ตอนที่ 38

***บทที่ 38: แตกหักกลางหมู่บ้าน***

เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงคบเพลิงจำนวนมากที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ราวกับงูไฟ แหวกความมืดมิดของราทรีเข้ามายังลานบ้านซอมซ่อ เสียงตวาดอันทรงอำนาจดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เสียงโอดโอยของหลินต้าไห่และเสียงวิจารณ์ของชาวบ้านเงียบลงในทันที

"หยุดเดี๋ยวนี้! เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกลางดึกกลางดื่น!"

ร่างท้วมของผู้ใหญ่บ้าน 'หลี่เจิ้ง' ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโมโหที่ถูกปลุกขึ้นมาจากที่นอน เขาแหวกวงล้อมชาวบ้านเข้ามา สายตาปะทะเข้ากับสภาพอันน่าสมเพชของ 'ท่านบัณฑิต' ผู้เป็นความหวังของหมู่บ้าน ที่บัดนี้นอนดิ้นพล่านเอามือกุมตา ร้องโหยหวนเหมือนสุกรถูกน้ำร้อนลวก

"ผู้ใหญ่บ้าน! ท่านมาก็ดีแล้ว เจ้าค่ะ!" หวังชุนฮวารีบพุ่งเข้าไปหาผู้เป็นนายบ้านราวกับเจอขอนไม้ลอยน้ำ นางชี้หน้าด่ากราดมาทางหลินหว่านเอ๋อร์ทั้งน้ำตา "นังเด็กอกตัญญูคนนี้ มันวางแผนทำร้ายท่านพี่! ท่านพี่เป็นถึงบัณฑิต เป็นลุงแท้ๆ ของมัน แต่มันกลับใจดำอำมหิต ใช้น้ำพิษสาดใส่ตาเขาจนบอด!"

หลินหว่านเอ๋อร์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางแสงไฟวูบวาบ นางไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แต่กลับยืนสงบดุจขุนเขา สีหน้าซีดเซียวเล็กน้อยแต่แววตาเด็ดเดี่ยว นางยกมือปาดน้ำตาที่ (แกล้ง) ไหลซึมออกมา แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่กังวานชัด

"ท่านป้าสะใภ้พูดจาต้องมีหลักฐาน ข้าเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จะไปมีปัญญาทำร้ายท่านลุงร่างกายกำยำได้อย่างไร หากท่านลุงไม่ได้..." นางเว้นจังหวะ พลางชี้ไปที่กับดักไม้ไผ่และถังน้ำพริกที่หกเลอะเทอะ "หากท่านลุงไม่ได้บุกรุกเข้ามาในยามวิกาล ปีนข้ามรั้วเข้ามาในบ้านของข้าเพื่อจุดประสงค์ร้าย เขาจะโดนกับดักที่ข้าทำไว้ดักสัตว์ร้ายได้อย่างไรเจ้าคะ?"

"เจ้า!" หวังชุนฮวาพูดไม่ออก จุกอยู่ที่คอหอย

"ผู้ใหญ่บ้านเจ้าขา..." หว่านเอ๋อร์หันไปคุกเข่าต่อหน้าหลี่เจิ้ง "เมื่อวานท่านย่าเพิ่งมามอบเงินให้ข้าเพื่อนำไปรักษาท่านพ่อ วันนี้ท่านลุงก็แอบย่องเข้ามา ข้าได้ยินเสียงคนรื้อค้นข้าวของ จึงนึกว่าเป็นโจร... ใครจะไปรู้ว่าโจรผู้นั้นจะเป็นลุงแท้ๆ ของข้า!"

คำว่า 'โจร' ดังสะท้อนก้องในหูของทุกคน หลินต้าไห่ที่ตายังมองไม่เห็น กัดฟันกรอดด้วยความอับอายขายหน้า เขาพยายามจะลุกขึ้นแก้ตัว "ข้า... ข้าแค่เป็นห่วงน้องรอง ข้าจะมาดูอาการ..."

"ดูอาการตอนตีสองหรือเจ้าคะ?" หว่านเอ๋อร์สวนกลับทันควัน สายตาคมกริบ "แล้วต้องสวมชุดดำโพกหน้าปิดตาเช่นนี้ด้วยหรือ? ท่านลุง ช่างมีความเมตตาที่แปลกประหลาดนัก!"

