ตอนที่ 48

***บทที่ 48: จับหนอนบ่อนไส้***

เคร้ง!

เสียงโลหะกระทบเสาไม้ดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟแลบแปลบปลาบขึ้นท่ามกลางความมืด หลินหว่านเอ๋อร์เบี่ยงกายหลบวูบด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบคมที่นางฝึกฝนมาจากการทำงานในมิติ ลูกดอกอาบยาพิษสีดำมะเมื่อมปักตรึงเข้าที่เสาไม้ด้านหลังนาง ลึกลงไปในเนื้อไม้ถึงสามส่วน หากนางช้าไปเพียงชั่วกะพริบตา สิ่งที่ทะลุคงไม่ใช่เนื้อไม้ แต่เป็นลำคอระหงของนางเอง!

อาซานที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นเบิกตาโพลง ความหวาดกลัวต่อความตายทำให้เขาฉี่ราดรดกางเกงจนเปียกชุ่ม กลิ่นคาวปัสสาวะคละคลุ้งไปทั่วห้อง

"ดูท่าเจ้านายของเจ้าจะใจร้อนกว่าที่คิดนะ อยากจะปิดปากเจ้าจนตัวสั่น" หว่านเอ๋อร์ปรายตามองลูกดอกนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาแสยะยิ้มเย็นยะเยือกให้อาซาน "เห็นหรือยังว่าจุดจบของสุนัขรับใช้ที่ไม่ซื่อสัตย์เป็นอย่างไร?"

นางไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งสติ มือเรียวบางแต่แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กกระชากคอเสื้อของอาซาน ลากถูลู่ถูกังร่างผอมแห้งนั้นออกจากเรือนพักคนงาน ประตูเรือนถูกถีบเปิดออกเสียงดังโครมใหญ่

ด้านนอก แสงคบเพลิงสว่างไสวราวกับกลางวัน คนงานชายหญิงนับสิบชีวิต รวมถึงหัวหน้าช่างและชาวบ้านที่หว่านเอ๋อร์นัดแนะไว้ ยืนล้อมกรอบเป็นวงกลม ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและโกรธแค้นเมื่อเห็นสภาพของอาซานและกล่องไม้ที่ตกอยู่ข้างกาย

"ทุกท่านจงดู!" หว่านเอ๋อร์ผลักร่างของอาซานลงไปกองแทบเท้าของหัวหน้าคนงาน น้ำเสียงของนางกังวานก้อง เต็มเปี่ยมด้วยอำนาจ "ข้าหลินหว่านเอ๋อร์ปฏิบัติต่อคนงานทุกคนประดุจญาติมิตร ให้ข้าวปลาอาหารอิ่มหนำ จ่ายค่าแรงไม่เคยขาด แต่นี่คือสิ่งที่ข้าได้รับตอบแทน!"

นางชี้หน้าอาซานที่นอนตัวสั่นงันงก "คนผู้นี้คือหนอนบ่อนไส้! มันลักลอบเข้ามาขโมยสูตรลับของตระกูลหลินกลางดึก คิดจะนำหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเราไปขายแลกเศษเงินเพื่อเสวยสุขคนเดียว!"

เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ บรรดาคนงานต่างพากันสาปแช่ง บ้างก็ถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความรังเกียจ

"ไอ้คนเนรคุณ! ข้าจำได้ว่าตอนแม่มันป่วย คุณหนูหลินยังให้ยาไปรักษาฟรีๆ ด้วยซ้ำ!"

"เลี้ยงไม่เชื่อง! กินบนเรือนขี้รดบนหลังคาชัดๆ"

"ตีมัน! ตีมันให้ตาย!"

ชาวบ้านบางคนเริ่มขยับตัวจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ แต่หว่านเอ๋อร์ยกมือห้ามไว้ แววตาของนางสงบนิ่งแต่เชือดเฉือน

"ข้าจะไม่ให้มือของพวกท่านต้องแปดเปื้อนเลือดสกปรกของคนพรรค์นี้" นางกล่าวเสียงเรียบ พลางจ้องมองอาซานที่ก้มหน้างุด "ไสหัวออกไปจากที่ดินของข้า! และจงจำไว้ว่านับแต่นี้ไป หากใครในหมู่บ้านหรือร้านรวงใดรับเจ้าเข้าทำงาน ข้าหลินหว่านเอ๋อร์จะถือว่าคนผู้นั้นเป็นศัตรูกับสกุลหลิน!"

