ตอนที่ 49

***บทที่ 49: เปิดตัวซอสปรุงรส***

รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงสีทองที่จับขอบฟ้า ขับไล่ความมืดมิดและเงาปริศนาบนยอดไม้ให้เลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบยามเช้าตรู่ของหมู่บ้านเชิงเขา หลินหว่านเอ๋อร์ก้าวเท้าออกจากเรือนด้วยสีหน้าแจ่มใส อาภรณ์เนื้อดีสีกลีบบัวขับเน้นผิวพรรณที่ขาวผ่องจากการบำรุงด้วยน้ำทิพย์ นางสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึก ก่อนจะหันไปสั่งการบ่าวไพร่ให้ขนย้ายไหดินเผาที่ปิดผนึกอย่างดีขึ้นรถม้า

วันนี้มิใช่วันธรรมดา แต่เป็นวันที่ ‘ซอสปรุงรสตราแม่ครัวน้อย’ จะได้สำแดงเดช

ณ ตลาดตำบลชิงซี บรรยากาศคึกคักจอแจเฉกเช่นทุกวัน แต่ทว่าบริเวณหน้าร้านอาหารฟู่อันกลับเนืองแน่นเป็นพิเศษ ผู้คนต่างมารอลิ้มลองเมนูใหม่ที่ทางร้านป่าวประกาศโฆษณามาหลายวัน

"เชิญขอรับ! เชิญทุกท่าน!" หลงจู๊ร้านฟู่อันยืนตะโกนหน้าร้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมด้วยความตื่นเต้นระคนกังวล "วันนี้เหลาฟู่อันภูมิใจเสนอ 'เป็ดอบซอสจักรพรรดิ' สูตรลับตำรับวังหลวง! รสชาติล้ำลึกที่หาทานที่ใดมิได้อีกแล้ว!"

กลิ่นฉุนกึกของเครื่องเทศสมุนไพรลอยโชยออกมาจากภายในร้าน กลิ่นนั้นเข้มข้นจนแสบจมูก ทว่าชาวบ้านผู้หิวโหยต่างเข้าใจไปว่านี่คือความเข้มข้นของวัตถุดิบชั้นเลิศ จึงพากันแย่งชิงที่นั่งจนเต็มร้าน

"มาแล้ว! เป็ดอบซอสจักรพรรดิ!" เสี่ยวเอ้อร์ยกจานเป็ดย่างสีคล้ำผิดปกติออกมาวางบนโต๊ะของเถ้าแก่ร้านขายผ้าผู้มั่งคั่ง

เถ้าแก่ร้านผ้าผู้เป็นนักชิมตัวยงคืบตะเกียบด้วยความคาดหวัง หนังเป็ดดูแห้งกรังและมีสีดำด่างดวง ทว่าด้วยคำล่ำลือเรื่องสูตรลับ เขาจึงกลั้นใจคีบชิ้นเป็ดเข้าปาก

ฉับพลันนั้น ใบหน้าอูมที่เคยยิ้มแย้มพลันบิดเบี้ยว ดวงตาเบิกโพลงราวกับเห็นผี

"นี่มัน..." เถ้าแก่ร้านผ้าพยายามจะกลืน แต่รสชาติฝาดเฝื่อนผสมกับความขมปร่าของสมุนไพรที่ใส่เกินขนาด ตีรวนขึ้นมาจนลิ้นชาหนึบ มิหนำซ้ำยังมีกลิ่นตุๆ คล้ายของหมักดองที่เน่าเสียตีขึ้นจมูก

"อุ๊บ!" เขาคายเนื้อเป็ดลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น "นี่มันรสชาติวิปลาสอันใดกัน! ขมปี๋ราวกับดีงู ทั้งยังมีกลิ่นเหม็นเน่า! นี่หรืออาหารชาววัง!?"

"ข้าก็เหมือนกัน!" ลูกค้าโต๊ะข้างๆ ร้องโวยวาย "ลิ้นข้าชาไปหมดแล้ว นี่พวกเจ้าเอาสมุนไพรบ้าบออะไรมาใส่!"

หลงจู๊หน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้ามาไกล่เกลี่ย "ใจเย็นๆ ก่อนขอรับท่านลูกค้า นี่คือรสชาติแห่งยาอายุวัฒนะ..."