ชาวบ้านเริ่มหัวเราะเยาะและส่งเสียงก่นด่า ความศรัทธาในตัวบัณฑิตหลินมลายหายไปจนสิ้น

ในจังหวะนั้นเอง ร่างชราของแม่เฒ่าจางก็แหวกฝูงชนเข้ามา นางเห็นสภาพลูกชายหัวแก้วหัวแหวนดิ้นทุรนทุราย หัวใจนางแทบสลาย นางรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ฝ่ายตนเสียเปรียบอย่างยิ่ง หากปล่อยไว้ ชื่อเสียงลูกชายป่นปี้แน่ นางจึงงัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้

"โอ๊ย! สวรรค์! ทำไมครอบครัวข้าถึงมีเวรกรรมเช่นนี้!" แม่เฒ่าจางกรีดร้องโหยหวน ก่อนจะทำท่าโซซัดโซเซ มือทาบอก "หลานทรพี! เจ้ากล้าทำร้ายลุง เจ้าจะฆ่าย่าให้ตายไปด้วยเลยไหม! โอ๊ย... ข้าจะเป็นลม..."

ร่างของแม่เฒ่าจางค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นอย่างมีจริตจะก้าน หวังให้ผู้คนสงสารและรุมประณามหลานสาวอกตัญญู

ทว่า... ความเงียบกลับปกคลุมไปทั่ว ไม่มีใครขยับเข้าไปประคองนางแม้แต่คนเดียว

หลินหว่านเอ๋อร์มองดูการแสดงละครโรงใหญ่นั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ท่านป้าสะใภ้ ท่านย่าเป็นลมไปแล้ว ท่านไม่รีบพาไปหาหมอหรือ? อ้อ... ข้าลืมไป เงินค่าหมอที่ท่านย่าให้ข้ามา ท่านลุงคงกะจะขโมยกลับไปจ่ายค่าหมอให้ตัวเองกระมัง เช่นนั้นตอนนี้บ้านเราคงไม่มีเงินเหลือให้ท่านย่าแล้ว"

คำพูดเหน็บแนมที่เจ็บแสบราวน้ำเกลือราดแผลสด ทำให้แม่เฒ่าจางที่แกล้งสลบอยู่ถึงกับกระตุกที่มุมปาก แต่นางก็ต้องกัดฟันแกล้งตายต่อไป

"พอได้แล้ว!" ผู้ใหญ่บ้านตวาดเสียงดัง "เรื่องนี้มันน่าอับอายขายหน้าหมู่บ้านเรายิ่งนัก หลินต้าไห่ เจ้าเป็นถึงบัณฑิต กลับทำตัวเยี่ยงโจรขโมย บุกรุกบ้านน้องชายพิการเพื่อขโมยเงินค่ารักษา... เจ้ายังมีความเป็นคนอยู่หรือไม่!"

"ท่านผู้ใหญ่บ้าน" หว่านเอ๋อร์ลุกขึ้นยืน ตัวตรงแน่ว "เรื่องนี้ข้ายอมไม่ได้ การบุกรุกยามวิกาลและพยายามลักทรัพย์ มีโทษหนักตามกฎหมาย ข้าจะไปแจ้งทางการที่อำเภอ ให้ท่านนายอำเภอตัดสินความ!"

คำว่า "แจ้งทางการ" เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางวง หวังชุนฮวาหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด หากเรื่องถึงทางการ ชื่อเสียงบัณฑิตของสามีจะจบสิ้น และลูกชาย 'หลินจื่อ' ที่กำลังจะสอบซิ่วไฉ ก็จะหมดอนาคตไปด้วย!

แม่เฒ่าจางที่แกล้งสลบอยู่ ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางลืมตาโพลงและลุกขึ้นนั่งทันที "ไม่ได้นะ! ห้ามแจ้งทางการเด็ดขาด! นังเด็กบ้า เจ้าจะทำลายตระกูลหลินหรืออย่างไร!"

"ตระกูลหลินหรือเจ้าคะ?" หว่านเอ๋อร์แค่นหัวเราะ "พวกท่านเคยเห็นข้าเป็นคนในตระกูลด้วยหรือ? ยามมีกินพวกท่านแย่งชิง ยามยากจนพวกท่านถีบหัวส่ง ยามเจ็บป่วยเจียนตายพวกท่านยังจะมาซ้ำเติม... นับตั้งแต่วันที่ท่านย่าขับไล่พวกเราออกมา ข้าก็นับว่าวาสนาของเราสิ้นสุดกันแล้ว!"

