ตอนที่ 41

***บทที่ 41: เริ่มต้น Arc 2: ซอสปรุงรสสะเทือนเมือง***

ราตรียังคงปกคลุมผืนฟ้าดุจม่านกำมะหยี่สีดำสนิท ดวงดาราพราวระยับแข่งแสงกับจันทร์เพ็ญ หลินหว่านเอ๋อร์หมุนตัวกลับเข้าสู่เรือนพักหลังจากให้คำสัตย์สาบานกับสายลม นางปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ตรวจสอบจนแน่ใจว่าบิดาและน้องชายหลับสนิทดีแล้ว ร่างบางจึงเพ่งสมาธิ เพียงชั่วพริบตา กลิ่นอายหอมสดชื่นของดินและพืชพรรณที่เข้มข้นกว่าโลกภายนอกนับสิบเท่าก็โชยมาแตะจมูก

ร่างของหญิงสาวปรากฏขึ้นกลางมิติลับ

อากาศภายในนี้อุ่นสบาย ปราณทิพย์ไหลเวียนโอบล้อมกายช่วยขจัดความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานมาทั้งวันจนปลิดทิ้ง หว่านเอ๋อร์สูดหายใจลึก ดวงตาหงส์กวาดมองอาณาจักรส่วนตัวด้วยความพึงพอใจ

ตรงหน้าของนางคือแปลงพริกที่นางเฝ้าฟูมฟัก...

บัดนี้ พริกเม็ดเขียวที่เคยซ่อนตัวอยู่อย่าง eam อายได้แปรเปลี่ยนสภาพไปแล้ว เม็ดพริกเรียวยาวสีแดงสดดุจทับทิมเนื้อดีห้อยระย้าเต็มต้น ตัดกับใบสีเขียวเข้มราวกับอัญมณีล้ำค่าที่รอการเก็บเกี่ยว ความเผ็ดร้อนที่ซ่อนอยู่ภายในสีแดงฉานนั้น คือกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูสู่คลังสมบัติ

“งดงามจริงๆ” หว่านเอ๋อร์พึมพำ พลางเอื้อมมือไปลูบไล้ผิวตึงเงาวับของพริกเม็ดใหญ่ “เจ้าพวกนี้คือทหารเอกที่จะบุกทะลวงลิ้นของคนทั้งแคว้น แต่ลำพังแค่ทหารเลวอย่างเดียวคงยึดเมืองไม่ได้ มันต้องมีแม่ทัพที่เก่งกาจคอยหนุนเสริม”

ความคิดเรื่องการแปรรูปสินค้าแล่นเข้ามาในหัวสมองอันปราดเปรื่อง การขายผักสดหรือพริกสดนั้น แม้จะได้กำไรดีในช่วงแรก แต่มิอาจเก็บรักษาไว้ได้นาน อีกทั้งการขนส่งไปขายยังเมืองที่ห่างไกลก็เป็นเรื่องยากลำบาก หากต้องการเจาะตลาดระดับสูงอย่างภัตตาคารเหลาอาหารในเมืองหลวง หรือส่งขายข้ามแคว้น นางจำเป็นต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ซอสปรุงรส’

ในยุคสมัยนี้ เครื่องปรุงรสมีเพียงเกลือ ซีอิ๊วหมักแบบพื้นบ้าน รสชาติเค็มโดด หรือน้ำตาลทรายแดงที่หาได้ยากยิ่ง ขาดความกลมกล่อมที่คนยุคปัจจุบันเรียกว่า ‘รสอูมามิ’ หรือรสอร่อยที่ลึกล้ำ

“ซอสหอยนางรม...” หว่านเอ๋อร์ดีดนิ้วเปาะ “นี่แหละคือสิ่งที่ขาดหายไปในรสชาติอาหารของยุคนี้!”

ทว่าปัญหาใหญ่คือ ทะเลอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านสกุลหลินหลายพันลี้ การจะหาหอยนางรมสดมาเคี่ยวทำซอสนั้นเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับหลินหว่านเอ๋อร์ผู้มีสมองเลิศล้ำและมิติมหัศจรรย์

“ไม่มีหอยนางรม ก็ใช้สิ่งนี้แทนสิ”

นางเดินดุ่มไปยังโซนเพาะปลูกในร่มเงาไม้ใหญ่ ที่นั่นมีท่อนไม้เก่าเรียงราย บนท่อนไม้เหล่านั้นเต็มไปด้วยดอกเห็ดสีน้ำตาลเข้มดอกใหญ่หนา... เห็ดหอมที่เติบโตด้วยน้ำจากบ่อปราณทิพย์!