"อายุวัฒนะมารดามันเถอะ!" เถ้าแก่ร้านผ้าตบโต๊ะโครมใหญ่ หน้าเริ่มเขียวคล้ำ "ท้องข้า... โอ๊ย! ปวดท้อง! พวกเจ้าวางยาพิษข้า!"

ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในพริบตา ลูกค้าหลายคนเริ่มกุมท้องบิดตัวด้วยความทรมาน สรรพคุณของสมุนไพร 'สูตรพิเศษ' ที่หว่านเอ๋อร์เขียนให้นั้นออกฤทธิ์รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด มิใช่พิษร้ายแรงถึงชีวิต แต่เป็นยาระบายฤทธิ์แรงที่ทำให้ข้าศึกบุกโจมตีทวารหนักโดยไม่ทันตั้งตัว

เสียงด่าทอสาปแช่งระงมไปทั่วร้านฟู่อัน ลูกค้าต่างพากันวิ่งหนีออกจากร้านเพื่อหาห้องสุขา กลิ่นเหม็นไหม้ของชื่อเสียงร้านฟู่อันลอยคละคลุ้งยิ่งกว่ากลิ่นเป็ดเน่าเสียอีก

ในขณะที่ฝั่งตรงข้ามกำลังโกลาหล หน้าร้านจินยวี่กลับมีบรรยากาศที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

หลินหว่านเอ๋อร์ยืนสง่างามอยู่หลังโต๊ะยาวที่ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา บนโต๊ะมีไหดินเผาขนาดกะทัดรัดวางเรียงราย ฉลากกระดาษสีแดงเขียนด้วยลายพู่กันวิจิตรว่า 'ซอสปรุงรสตราแม่ครัวน้อย' แปะอยู่อย่างประณีต

นางมิได้ตะโกนเรียกลูกค้า แต่กลับตั้งเตาถ่านเล็กๆ ขึ้นมา แล้วเริ่มผัดผักบุ้งไฟแดงธรรมดาๆ จานหนึ่ง

ทันทีที่นางเหยาะของเหลวสีน้ำตาลเข้มจากไหดินเผาลงไปในกระทะที่ร้อนฉ่า เสียงฉ่าดังสนั่นพร้อมกับควันสีขาวที่พวยพุ่ง

ทว่าสิ่งที่มาพร้อมกับควันนั้น คือ 'กลิ่น'

กลิ่นหอมของถั่วเหลืองหมักชั้นดีผสานกับความหวานเค็มที่ลงตัว กลิ่นหอมไหม้นิดๆ ของกระทะ และความกลมกล่อมที่ลอยไปแตะจมูกผู้คน มันเป็นกลิ่นที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะให้ร่ำร้องอย่างบ้าคลั่ง

ผู้คนที่กำลังเดินผ่าน หรือแม้กระทั่งลูกค้าที่เพิ่งวิ่งหนีออกมาจากร้านฟู่อัน ต่างต้องชะงักเท้าและสูดดมกลิ่นหอมนั้นด้วยความหลงใหล

"หอม... หอมเหลือเกิน กลิ่นอะไรกันเนี่ย?"

"มาจากทางร้านจินยวี่! แม่นางน้อยผู้นั้นกำลังทำอะไร?"

ฝูงชนเริ่มไหลมารวมตัวกันที่หน้าร้านจินยวี่ราวกับฝูงผึ้งแตกรัง หว่านเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก ตักผักบุ้งใส่ถ้วยใบเล็กๆ แจกจ่ายให้ผู้คนได้ชิม

"เชิญเจ้าค่ะ ผักบุ้งผัดน้ำมันธรรมดา แต่ปรุงรสด้วย 'ซอสปรุงรสตราแม่ครัวน้อย' เพียงช้อนเดียว รสชาติจะเปลี่ยนจากดินสู่ดาว" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะแต่แฝงความมั่นใจเต็มเปี่ยม

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งรับถ้วยไปชิม เพียงคำแรกที่เข้าปาก ดวงตาของเขาก็เป็นประกายเจิดจ้า

"สวรรค์! รสเค็มหวานกลมกล่อม ไม่เค็มโดดเหมือนเกลือ ไม่เลี่ยนเหมือนซีอิ๊วทั่วไป มันชูรสชาติของผักให้หวานกรอบยิ่งขึ้น! แม่นาง ซอสนี้ขายอย่างไร!"

