ตอนที่ 39

***บทที่ 39: ส่งพ่อไปรักษา***

แสงอุษาแรกเริ่มจับขอบฟ้า ทาบทาแผ่นฟ้าสีหม่นให้กลายเป็นสีทองรำไร ขับไล่ความมืดมิดและเรื่องราวอัปยศอดสูที่เพิ่งผ่านพ้นไปให้เลือนหายไปพร้อมกับเงาหมอกยามเช้า แม้ความวุ่นวายหน้าบ้านจะสงบลงแล้ว แต่ภารกิจสำคัญที่สุดของหลินหว่านเอ๋อร์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

นางหันกลับไปสั่งการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด สมกับที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาหมาดๆ "ป้าเถียน รบกวนท่านช่วยเตรียมเกวียนวัวให้ข้าที ข้าจะพาพ่อไปโรงหมอจี้ซื่อเดี๋ยวนี้ ช้ากว่านี้เกรงว่าขาของพ่อจะรักษายาก"

ป้าเถียนพยักหน้าหงึกหงัก รีบกุลีกุจอออกไปจัดการตามคำขอ ส่วนเสี่ยวเป่า หรือหลินเสี่ยวเฟิง แม้จะยังตื่นตระหนกกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่เมื่อเห็นพี่สาวสงบนิ่ง เขาก็รีบปาดน้ำตาแล้ววิ่งเข้าไปช่วยประคองบิดาที่นอนอยู่บนแคร่ไม้ไผ่

หลินต้าซานมองบุตรสาวคนโตด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดระคนตื้นตัน ร่างกายของเขาซูบผอมและอ่อนแรง ขาข้างที่หักบวมเป่งจนน่ากลัว ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ความเจ็บปวดทางใจที่เห็นลูกสาวต้องลุกขึ้นมาปกป้องครอบครัวเพียงลำพังนั้นกลับรุนแรงยิ่งกว่า

"หว่านเอ๋อร์... พ่อ..." เขาพยายามจะเอ่ยปาก

"ท่านพ่อไม่ต้องพูดอะไรตอนนี้ พักผ่อนเถิด เรื่องเงินทองท่านไม่ต้องห่วง ข้าจัดการได้" หว่านเอ๋อร์เอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น นางนำผ้าห่มหนาๆ จากในห้อง (ซึ่งนางแอบสลับเอาผ้าห่มนวมคุณภาพดีจากมิติออกมาปะปนกับผ้าห่มเก่าๆ) มาปูรองบนเกวียนวัวเพื่อลดแรงกระแทก

เมื่อเกวียนวัวของป้าเถียนมาถึง สองพี่น้องและป้าเถียนช่วยกันประคองร่างของหลินต้าซานขึ้นเกวียนอย่างทุลักทุเล เสี่ยวเฟิงนั่งประกบข้างบิดาไม่ห่าง มือเล็กๆ กุมมือหยาบกร้านของพ่อไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วพ่อจะหายไป

การเดินทางเข้าเมืองในยามเช้าตรู่นั้นอากาศยังเย็นเยียบ น้ำค้างเกาะพราวบนยอดหญ้า หว่านเอ๋อร์นั่งอยู่ด้านหน้าเกวียน สายตามุ่งตรงไปยังทิศทางของตัวเมือง ในหัวนางไม่ได้มีภาพความสวยงามของทิวทัศน์ แต่เต็มไปด้วยแผนการรักษาและการใช้จ่าย

'การรักษาขาที่หักเรื้อรังมานานไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้หมอฝีมือดีและยาขนานเอก เงินที่ได้จากการขายโสมครั้งก่อนยังพอมีเหลือ แต่การจะฟื้นฟูร่างกายท่านพ่อและสร้างรากฐานครอบครัวใหม่ เงินแค่นี้คงไม่พอไปตลอดรอดฝั่ง' นางคิดคำนวณในใจ พลางลูบถุงเงินที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อ

เมื่อมาถึง "โรงหมอจี้ซื่อ" กลิ่นสมุนไพรต้มหอมฉุนลอยมาแตะจมูก ป้ายไม้เก่าแก่สลักชื่อร้านด้วยลายมือพู่กันทรงพลังบ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมายาวนาน

เด็กรับใช้ในร้านจำหลินหว่านเอ๋อร์ได้ทันที—แม่นางน้อยผู้ขายโสมป่าพันปีผู้นั้น! เขารีบวิ่งเข้าไปด้านใน สักพักชายชราหนวดเคราสีดอกเลา ท่าทางใจดีและภูมิฐานก็เดินออกมาต้อนรับ

"ท่านหมอฝู" หว่านเอ๋อร์คารวะอย่างนอบน้อม

"แม่นางหลิน วันนี้ลมอะไรหอบเจ้ามา... โอ๊ะ นั่นบิดาของเจ้าหรือ?" หมอฝูชะงักเมื่อเห็นร่างที่นอนอยู่บนเกวียน

หว่านเอ๋อร์ไม่อ้อมค้อม "ท่านหมอ ขาของพ่อข้าหักมานานและไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ข้าต้องการให้ท่านช่วยรักษาเขาให้หายดี ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใด หรือจ่ายเท่าไหร่ ข้าไม่เกี่ยง ขอเพียงท่านพ่อกลับมาเดินได้อีกครั้ง"

หมอฝูรีบสั่งให้คนงานหามหลินต้าซานเข้าไปในห้องตรวจพิเศษ เขาตรวจดูบาดแผลอย่างละเอียด คิ้วขาวโพลนขมวดมุ่นเข้าหากัน สีหน้าเคร่งเครียด

"กระดูกหักผิดรูป และเริ่มมีการติดขัดของเส้นเอ็น..." หมอฝูเอ่ยเสียงเครียด "ต้องทำการหักกระดูกเพื่อต่อใหม่ และขูดส่วนที่เสียหายออก ขั้นตอนนี้เจ็บปวดทรมานยิ่งนัก และต้องใช้เวลาพักฟื้นนานนับเดือน"

หลินต้าซานหน้าซีดเผือดเมื่อได้ยินคำว่า 'หักกระดูกเพื่อต่อใหม่' เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก

หว่านเอ๋อร์เดินเข้าไปจับมือบิดา บีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ ก่อนจะหันไปเจรจากับหมอฝูด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "ท่านหมอฝู ลงมือเถิดเจ้าค่ะ ข้ายินดีจ่ายค่ายาแก้ปวดที่ดีที่สุด ยาสมานกระดูกที่ดีที่สุด และ..."