กลิ่นหอมของเห็ดในมิตินี้รุนแรงและหอมหวนยิ่งกว่าเห็ดหอมชั้นเลิศในยุคปัจจุบันเสียอีก สรรพคุณของมันช่วยชูรสชาติอาหารได้ดียิ่งกว่าผงชูรส หว่านเอ๋อร์จัดการเก็บเห็ดหอมเหล่านั้นมาเต็มตะกร้า ก่อนจะตรงไปยังลานครัวเล็กๆ ที่นางจัดเตรียมไว้ในมิติ

กระทะทองเหลืองใบใหญ่ถูกตั้งไฟ นางเริ่มลงมือปฏิบัติการตามแผน ‘ซอสปรุงรสสะเทือนเมือง’ ทันที

ขั้นตอนแรกคือการนำเห็ดหอมล้างทำความสะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปเคี่ยวกับน้ำจากบ่อวิเศษ นางใช้ไฟอ่อนรุมๆ เพื่อดึงเอาสารความหวานและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเห็ดออกมาให้ได้มากที่สุด กลิ่นหอมของเห็ดเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วอาณาบริเวณ กลิ่นนั้นหอมลึกซึ้ง นุ่มนวล ชวนให้น้ำลายสอ

เมื่อน้ำเห็ดงวดลงจนเข้มข้น สีของมันเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้เงางาม หว่านเอ๋อร์จึงเริ่มปรุงรสด้วยสูตรลับที่นางจดจำได้แม่นยำ น้ำตาลกรวดเล็กน้อยเพื่อตัดรสเค็ม เกลือสินเธาว์ชั้นดี และแป้งมันจากหัวมันสำปะหลังที่นางทดลองปลูกไว้มุมหนึ่งของมิติ เพื่อเพิ่มความหนืดข้นให้เหมือนซอสหอยนางรมต้นตำรับ

นางใช้ทัพพีไม้คนส่วนผสมในกระทะอย่างใจเย็น ทุกจังหวะการคนคือการใส่ความใส่ใจลงไป เนื้อซอสเริ่มข้นเหนียว สีน้ำตาลเข้มเป็นมันวาวสะท้อนแสงไฟ ราวกับน้ำหมึกหอมกรุ่นที่พร้อมจะแต่งแต้มรสชาติลงบนจานอาหาร

“นี่ไม่ใช่ซอสหอยนางรมธรรมดา แต่มันคือ ‘ซอสเห็ดสวรรค์’ ต่างหาก”

หว่านเอ๋อร์ใช้ช้อนตักซอสข้นๆ ขึ้นมาเป่าไล่ความร้อนเล็กน้อย ก่อนจะส่งเข้าปาก

ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้น...

รสสัมผัสแรกคือความนุ่มนวลลิ้น ตามมาด้วยรสเค็มหวานที่ลงตัวอย่างน่าประหลาด และสุดท้ายคือความหอมของเห็ดที่ระเบิดอบอวลอยู่ในปาก ทิ้งรสสัมผัสที่เรียกว่า ‘ความนัว’ เอาไว้อย่างยาวนาน รสชาตินี้เหนือชั้นกว่าซอสหอยนางรมที่ทำจากหอยจริงๆ เสียอีก เพราะมันไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย มีแต่ความหอมบริสุทธิ์ของธรรมชาติ

“สำเร็จ!” นางร้องออกมาด้วยความยินดี “รสชาติเช่นนี้ ต่อให้เป็นฮ่องเต้เสวยก็ต้องตรัสชม!”

แต่นางยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ไฟแห่งการสร้างสรรค์กำลังลุกโชน หว่านเอ๋อร์แบ่งน้ำสต็อกเห็ดที่เคี่ยวไว้ส่วนหนึ่ง แยกออกมาทำ ‘ซีอิ๊วเห็ดหอม’ อีกชนิดหนึ่ง สำหรับซีอิ๊วนี้ นางเน้นความใสและกลิ่นหอมที่โปร่งกว่า เหมาะสำหรับการนำไปนึ่งปลาหรือผัดผักที่ต้องการรักษาสีสันเดิมของวัตถุดิบ

