ตอนที่ 44
***บทที่ 44: เจรจาการค้าขายพริกแห้ง***
คำประกาศกร้าวของหลินหว่านเอ๋อร์ประหนึ่งสายฟ้าฟาดลงกลางวงสนทนา บรรยากาศภายในห้องรับรองพิเศษของโรงเตี๊ยมตระกูลซูตึงเครียดขึ้นจนแทบขาดผึง เถ้าแก่เนี่ยเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เกรงว่านายท่านซูผู้กุมอำนาจการค้าทางทิศใต้จะบันดาลโทสะ
ทว่า ผิดคาด...
นายท่านซูมิได้ตบโต๊ะเกรี้ยวกราด หรือสั่งบ่าวไพร่เข้ามาลากตัวเด็กสาวปากดีผู้นี้ออกไป เขากลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น "ฮ่าๆๆๆ! ดี! ดีมาก! นานเท่าไหร่แล้วที่ข้าไม่ได้พบเจอคู่ค้าที่กล้าต่อปากต่อคำเช่นนี้"
ดวงตาคมกริบของพยัคฆ์การค้าจ้องมองดรุณีน้อยตรงหน้าด้วยความชื่นชมระคนประเมินค่า "นังหนู เจ้าพูดถูก เงินซื้อได้เพียงสินค้า แต่ซื้อปัญญาและรากฐานมิได้... เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าหวงแหนเมล็ดพันธุ์เยี่ยงชีวิต ข้าก็จะไม่ฝืนใจ แต่เจ้าบอกว่าจะขายพริกให้ข้าจนกินไม่หมด นั่นหมายความว่าอย่างไร?"
หลินหว่านเอ๋อร์ลอบถอนหายใจโล่งอกภายในมิติ ทว่าภายนอกนางเพียงขยับยิ้มบางเบา นั่งลงอย่างสง่าผ่าเผย ก่อนจะโบกมือคราหนึ่ง หยิบห่อผ้าแพรอีกห่อที่เตรียมไว้ออกมาวาง
"นายท่านซู แม้ข้าจะขาย 'ต้นน้ำ' ให้ท่านมิได้ แต่ข้าสามารถมอบ 'กระแสน้ำ' ที่เชี่ยวกรากที่สุดให้ท่านแต่เพียงผู้เดียวได้" นางค่อยๆ คลี่ห่อผ้าออก เผยให้เห็นพริกสีแดงเข้มที่แห้งสนิท ผิวสัมผัสมันวาว ส่งกลิ่นหอมฉุนเผ็ดร้อนรุนแรงกว่าพริกสดหลายเท่าตัว
"นี่คือ 'พริกแห้ง' เจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์เอ่ยแนะนำ "พริกสดนั้นเก็บรักษาได้ยาก เน่าเสียง่ายหากขนส่งระยะไกล แต่พริกแห้งนี้... หากท่านรู้วิธีเก็บรักษา มันจะอยู่ได้นานข้ามปีโดยที่รสชาติไม่เปลี่ยน"
นายท่านซูหยิบพริกแห้งเม็ดหนึ่งขึ้นมาพิจารณา คิ้วหนาขมวดมุ่น "แห้งกรอบเช่นนี้ จะนำไปปรุงรสได้ดีเท่าของสดรึ?"
"ดียิ่งกว่าเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์ตอบเสียงใส "พริกแห้งให้ความเผ็ดร้อนที่ลึกซึ้งและกลิ่นหอมที่เข้มข้นกว่า หากท่านนำไปคั่วในกระทะไฟแรง ก่อนจะนำไปปรุงอาหาร กลิ่นหอมของมันจะตลบอบอวลไปสามบ้านแปดบ้าน... ข้ามีข้อเสนอ นายท่านซูรับพริกแห้งล็อตนี้ของข้าไปทั้งหมดห้าพันชั่ง ในราคาสูงกว่าท้องตลาดสามส่วน แลกกับที่ข้าจะแถม 'เคล็ดลับ' การเก็บรักษา และ 'ตำราอาหาร' สามเมนูที่ใช้พริกแห้งเป็นส่วนประกอบหลักให้ท่านฟรีๆ"
"ตำราอาหาร?" นายท่านซูหูผึ่งขึ้นมาทันที สำหรับพ่อค้าแล้ว สินค้าแปลกใหม่ย่อมดี แต่สินค้าที่มาพร้อมวิธีขายย่อมประเสริฐยิ่งกว่า
"ถูกต้องเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์พยักหน้า นิ้วเรียวงามชี้แจง "ท่านลองจินตนาการดู หากท่านนำพริกนี้ไปขายเฉยๆ ชาวบ้านอาจไม่รู้วิธีใช้ แต่หากท่านแจกสูตร 'ไก่ผัดพริกแห้ง' หรือ 'น้ำมันพริกหอมหมื่นลี้' ไปพร้อมกับสินค้า หรือให้เหลาอาหารในเครือตระกูลซูทำเมนูนี้ขึ้นมาเป็นจุดขาย... ผู้คนย่อมแห่แหนมาลิ้มลอง เมื่อติดใจในรสชาติ พวกเขาก็ต้องวิ่งหาซื้อพริกแห้งจากท่านแต่เพียงผู้เดียว"
นางเว้นจังหวะ เลื่อนถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อดับกระหาย ก่อนจะทิ้งไพ่ตายใบสุดท้าย "การผูกขาดมิใช่การครอบครองเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกเอง แต่คือการทำให้ลูกค้า 'ขาดรสชาติของท่านไม่ได้' ต่างหากเจ้าค่ะ... ด้วยวิธีนี้ ท่านไม่ต้องเหนื่อยลงแรงปลูกเอง ไม่ต้องเสี่ยงกับดินฟ้าอากาศ เพียงแค่รอรับสินค้าคุณภาพเยี่ยมจากข้า และนำไปกอบโกยกำไร"
