ตอนที่ 291
***บทที่ 291: ชื่อของเด็กน้อย***
เสียงร้องของทารกน้อยดังประสานกันราวกับดนตรีสวรรค์ ก้องกังวานไปทั่วเรือนไม้ จ้าวเฉินอุ้มประคองร่างน้อยๆ ของบุตรชายทั้งสองไว้ในอ้อมแขน ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าจิ้มลิ้มที่ยังคงหลับตาพริ้มด้วยความรักใคร่ เขาไม่เคยคิดฝันว่าชีวิตจะมอบของขวัญอันล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่ตนเอง
"ต้าซาน ข้าดีใจยิ่งนัก" จ้าวเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หันไปมองบิดาที่ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยรอยยิ้มกว้าง "ข้ามีหลานชายให้ท่านถึงสองคน"
หลิน ต้าซานพยักหน้าช้าๆ ดวงตาแดงก่ำด้วยความตื้นตัน "เป็นบุญของตระกูลหลินโดยแท้ ที่มีทายาทสืบสกุลถึงสองคนในคราวเดียว"
บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความสุข หว่านเอ๋อร์นอนพักอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวแต่ยังคงมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ นางมองบุตรชายทั้งสองด้วยความรักใคร่ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง "ท่านตั้งชื่อให้พวกเขาหรือยัง?"
จ้าวเฉินส่ายหน้า "ยังเลย ข้าอยากให้เจ้ามีส่วนร่วมในการตั้งชื่อของพวกเขาด้วย"
หลิน หว่านเอ๋อร์พยักหน้าช้าๆ "ชื่อของพวกเขา...ต้องเป็นชื่อที่มีความหมายดี เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต"
หลิน ต้าซานยกมือลูบเครา "ข้าเห็นว่าควรตั้งชื่อให้มีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์และความสุข เพราะครอบครัวเราทำไร่นาเป็นหลัก ชื่อที่สื่อถึงผลผลิตทางการเกษตรคงจะดี"
จ้าวเฉินพยักหน้าเห็นด้วย "ท่านพ่อพูดถูกแล้ว ชื่อที่มีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์และความสุข...ข้าจะลองคิดดู"
ทั้งสามคนตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด หลิน ต้าซานเริ่มร่ายยาวถึงชื่อต่างๆ ที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับพืชพรรณธัญญาหาร จ้าวเฉินพยายามประมวลผลและหาชื่อที่เหมาะสมที่สุด ส่วนหว่านเอ๋อร์ก็คอยให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ
"ชื่อ 'ข้าว' ล่ะ เป็นอย่างไร?" หลิน ต้าซานเสนอ "หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ กินอิ่ม นอนหลับ"
จ้าวเฉินส่ายหน้า "อาจจะธรรมดาเกินไป"
"แล้ว 'ถั่ว' ล่ะ?" หว่านเอ๋อร์เอ่ย "ถั่วเขียว ถั่วเหลือง...เป็นพืชที่ให้คุณค่าทางอาหารสูง"
จ้าวเฉินยังคงส่ายหน้า "ยังไม่ใช่"
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ทั้งสามคนก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะตั้งชื่ออะไรให้บุตรชายฝาแฝดดี หลิน ต้าซานเริ่มรู้สึกเหนื่อยหน่าย จึงเอ่ยขึ้นว่า "หรือจะให้ข้าไปปรึกษาท่านผู้ใหญ่บ้านดี? ท่านมีความรู้มากกว่าพวกเรา อาจจะมีชื่อที่ดีกว่านี้"
จ้าวเฉินส่ายหน้า "ไม่ต้องรบกวนท่านผู้ใหญ่บ้านหรอก ข้าว่าเราลองคิดกันเองดีกว่า ชื่อที่มาจากใจของเรา จะมีความหมายมากกว่า"
ทันใดนั้นเอง หว่านเอ๋อร์ก็เบิกตากว้าง "ข้าคิดออกแล้ว! ชื่อ 'เฟิง' กับ 'ซั่ว' เป็นอย่างไร?"
จ้าวเฉินขมวดคิ้ว "เฟิง? ซั่ว? หมายความว่าอย่างไร?"
