ตอนที่ 299
***บทที่ 299: บทสนทนาใต้แสงจันทร์***
ค่ำคืนนี้ ณ หมู่บ้านหลินชาน แสงจันทร์ส่องสว่างกระจ่างใสราวกับปูพรมสีเงินยวงลงบนผืนดิน หลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ท่านต้าซาน หว่านเอ๋อร์และจ้าวเฉินปลีกตัวออกมาจากความวุ่นวาย มุ่งหน้าไปยังศาลาพักผ่อนริมสระน้ำที่พวกเขาช่วยกันสร้างขึ้นมา
บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและเสียงกบเขียดร้องระงมเป็นระยะ หว่านเอ๋อร์นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ จ้าวเฉินรินชาอู่หลงชั้นดีจากกาดินเผาใส่จอกเล็กๆ ส่งให้ภรรยา ดวงตาของเขาเปล่งประกายอบอุ่นเมื่อมองนาง
"วันนี้ท่านคงเหนื่อยมาก" จ้าวเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หว่านเอ๋อร์รับจอกชามาจิบอย่างช้าๆ กลิ่นหอมละมุนของใบชาช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า "เหนื่อยก็จริง แต่ข้ามีความสุขยิ่งกว่า วันเกิดท่านพ่อปีนี้ช่างอบอุ่นเหลือเกิน"
จ้าวเฉินนั่งลงข้างๆ นาง โอบไหล่ภรรยาอย่างทะนุถนอม "ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะเจ้า หว่านเอ๋อร์ เจ้าคือแสงสว่างที่นำพาความสุขมาสู่ครอบครัวหลินของเรา"
หว่านเอ๋อร์ซบศีรษะลงบนบ่าของจ้าวเฉิน มองไปยังดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า "ท่านก็พูดเกินไปแล้ว ข้าเพียงแต่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้นเอง"
"ไม่ใช่เช่นนั้น" จ้าวเฉินแย้งเสียงหนักแน่น "ก่อนหน้าที่เจ้าจะมาถึง ชีวิตของข้าและท่านพ่อ เต็มไปด้วยความยากลำบากและความสิ้นหวัง เจ้าคือนางฟ้าที่สวรรค์ส่งลงมาโปรดพวกเรา"
หว่านเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองจ้าวเฉิน ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรักและความซาบซึ้ง "ท่านก็สำคัญไม่แพ้กัน หากไม่มีท่าน ข้าก็คงไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากมายขนาดนี้ ท่านคือขุนเขาที่คอยปกป้องข้าจากพายุร้าย"
จ้าวเฉินหัวเราะเบาๆ "ขุนเขาอะไรกัน ข้าเป็นเพียงชาวนาธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น"
"สำหรับข้า ท่านคือวีรบุรุษ" หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม "ท่านกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และมีความเมตตาต่อผู้อื่น นี่คือสิ่งที่ทำให้ข้าตกหลุมรักท่าน"
จ้าวเฉินยื่นมือไปลูบไล้แก้มของหว่านเอ๋อร์อย่างอ่อนโยน "ข้าเองก็เช่นกัน ความฉลาด ความสามารถ และความมีน้ำใจของเจ้า ทำให้ข้ารู้สึกโชคดีที่ได้เคียงข้างเจ้า"
ทั้งสองนั่งจิบชา ชมจันทร์อย่างเงียบๆ ความเงียบไม่ได้น่าอึดอัด แต่กลับเต็มไปด้วยความเข้าใจและความผูกพัน จ้าวเฉินเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตให้หว่านเอ๋อร์ฟัง เรื่องราวความยากลำบากในการทำไร่นา การถูกกดขี่ข่มเหงจากพวกขุนนาง และความสิ้นหวังที่เขาเคยเผชิญ
หว่านเอ๋อร์ตั้งใจฟังทุกคำพูดของจ้าวเฉิน นางรับรู้ถึงความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานที่เขาเคยผ่านมา นางสัมผัสได้ถึงความเข้มแข็งและความอดทนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันสงบนิ่งของเขา
เมื่อจ้าวเฉินเล่าจบ หว่านเอ๋อร์ก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "ข้าเสียใจที่ท่านต้องเผชิญกับเรื่องราวเหล่านั้น แต่ข้าก็ดีใจที่ท่านเข้มแข็งพอที่จะผ่านมันมาได้ และข้าจะอยู่เคียงข้างท่านตลอดไป"
จ้าวเฉินยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น "ข้ารู้ หว่านเอ๋อร์ ข้ารู้ว่าเจ้าจะอยู่เคียงข้างข้าเสมอ เจ้าคือคู่ชีวิตที่ข้าเฝ้ารอมาทั้งชีวิต"
หว่านเอ๋อร์เล่าเรื่องราวของตัวเองให้จ้าวเฉินฟังบ้าง เรื่องราวการเติบโตในยุคปัจจุบัน ความฝัน และความปรารถนาของนาง นางเล่าถึงความรู้สึกแปลกแยกเมื่อต้องมาอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคย และความหวาดกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับอนาคตที่ไม่แน่นอน
จ้าวเฉินฟังอย่างตั้งใจเช่นกัน เขาเข้าใจถึงความยากลำบากในการปรับตัวของหว่านเอ๋อร์ และความกล้าหาญที่นางต้องใช้ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะปกป้องและดูแลนางตลอดไป
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ" จ้าวเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เราจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งไปด้วยกัน"
หว่านเอ๋อร์ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข นางรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเมื่ออยู่ข้างกายจ้าวเฉิน นางรู้ว่านางไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้
"ข้าก็เช่นกัน" หว่านเอ๋อร์ตอบกลับ "ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านตลอดไป เราจะแก่เฒ่าไปด้วยกัน สร้างครอบครัวที่อบอุ่น และดูแลลูกหลานของเรา"
จ้าวเฉินจูบหน้าผากของหว่านเอ๋อร์อย่างอ่อนโยน "ข้าสัญญา"
ทั้งสองนั่งชมจันทร์ต่อไป จนกระทั่งแสงจันทร์เริ่มอ่อนแรงลง หว่านเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองจ้าวเฉิน ดวงตาของนางเปล่งประกายระยิบระยับ
"ข้าขอบคุณท่านสำหรับทุกสิ่ง" หว่านเอ๋อร์กระซิบเบาๆ "ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตของข้า"
"ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเจ้า" จ้าวเฉินตอบกลับ "ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตของข้ามีความหมาย"
ทั้งสองสบตากัน ความรักและความเข้าใจท่วมท้นอยู่ในดวงตาคู่นั้น ณ คืนนั้นภายใต้แสงจันทร์ ทั้งสองได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักและดูแลกันตลอดไป ความรักของทั้งสองจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: อวสาน: ความสุขที่แท้จริงคือการกินอิ่มนอนอุ่น]**