คำประกาศิตนั้นรุนแรงดุจสายฟ้าฟาด เท่ากับเป็นการตัดทางทำมาหากินของอาซานในย่านนี้จนหมดสิ้น การถูกตราหน้าว่าเป็น 'คนเนรคุณ' ในสังคมชนบทนั้นร้ายแรงยิ่งกว่าโทษทัณฑ์ใดๆ

อาซานรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น ท่ามกลางสายตาดูถูกเหยียดหยาม เขาพยายามทำตัวให้น่าสงสารที่สุด แต่ภายในใจกลับลอบกระหยิ่มยิ้มย่อง มือข้างหนึ่งกุมอกเสื้อไว้แน่น... กระดาษสูตรลับที่เขาแอบยัดใส่ไว้ก่อนจะถูกจับได้ยังอยู่ครบ!

'นังเด็กโง่... เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดนักหรือ เจ้าไล่ข้าออก ข้าก็จะเอาสูตรนี้ไปขายให้เหลาฟู่อัน รวยแล้วใครจะสนว่าข้าเคยอยู่ที่ไหน!'

อาซานแสร้งทำเป็นร้องไห้โฮ วิ่งหนีหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงเสียงด่าทอไล่หลังของชาวบ้าน

หว่านเอ๋อร์มองตามแผ่นหลังที่วิ่งเตลิดไปนั้น มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แววตาเป็นประกายวาววับราวกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์

"คุณหนู... ปล่อยมันไปแบบนี้จะดีหรือขอรับ?" หัวหน้าช่างเอ่ยถามด้วยความกังวล

"ปล่อยไปเถอะ" หว่านเอ๋อร์ปัดฝุ่นที่มือเบาๆ "บางครั้ง... การปล่อยให้ศัตรูได้สิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุด นั่นแหละคือการลงโทษที่สาสมที่สุด"

...

ณ ตรอกด้านหลังเหลาฟู่อัน ร้านอาหารคู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดในตำบล

อาซานในสภาพมอมแมมเคาะประตูไม้เก่าคร่ำครึเป็นจังหวะลับ ไม่นานนักประตูก็แง้มออก ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมชุดแพรเนื้อดีแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายโผล่หน้าออกมา เขาคือ 'หลงจู๊' ผู้ดูแลร้านฟู่อัน

"ได้ของมาไหม?" หลงจู๊ถามเสียงกระซิบ

อาซานแสยะยิ้ม พลางล้วงกระดาษยับยู่ยี่ออกมาจากอกเสื้อ "เกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ข้าได้มาแล้ว... สูตรหัวเชื้อน้ำปรุงรสที่ทำให้ผักของนังหนูแซ่หลินอร่อยเหาะ!"

หลงจู๊ตาเป็นประกาย รีบฉวยกระดาษแผ่นนั้นไปกางดูใต้แสงตะเกียง ดวงตาของเขากวาดมองตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ระบุส่วนผสมและขั้นตอนไว้อย่างละเอียด

"รากบัวตากแห้ง ผสมกับเปลือกส้มโอเผา และสมุนไพรหญ้าหนวดแมว...?" หลงจู๊ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ส่วนผสมพิสดารนัก มิน่าล่ะรสชาติถึงได้แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร"

"ข้าเห็นกับตาว่ามันแอบผสมสิ่งนี้ลงในถังหมักตอนดึก รับรองว่าเป็นของจริงแน่นอนขอรับ!" อาซานยืนยันเสียงแข็ง พลางแบมือขยับนิ้วเป็นสัญญาณขอค่าตอบแทน

หลงจู๊โยนถุงเงินหนักอึ้งให้ถุงหนึ่ง อาซานรับไว้ด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น เขาไม่รู้เลยว่าถุงเงินนี้จะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่เขาจะได้จับ

ทันทีที่อาซานจากไป หลงจู๊ก็รีบวิ่งนำสูตรลับไปที่ห้องครัว สั่งการให้พ่อครัวใหญ่เร่งมือปรุง 'ซอสวิเศษ' นี้ขึ้นมาทันที เพื่อหวังจะนำออกมาตัดหน้าและทำลายชื่อเสียงร้านจินยวี่และกิจการของหลินหว่านเอ๋อร์ให้ย่อยยับ

ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม กลิ่นฉุนกึกก้องลอยคลุ้งออกมาจากครัวของเหลาฟู่อัน

"นี่มัน... กลิ่นอะไรกัน?" พ่อครัวใหญ่ไอโขลกเขลก ใบหน้าแดงก่ำ น้ำในหม้อเดือดปุดๆ เป็นสีน้ำตาลคล้ำขุ่นมัว ส่งกลิ่นประหลาดที่ผสมปนเประหว่างกลิ่นไหม้และกลิ่นหญ้าหมัก

"ไหนลองชิมซิ!" หลงจู๊ผู้มีความโลภบังตาไม่สนกลิ่นประหลาด เขาใช้ช้อนตักน้ำซอสขึ้นมาเป่าแล้วซดเข้าปาก

ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกโพลง ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเก รสชาติที่สัมผัสลิ้นนั้นทั้งขมฝาด เฝื่อนคอ และมีความเปรี้ยวแปร่งๆ ที่ชวนให้อาเจียน ราวกับกำลังดื่มน้ำล้างเท้าที่หมักมาสิบปี!