"เฟิง หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ พืชพรรณงอกงาม ส่วน ซั่ว หมายถึง ความสุข ความยินดี" หว่านเอ๋อร์อธิบาย "เมื่อนำมารวมกัน ก็หมายถึง ชีวิตที่อุดมสมบูรณ์และมีความสุข"
จ้าวเฉินพยักหน้าช้าๆ "เฟิง...ซั่ว...ชื่อเพราะดี" เขาหันไปถามบิดา "ท่านพ่อคิดว่าอย่างไร?"
หลิน ต้าซานพยักหน้าอย่างเห็นด้วย "ชื่อดี มีความหมายมงคล ข้าเห็นด้วย"
"เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้" จ้าวเฉินสรุป "บุตรชายคนโตชื่อ จ้าว เฟิง บุตรชายคนเล็กชื่อ จ้าว ซั่ว"
เมื่อได้ชื่อที่เป็นทางการแล้ว ทั้งสามคนก็เริ่มคิดถึงชื่อเล่นสำหรับเด็กน้อยทั้งสอง หว่านเอ๋อร์เสนอว่า "เรียกพวกเขาว่า 'เปาเปา' กับ 'หมั่นโถว' ดีไหม?"
จ้าวเฉินหัวเราะ "เปาเปา? หมั่นโถว? ชื่อน่ารักดี"
"เปาเปา หมายถึง อ้วนท้วนสมบูรณ์ ส่วน หมั่นโถว ก็เป็นอาหารที่อิ่มท้อง" หว่านเอ๋อร์อธิบาย "ข้าอยากให้พวกเขาเติบโตมาอย่างแข็งแรงและมีความสุข"
หลิน ต้าซานพยักหน้า "ชื่อเล่นแบบบ้านๆ นี่แหละดี ฟังดูอบอุ่น"
เมื่อทุกอย่างลงตัว จ้าวเฉินก็รู้สึกโล่งอก เขาอุ้มบุตรชายทั้งสองไว้แนบอก กระซิบเบาๆ "เฟิงเอ๋อร์ ซั่วเอ๋อร์ พ่อรักพวกเจ้าทั้งสอง"
แสงตะวันเริ่มสาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามาในห้อง อากาศเย็นสบายของฤดูใบไม้ผลิโอบล้อมทุกคนไว้ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังแว่วมาแต่ไกล เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ การเริ่มต้นของชีวิตน้อยๆ สองชีวิตที่จะเติบโตขึ้นมาภายใต้ความรักและความอบอุ่นของครอบครัว
วันเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เด็กน้อยทั้งสองเติบโตขึ้นทุกวัน เปาเปาและหมั่นโถวกลายเป็นแก้วตาดวงใจของทุกคนในบ้าน หว่านเอ๋อร์ดูแลลูกๆ อย่างใกล้ชิด จ้าวเฉินก็ช่วยแบ่งเบาภาระอย่างเต็มที่ หลิน ต้าซานก็คอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ทำได้
เสียงหัวเราะและรอยยิ้มไม่เคยจางหายไปจากเรือนไม้หลังเล็ก ครอบครัวจ้าว-หลินขยายใหญ่ขึ้น ความสุขและความอบอุ่นก็เพิ่มพูนขึ้นตามไปด้วย
แต่ถึงกระนั้น จ้าวเฉินก็ไม่เคยลืมความฝันที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ครอบครัว เขาเริ่มวางแผนที่จะขยายกิจการร้านอาหารของหว่านเอ๋อร์ให้ใหญ่โตยิ่งขึ้น เขาเชื่อว่าด้วยความสามารถของหว่านเอ๋อร์ และความมุ่งมั่นของตนเอง พวกเขาจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้ร้านอาหารของตนเองโด่งดังไปทั่วทั้งแคว้นได้อย่างแน่นอน
จ้าวเฉินรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรค เขาเชื่อว่าตราบใดที่เขามีครอบครัวอยู่เคียงข้าง เขาจะสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้
***
[โปรดติดตามตอนต่อไป: หนึ่งเดือนผ่านไป - งานเลี้ยงครบเดือน]