นายท่านซูเงียบไปครู่ใหญ่ สมองคำนวณผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว เด็กสาวผู้นี้ร้ายกาจนัก นางไม่เพียงแต่ขายสินค้า แต่ยังขาย 'กระแสความนิยม' นางเปลี่ยนจากการถูกกดราคามาเป็นผู้กำหนดเกมได้อย่างแนบเนียน
"ตกลง!" นายท่านซูตบโต๊ะฉาดใหญ่ "ห้าพันชั่ง เหมาหมด! เรื่องราคาข้าให้เจ้าตามที่ขอ แลกกับสูตรอาหารและวิธีเก็บรักษาที่เจ้าว่ามา... แต่ข้าขอสัญญาใจข้อหนึ่ง ภายในสามเดือนนี้ ห้ามเจ้าส่งพริกแห้งให้พ่อค้ารายอื่นในเมืองนี้เด็ดขาด"
"ดีล... เอ้ย ตกลงเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์ยิ้มกว้างจนตาหยี เกือบหลุดคำศัพท์จากโลกเก่าออกมา "ส่วนเรื่องการเก็บรักษา ง่ายนิดเดียวเจ้าค่ะ เพียงเก็บในที่แห้งและเย็น ใส่ในไหดินเผาปิดฝาให้มิดชิด หรือแขวนไว้ในที่อากาศถ่ายเท ห้ามโดนความชื้นเด็ดขาด หากทำตามนี้ พริกจะคงสภาพสวยงามและรสชาติจัดจ้านไปได้นานแรมปี"
จากนั้นนางจึงจรดพู่กันเขียนสูตรอาหารง่ายๆ แต่อร่อยล้ำลงบนกระดาษ มอบให้นายท่านซูไปพร้อมกับรอยยิ้มการค้า
เมื่อเจรจาเสร็จสิ้น ตั๋วเงินปึกหนาถูกส่งมอบถึงมือหลินหว่านเอ๋อร์ นางกวาดสายตามองตัวเลขบนตั๋วเงินด้วยหัวใจที่เต้นรัว ยอดเงินนี้มากมายมหาศาล ยิ่งกว่าที่นางคาดการณ์ไว้เสียอีก
'กำไร... กำไรเน้นๆ!' หว่านเอ๋อร์กรีดร้องในใจ เงินก้อนนี้ไม่เพียงพอแค่ค่ารักษาท่านพ่อ แต่มากพอที่จะเป็น 'ทุนรอน' ก้อนโตสำหรับการสร้างโรงเรือนหมักซอสซีอิ๊วและซอสหอยนางรมที่นางวาดฝันไว้ โอ่งมังกรใบใหญ่ แรงงานคน และวัตถุดิบ... ทุกอย่างกำลังจะเป็นจริงได้ด้วยเงินก้อนนี้
"แม่นางหลิน ช่างเป็นคู่ค้าที่น่าสนใจนัก วันหน้าหากมีของดีอันใด อย่าลืมตระกูลซูเป็นที่แรก" นายท่านซูเอ่ยลาด้วยความพึงพอใจ
"แน่นอนเจ้าค่ะ นายท่านซู" หว่านเอ๋อร์ย่อกายคารวะอย่างงดงาม ก่อนจะเดินออกจากห้องรับรองพร้อมถุงเงินที่หนักอึ้งในอกเสื้อ
นางเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมด้วยฝีเท้าที่เบาสบายดุจติดปีก แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบใบหน้า เผยให้เห็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะ วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีเหลือเกิน การค้าขายราบรื่น เงินทองไหลมาเทมา อนาคตของครอบครัวสกุลหลินกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
เป้าหมายต่อไปคือโรงหมอ นางต้องรีบนำข่าวดีและเงินนี้ไปแจ้งท่านพ่อและท่านแม่ การผ่าตัดคงเสร็จสิ้นแล้ว และท่านพ่อต้องดีขึ้นแน่ๆ ด้วยน้ำทิพย์ในมิติที่นางแอบผสมให้ดื่มตลอดมา
ทว่า...
ในขณะที่หว่านเอ๋อร์กำลังจะก้าวเท้าขึ้นเกวียนรับจ้างเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงหมอสกุลฝู ทันใดนั้น ร่างของบ่าวรับใช้คนหนึ่งของโรงหมอก็วิ่งกระหืดกระหอบตรงดิ่งเข้ามาหานางด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เหงื่อท่วมกายราวกับวิ่งมาไกลแสนไกล
"แม่นางหลิน! แม่นางหลินขอรับ!" บ่าวผู้นั้นตะโกนเรียกเสียงหลง จนผู้คนที่เดินผ่านไปมาหันมามองเป็นตาเดียว
หว่านเอ๋อร์ชะงักฝีเท้า หัวใจที่พองโตเมื่อครู่กระตุกวูบ ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วร่าง นางรีบปรี่เข้าไปหาบ่าวผู้นั้น
"เกิดอะไรขึ้น? ท่านพ่อข้าเป็นอย่างไรบ้าง?" นางถามเสียงรัวเร็ว มือเย็นเฉียบขึ้นมาฉับพลัน
บ่าวรับใช้หอบหายใจตัวโยน พยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก "แย่... แย่แล้วขอรับ... ที่ห้องพักฟื้นของบิดาท่าน... ท่านหมอฝูให้ข้า... รีบมาตามท่านโดยด่วน!"
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เยี่ยมพ่อและข่าวดี]**