นางง่วนอยู่กับการทดลองปรับสัดส่วน จดบันทึกสูตรลงในสมุดข่อยที่เตรียมไว้อย่างละเอียด นางรู้ดีว่าสินค้าพรีเมียมเช่นนี้ต้องมีมาตรฐานรสชาติที่คงที่ หากนางจะขายสูตรหรือขายผลิตภัณฑ์ให้ภัตตาคารจินยวี่ มันจะต้องเป็นรสชาติที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

เวลาในมิติผ่านไปเนิ่นนาน แต่สำหรับโลกภายนอกคงผ่านไปเพียงชั่วครู่

เมื่อไหใบเล็กถูกบรรจุซอสเห็ดและซีอิ๊วเห็ดหอมจนเต็ม หว่านเอ๋อร์มองดูผลงานของตนด้วยสายตามุ่งมั่น ซอสสองไหตรงหน้านี้ ไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันคือ ‘ทองคำเหลว’ ที่จะทำให้นางมีอำนาจต่อรองกับเหล่าเถ่าแก่หน้าเลือดทั้งหลาย

“รอข้าก่อนเถิดภัตตาคารจินยวี่... คราวนี้ข้าจะมิได้ไปขายแค่ผัก แต่ข้าจะไปปฏิวัติรสชาติอาหารของพวกท่าน”

หญิงสาวเก็บข้าวของทำความสะอาดครัว ก่อนจะเดินกลับมายังแปลงพริกอีกครั้ง มองดูผลผลิตสีแดงสดที่พร้อมเก็บเกี่ยวในมิติ พลางคำนวณในใจว่า หากในมิติสุกงอมขนาดนี้ แปลงพริกที่โลกภายนอกซึ่งนางแอบรดด้วยน้ำผสมปราณทิพย์เจือจาง ก็คงจะเริ่มสุกแล้วเช่นกัน

ร่างบางวูบไหวออกจากมิติ กลับมาปรากฏกายในห้องนอนเดิม แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า เสียงไก่ขันแว่วมาแต่ไกลบอกเวลาเช้าตรู่

หว่านเอ๋อร์มิอาจข่มตานอนต่อได้ นางเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดทะมัดทะแมงแล้วเปิดประตูเรือนเดินออกไปสูดอากาศยามเช้า

ทว่า ภาพที่ปรากฏแก่สายตาเบื้องหน้า ทำให้นางต้องยืนตะลึงงัน!

แปลงเกษตรที่นางและน้องชายช่วยกันดูแล ซึ่งเมื่อวานยังเห็นเป็นเม็ดพริกสีเขียวแซมแดงประปราย บัดนี้... ราวกับถูกใครเอาสีแดงสาดเทลงไปจนทั่วทั้งทุ่ง!

พริกในโลกภายนอกสุกพร้อมกันอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ เม็ดพริกสีแดงสดนับหมื่นนับแสนเม็ดสะท้อนแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณจนแสบตา กิ่งก้านของต้นพริกแทบจะโน้มลงดินเพราะแบกรับน้ำหนักของผลผลิตอันมหาศาล

ไม่ใช่แค่พริก แม้แต่ผักกาดหัว ผักคะน้า และแตงกวา ก็เติบโตจนมีขนาดใหญ่กว่าปกติเกือบเท่าตัว พร้อมใจกันเบ่งบานรอการเก็บเกี่ยวจนแน่นขนัดไปหมด

ความปลาบปลื้มใจพุ่งขึ้นมาจุกอก แต่วินาทีถัดมา ความตื่นตระหนกก็เข้ามาแทนที่

“สวรรค์...” หว่านเอ๋อร์อุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างมองดูทะเลพริกแดงเดือดตรงหน้า

นางลืมคิดไปเรื่องหนึ่ง... นางมีกันแค่สองพี่น้อง กับท่านพ่อที่ยังนั่งรถเข็น

ผลผลิตมากมายมหาศาลขนาดนี้ หากปล่อยทิ้งไว้ไม่กี่วันมันก็จะเน่าเสียหรือแห้งคาต้นจนราคาตก แต่ลำพังแรงของนางกับเสี่ยวเฟิง ต่อให้เก็บทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หลับไม่นอน ก็ไม่มีทางเก็บได้หมดทันเวลา!

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องน่ายินดี แต่มันคือวิกฤตการณ์ที่มาพร้อมกับความมั่งคั่ง!

หว่านเอ๋อร์ขบกรามแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว นางต้องการคน... ต้องการคนจำนวนมาก เดี๋ยวนี้!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ปัญหาแรงงาน]**