"แค๊กๆๆ! นี่มันน้ำล้างตีนรึไง!" หลงจู๊ถ่มน้ำซอสทิ้งลงพื้นด้วยความโมโห "ไอ้อาซาน! มันหลอกข้า!"

"แต่... เดี๋ยวก่อนขอรับหลงจู๊" พ่อครัวคนหนึ่งเอ่ยท้วงขึ้น "สูตรของตระกูลหลินอาจจะเป็นยาอายุวัฒนะ รสชาติแรกสัมผัสอาจจะขม แต่สรรพคุณอาจจะเลิศเลอ บางทีถ้าเราเอาไปปรุงกับเนื้อสัตว์ รสชาตินี้อาจจะกลายเป็นความกลมกล่อมที่หาที่เปรียบไม่ได้ก็ได้นะขอรับ ดูอย่างยาดีสิ ยังขมปากเลย"

หลงจู๊หยุดคิด ความปรารถนาที่จะเอาชนะและความเสียดายเงินที่จ่ายไปทำใหเขาลองตรึกตรองดูอีกที "เจ้าหมายความว่า... นี่คือรสชาติแห่งความเหนือชั้นที่ลิ้นคนธรรมดาเข้าไม่ถึงงั้นรึ?"

"อาจจะเป็นได้ขอรับ ข้าเคยได้ยินว่าอาหารชาววังสูตรโบราณมักมีรสสัมผัสที่ซับซ้อน..."

"ดี!" หลงจู๊ตบโต๊ะเสียงดัง ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด "ปรุงต่อไป! ใส่เครื่องเทศเพิ่มเข้าไปกลบกลิ่นหน่อย พรุ่งนี้เราจะเปิดตัวเมนูใหม่ 'เป็ดอบซอสจักรพรรดิ' ตัดหน้าพวกมัน!"

หารู้ไม่ว่า ในขณะที่คนของร้านฟู่อันกำลังง่วนอยู่กับการปรุงยาพิษรสเฝื่อน หว่านเอ๋อร์กำลังนั่งจิบชาเก๊กฮวยอย่างสบายอารมณ์อยู่ภายในมิติส่วนตัว

บนโต๊ะเบื้องหน้านาง มีไหดินเผาขนาดเล็กวางเรียงราย กลิ่นหอมกรุ่นของซอสถั่วเหลืองหมักสูตรพิเศษที่แท้จริงลอยอบอวลไปทั่ว รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมที่เกิดจากการหมักบ่มด้วยน้ำทิพย์ในมิติและวัตถุดิบชั้นเลิศ ผสานกับสูตรลับจากยุคปัจจุบันที่นางปรับปรุงขึ้นใหม่

"คิดจะขโมยของของข้า..." หว่านเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก พลางหยิบขวดแก้วใบเล็กที่มีฉลากเขียนว่า 'ซอสปรุงรสตราแม่ครัวน้อย' ขึ้นมาพิจารณา "ก็ต้องเตรียมใจรับผลกรรมที่จะตามมาให้ดี... สูตรที่พวกเจ้าได้ไปนั้น ข้าอุตส่าห์เสียเวลาเขียนขึ้นมาเพื่อพวกเจ้าโดยเฉพาะเชียวนะ สมุนไพรพวกนั้นกินแล้วไม่ตายหรอก แต่จะทำให้... ถ่ายท้องจนหมดแรงเดินต่างหาก"

นางวางขวดซอสลง ดวงตาฉายแววมุ่งมั่น พรุ่งนี้จะเป็นวันที่นางจะเปิดตัวสินค้าอย่างเป็นทางการ สงครามการค้าระหว่างนางกับเหลาฟู่อันกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และนาง... จะเป็นผู้กำหนดผลแพ้ชนะด้วยมือของนางเอง!

แต่ทว่า... ในขณะที่แสงจันทร์สาดส่องลงมาที่ลานบ้าน ร่างเงาสีดำสายหนึ่งวูบไหวอยู่บนยอดไม้ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองลงมายังเรือนของหลินหว่านเอ๋อร์อย่างเงียบเชียบ มือกระชับด้ามกระบี่แน่น ราวกับกำลังรอคอยคำสั่งสังหารที่อาจจะมาถึงในไม่ช้า...

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เปิดตัวซอสปรุงรส]**