"ขวดละห้าสิบอีแปะเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์ตอบเสียงใส

"ห้าสิบอีแปะ! แพงกว่าเกลือตั้งหลายเท่า" หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอุทาน

"แต่ใช้เพียงช้อนเดียวก็ทำให้อาหารหนึ่งจานอร่อยล้ำเลิศประดุจภัตตาคาร หนึ่งขวดใช้ได้นานนับเดือน คุ้มค่าหรือไม่ ท่านลองตรองดู" หว่านเอ๋อร์มิได้ลดราคา แต่กลับชี้ให้เห็นคุณค่าที่เหนือกว่า

"จริงของนาง! รสชาติเช่นนี้ข้าไม่เคยพานพบมาก่อน เอ้า! ข้าเอาสองขวด!"

"ข้าด้วย! ข้าเอาสามขวด จะซื้อไปฝากแม่ยาย!"

"ข้าเหมาห้าขวด! ร้านข้าขายบะหมี่ ถ้าได้ซอสนี้ไป ลูกค้าต้องติดตรึมแน่!"

เกิดปรากฏการณ์แย่งชิงสินค้าขึ้นที่หน้าร้านจินยวี่ เถ้าแก่เนี้ยร้านจินยวี่ที่ตอนแรกยืนมองด้วยความกังวล บัดนี้ยิ้มแก้มแทบปริ มือเป็นระวิงรับเงินและส่งของ บ่าวไพร่ของหว่านเอ๋อร์ต้องรีบขนไหซอสออกมาเติมไม่หยุดหย่อน

ความสำเร็จของ 'ซอสปรุงรสตราแม่ครัวน้อย' นั้นถล่มทลายยิ่งกว่าที่หว่านเอ๋อร์คาดการณ์ไว้

นางยืนกอดอกมองภาพความสำเร็จเบื้องหน้า หางตาเหลือบไปเห็นสภาพร้านฟู่อันที่เงียบเหงาราวกับป่าช้า หลงจู๊และพ่อครัวนั่งคอตกอยู่หน้าร้าน ถูกลูกค้าด่าทอจนมิอาจโงหัวขึ้น ช่างเป็นภาพที่ชวนให้สะใจยิ่งนัก

"เล่นกับไฟย่อมถูกไฟคลอก คิดขโมยสูตรของข้า จุดจบเช่นนี้ก็นับว่าปรานีแล้ว" หว่านเอ๋อร์พึมพำกับตนเอง

ตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง สินค้าล็อตแรกที่เตรียมมาถูกจำหน่ายจนหมดเกลี้ยง หว่านเอ๋อร์นับตั๋วเงินปึกใหญ่ด้วยความพึงพอใจ วันนี้นางกวาดรายได้ไปมหาศาล อีกทั้งยังตบหน้าคู่แข่งฉาดใหญ่กลางตลาด เป็นชัยชนะที่งดงามหมดจด

ทว่า... ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังทยอยแยกย้ายกลับบ้าน หว่านเอ๋อร์กลับรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมา สัญชาตญาณระวังภัยของนางตื่นตัวขึ้นทันที

นางเงยหน้าขึ้นมองไปทางมุมตึกฝั่งตรงข้าม เห็นเพียงชายสวมหมวกปีกกว้างกดต่ำยืนพิงเสาอยู่ การแต่งกายดูธรรมดาสามัญคล้ายชาวบ้านทั่วไป แต่ท่วงท่าการยืนและรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจางๆ นั้นบอกชัดว่ามิใช่คนธรรมดา

ชายผู้นั้นแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อสบตากับนาง ก่อนจะพลิกตัวหายลับไปในตรอกมืดอย่างรวดเร็วราวกับภูตพราย

ไม่ใช่คนของร้านฟู่อัน...

ลางสังหรณ์บางอย่างบอกหว่านเอ๋อร์เช่นนั้น คนของร้านฟู่อันมีแต่พวกร่างท้วมสมองทึบ แต่ชายผู้นี้มีกลิ่นอายของนักฆ่าหรือสายลับมืออาชีพ

"ดูเหมือนว่ากลิ่นหอมของซอสปรุงรส จะมิได้ดึงดูดเพียงแค่ลูกค้ากระเป๋าหนักเสียแล้ว..." หว่านเอ๋อร์หรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาคมกริบดุจใบมีด

ความสำเร็จที่เจิดจ้า ย่อมทอดเงาที่ดำมืด... และดูเหมือนว่าเงานั้นกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้นางและครอบครัวเร็วกว่าที่คิด!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความสำเร็จและเงาปริศนา]**