นางหยิบตั๋วเงินใบใหญ่ออกมาวางบนโต๊ะ "ข้าต้องการจ้างคนดูแลพิเศษให้ท่านพ่อ ตลอดเวลาที่ท่านพักรักษาตัวที่นี่ ต้องมีคนคอยเช็ดตัว ป้อนข้าว ป้อนยา และดูแลความสะอาด ข้าต้องการให้ท่านพ่อสุขสบายที่สุด ท่านช่วยจัดหาคนให้ข้าได้หรือไม่?"

หมอฝูมองตั๋วเงินแล้วลอบทึ่งในใจ เด็กสาวชาวบ้านผู้นี้ช่างใจป้ำและกตัญญูยิ่งนัก "ได้! ข้าจะให้ 'อาซาน' ผู้ช่วยมือดีที่สุดของข้าดูแลพ่อเจ้าเอง เขามีความรู้เรื่องการนวดเฟ้นเส้นเอ็นด้วย รับรองว่าพ่อเจ้าจะฟื้นตัวเร็วขึ้น"

เมื่อตกลงเรื่องการรักษาและค่าใช้จ่ายเรียบร้อย (ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ชาวบ้านทั่วไปหาทั้งชีวิตก็อาจไม่พอ) ก็ถึงเวลาที่ต้องส่งตัวเข้าห้องผ่าตัด

บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อถึงเวลาต้อง่ำลา เสี่ยวเฟิงที่อดกลั้นมานานเริ่มเบะปาก น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มป่องๆ

"ท่านพ่อ... ฮึก... ข้าไม่อยากห่างท่านพ่อ" เด็กน้อยโผเข้ากอดบิดา ร้องไห้โฮไม่อายใคร "ท่านพ่ออย่าทิ้งข้าไปนะ"

หลินต้าซานน้ำตาซึม ลูบหัวบุตรชาย "เสี่ยวเฟิง พ่อไม่ได้ไปไหน พ่อแค่มาซ่อมขา เดี๋ยวพ่อก็กลับไปวิ่งเล่นกับเจ้าได้แล้ว เป็นลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง เข้าใจไหม?"

หว่านเอ๋อร์ย่อตัวลง โอบกอดน้องชายไว้ ลูบหลังปลอบโยน "เสี่ยวเฟิง ฟังพี่นะ ท่านหมอฝูเก่งกาจมาก พ่อจะหายดีและแข็งแรงกว่าเดิม ที่บ้านเรายังรกอยู่ ไม่เหมาะให้คนป่วยพักฟื้น ให้พ่ออยู่ที่นี่น่ะดีที่สุดแล้ว พี่สัญญา... พี่จะพาเจ้ามาเยี่ยมพ่อทุกๆ สามวัน ตกลงไหม?"

"จริงนะขอรับ? พี่ใหญ่ห้ามโกหกข้านะ" เสี่ยวเฟิงเงยหน้ามองพี่สาวด้วยดวงตาแดงก่ำ

"พี่เคยโกหกเจ้าหรือ? คำไหนคำนั้น" หว่านเอ๋อร์ยิ้มอ่อนโยน เช็ดน้ำตาให้น้องชาย "ตอนนี้เราต้องให้ท่านหมอรักษาพ่อ เรากลับไปเตรียมบ้านให้สวยงามรอพ่อกลับมากันดีกว่า"

หลังจากฝากฝังบิดาไว้กับหมอฝูและอาซานผู้ดูแลพิเศษ หว่านเอ๋อร์พาเสี่ยวเฟิงเดินออกมาจากโรงหมอจี้ซื่อ แสงแดดยามสายสาดส่องลงมาเจิดจ้า

นางหันกลับไปมองป้ายร้านอีกครั้ง ความรู้สึกหนักอึ้งในใจเบาบางลงไปกว่าครึ่ง ภาระเรื่องอาการป่วยของพ่อถูกส่งต่อให้มืออาชีพแล้ว บ้านใหญ่จอมปลิงก็ถูกตัดขาดแล้ว

ทว่า... เมื่อมือนางสัมผัสกับถุงเงินที่เบาหวิวลงไปถนัดตา รอยยิ้มมุมปากของนางก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของนักวางแผน

"เอาล่ะ เสี่ยวเฟิง..." หว่านเอ๋อร์สูดลมหายใจลึก แววตาเป็นประกายวาวโรจน์ "ความจนตรอกจบลงแค่นี้ กลับบ้านไปคราวนี้ พี่จะพลิกแผ่นดินหาเงิน ให้พวกเรามีกินมีใช้ไม่ขาดมือ!"

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น นางต้องจัดการกับบ้านโทรมๆ และท้องไส้ที่ว่างเปล่าเสียก่อน ลมหายใจแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดผ่านมาแล้ว และนางจะไม่ยอมให้มันพัดผ่านไปเปล่าๆ!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ปิดฉากความยากจน]**