นางหันไปทางผู้ใหญ่บ้าน แววตาเด็ดเดี่ยวดุจเหล็กกล้า

"ท่านผู้ใหญ่บ้านเจ้าคะ หากท่านไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูทางการ และไม่อยากให้ชื่อเสียงหมู่บ้านเราด่างพร้อย ข้ามีข้อเสนอ"

"ว่ามา" ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้า เขาเองก็ไม่อยากให้เรื่องบานปลาย

"ข้าไม่ต้องการให้คนพวกนี้มายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวข้าอีก... ตลอดไป" หว่านเอ๋อร์ประกาศกร้าว เสียงดังฟังชัด "ข้าต้องการทำหนังสือ 'ตัดขาดญาติขาดมิตร' อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อหน้าชาวบ้านทุกคนที่นี่!"

"ตัดขาด!" ชาวบ้านต่างอุทานออกมา การตัดขาดญาติมิตรเป็นเรื่องใหญ่มากในสังคมนี้

"ใช่เจ้าค่ะ ตัดขาดโดยสมบูรณ์" หว่านเอ๋อร์ย้ำ "บ้านใหญ่และบ้านข้า จะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกันอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทอง บุญคุณ หรือความกตัญญู ต่อให้ตายจากกันก็ไม่ต้องมาเผาผี! หากพวกเขามายุ่งวุ่นวายกับบ้านข้าอีกแม้แต่ปลายเล็บ ข้าจะถือว่าพวกเขาเป็นโจร และจะแจ้งทางการทันทีโดยไม่มีการเจรจา!"

หลินต้าไห่ที่ตายังแสบร้อน กัดฟันด้วยความโกรธแค้น แต่เขารู้ดีว่าตนเองจนตรอก "ได้! ตัดก็ตัด! ใครจะอยากนับญาติกับพวกตัวซวยอย่างพวกแก!"

ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจยาว สั่งให้คนไปกระดาษและพู่กันมาทันที ท่ามกลางแสงไฟที่ส่องสว่าง หลินหว่านเอ๋อร์ยืนกำกับให้มีการร่างหนังสือตัดขาดอย่างละเอียด ระบุชัดเจนถึงเหตุการณ์วันนี้และการตกลงที่จะไม่ข้องแวะกันอีก

เมื่อแม่เฒ่าจาง หลินต้าไห่ และหวังชุนฮวา จำใจต้องประทับลายนิ้วมือลงไป พวกเขาก็เหมือนไก่ที่แพ้พนันชน หอบหิ้วร่างอันบอบช้ำและความอัปยศเดินฝ่าวงล้อมชาวบ้านออกไป ท่ามกลางสายตาดูถูกเหยียดหยามที่ทิ่มแทงแผ่นหลัง

หว่านเอ๋อร์รับหนังสือสัญญาฉบับนั้นมาถือไว้ในมือ กระดาษแผ่นบางๆ นี้ คือเกราะป้องกันภัยและอิสรภาพที่นางไขว่คว้ามานาน

ชาวบ้านค่อยๆ ทยอยกลับไปพร้อมกับเรื่องนินทาที่จะเล่าขานไปอีกนานแสนนาน ลานบ้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของหลินหว่านเอ๋อร์ และสายตาของเสี่ยวเป่ากับป้าเถียนที่มองนางด้วยความทึ่งระคนเคารพ

หว่านเอ๋อร์หันกลับมามองประตูบ้านที่พังเสียหายเล็กน้อย นางสูดหายใจลึก กลิ่นอายของความจนตรอกได้จางหายไปพร้อมกับครอบครัวบ้านใหญ่แล้ว

"ท่านพ่อ..." นางพึมพำเบาๆ แววตาเปลี่ยนจากความแข็งกร้าวเป็นความมุ่งมั่น "ตัวเหลือบไรถูกกำจัดไปแล้ว ต่อไปนี้... ลูกจะรักษาท่านให้หาย ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"

แสงแรกแห่งรุ่งอรุณเริ่มจับขอบฟ้า เป็นสัญญาณว่าวันใหม่... และชีวิตใหม่ของพวกเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่ก่อนอื่น นางต้องพาบิดาไปถึงมือหมอจี้ซื่อให้เร็วที่สุด!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ส่งพ่อไปรักษา]**