักนิด เราแยกบ้านกันแล้ว หนังสือสัญญาตัดขาดลงลายมือชื่อชัดเจน ข้ากับเสี่ยวเฟิงไม่ได้ใช้นามสกุลของบ้านใหญ่ และทรัพย์สินใดๆ ที่ข้าหามาได้ ย่อมเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!"
นางกวาดสายตาไปมองชาวบ้านทุกคน แล้วประกาศก้องด้วยน้ำเสียงทรงพลัง
"ฟังให้ดี! ที่ดินผืนนี้คือที่ของข้า เงินนี้คือเงินของข้า! ใครก็ตามที่กล้าฟังคำสั่งของคนผู้นี้ หรือบังอาจให้มันเข้ามาวุ่นวายในเขตพื้นที่ของข้า ข้าจะถือว่าคนผู้นั้นเป็นศัตรู ไม่เพียงแต่จะไม่ได้ค่าจ้างแม้แต่วัณกเดียว ข้าจะไล่ออกทันทีและอย่าหวังว่าจะได้เหยียบย่างเข้ามาทำงานที่นี่อีก!"
คำประกาศิตของนางดังก้องสะท้านใจคน
"ข้าจ้างพวกท่านด้วยเงินของข้า ไม่ใช่เงินของตระกูลหลิน! หากใครคิดว่าลุงใหญ่ผู้นี้จ่ายเงินให้ท่านได้ ก็เชิญไปขอที่เขา แต่ถ้าจะรับเงินจากข้า... ก็จงไล่สุนัขตัวนี้ออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้!"
คำว่า "สุนัข" เปรียบเสมือนฝ่ามือที่ตบหน้าหลินต้าไห่ฉาดใหญ่กลางสี่แยก
"จะ... เจ้า! นางเด็กเนรคุณ! นางปีศาจ!" หลินต้าไห่ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้น ชี้หน้าด่านางปากคอสั่น "เจ้ากล้าเรียกข้าว่าสุนัขรึ! ข้าจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าจะป่าวประกาศให้ทั่วว่าเจ้ามันอกตัญญู!"
พี่ชายคนโตของกลุ่มคนงานนามว่า 'อาหนิว' ซึ่งรูปร่างกำยำล่ำสัน ควงจอบในมือเล่นไปมา ก่อนจะเดินมายืนขวางหน้าระหว่างหว่านเอ๋อร์กับหลินต้าไห่ เขาถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วเอ่ยเสียงเข้ม
"ท่านหลินต้าไห่... แม่หนูหว่านเอ๋อร์พูดถูก นางเป็นนายจ้างพวกข้า นางสั่งให้ไล่คนนอก ท่านจะเดินออกไปดีๆ หรือจะให้พวกข้า 'เชิญ' ออกไป?"
ด้านหลังอาหนิว คนงานคนอื่นๆ ก็เริ่มขยับเข้ามาล้อมกรอบ สีหน้าถมึงทึง
หลินต้าไห่หน้าซีดเผือด ความโลภเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัว เขาตระหนักได้ทันทีว่าบัดนี้ อำนาจของบ้านใหญ่สกุลหลินใช้ไม่ได้ผลที่นี่อีกแล้ว... ที่ดินผืนนี้มีนางพญาคนใหม่ปกครองอยู่
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! วันนี้ข้าเสียท่า แต่คนอย่างข้าไม่ยอมจบแค่นี้แน่!" หลินต้าไห่กัดฟันกรอด ทิ้งคำขู่ที่ไร้น้ำหนักไว้ ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินหนีหางจุกตูด สะดุดรากไม้จนเกือบหน้าคะมำ ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของเหล่าคนงาน
เมื่อตัวปัญหาจากไป หว่านเอ๋อร์ก็ปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางแจกจ่ายเงินค่าจ้างให้ทุกคนตามจำนวนที่ตกลง แถมยังให้เพิ่มอีกคนละสองอีแปะเป็นสินน้ำใจ
"ขอบคุณพวกพี่ชายทุกคนที่ช่วยข้ากำจัดแมลงรบกวน วันพรุ่งนี้ก็ขอให้มาช่วยกันอีก" นางกล่าวพร้อมรอยยิ้มหวานหยดที่ดูจริงใจ ต่างจากรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว
ชาวบ้านรับเงินด้วยความปีติ ยิ่งเห็นความใจกว้างและความเด็ดขาดของนาง พวกเขาก็ยิ่งศรัทธา ข่าวลือเรื่องความร้ายกาจของนางที่เคยได้ยินมา บัดนี้กลายเป็นความชื่นชมในความเก่งกาจแทน
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันกลับไป ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่กระท่อมท้ายหมู่บ้านอีกครั้ง
หว่านเอ๋อร์เดินกลับเข้าไปในกระท่อม เสี่ยวเฟิง น้องชายตัวน้อยนั่งรออยู่อย่างเงียบๆ ดวงตาใสแจ๋วของเขาจ้องมองพี่สาวด้วยความเลื่อมใส แต่สิ่งที่หว่านเอ๋อร์สังเกตเห็นไม่ใช่สายตานั้น... แต่เป็นมือเล็กๆ ที่กุมท้องของตัวเองไว้
"โครกคราก..."
เสียงท้องร้องของเด็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสี่ยวเฟิงหน้าแดงด้วยความอาย รีบก้มหน้าลง "ท่านพี่... ข้าไม่หิวขอรับ"
หว่านเอ๋อร์รู้สึกปวดใจวูบ นางลูบหัวน้องชายเบาๆ "เด็กโง่ ท้องร้องขนาดนี้จะไม่หิวได้อย่างไร พี่สัญญาว่าต่อไปนี้เราจะไม่อดอยากอีก"
นางมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์เริ่มสาดส่องกระทบผิวน้ำในลำธารที่ไหลผ่านชายป่า แสงระยิบระยับนั้นสะท้อนเข้าตา หว่านเอ๋อร์พลันนึกถึงภูมิปัญญาการหาอาหารที่นางเคยรู้มา
"เสี่ยวเฟิง... เจ้าอยากกินเนื้อปลาหวานๆ กรอบๆ หรือไม่?"
ดวงตาของเสี่ยวเฟิงเบิกกว้าง ประกายแห่งความหวังฉายชัด "ปลาหรือขอรับ? แต่... แต่ปลาในลำธารจับยากนัก อีกทั้งยังคาว..."
"เชื่อมือพี่สาวเจ้าเถิด" หว่านเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก แววตาเป็นประกายวาววับด้วยแผนการใหม่ "พรุ่งนี้เช้า... เจ้าจะได้ลิ้มรสปลาที่อร่อยที่สุดในชีวิต!"
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากลำธาร เป็นเสียงน้ำแตกกระจายรุนแรงราวกับมีสัตว์ใหญ่กำลังดิ้นรน หว่านเอ๋อร์หูผึ่ง นางสัมผัสได้ถึงโอกาสทองที่ลอยมาตามสายน้ำ... การล่ามื้อใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: จับปลาในลำธาร]**