ตอนที่ 58

***บทที่ 58: ลุงใหญ่ผู้หิวเงิน***

เงาร่างซูบผอมของหลินต้าไห่ค่อยๆ เคลื่อนออกจากตรอกมืด แสงโคมไฟสีแดงสลัวจากหน้าร้านเหลาฟู่อันสาดส่องกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความตรากตรำและแววตาที่ลุกโชนไปด้วยความโลภ เขาเหลือบมองไปทางร้านจินยวี่ที่เพิ่งปิดประตูลงด้วยความรู้สึกริษยาที่แล่นพล่านอยู่ในอก

“หึ! เจ้าสาม... ช่างเลี้ยงลูกสาวได้ดีเสียจริง มีปัญญาหาเงินทองได้มากมายปานนั้น แต่กลับไม่รู้จักกตัญญูต่อลุงใหญ่ผู้เป็นพี่ชายคนโตของพ่อมันเลยสักนิด” เขาถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างเหยียดหยาม ความคิดเข้าข้างตัวเองผุดขึ้นมากลบเกลื่อนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจนหมดสิ้น “ในเมื่อพวกเจ้าไม่เห็นหัวข้า ข้าก็จะทวงส่วนที่ควรจะเป็นของข้าคืนเอง!”

ด้วยหนี้พนันที่พอกพูนจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด หลินต้าไห่ไม่มีทางเลือกอื่น เขาจัดแจงเสื้อผ้าที่เก่าซอมซ่อให้ดูเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วก้าวเท้าเข้าไปในร้านเหลาฟู่อัน

บรรยากาศภายในร้านเหลาฟู่อันช่างแตกต่างจากร้านจินยวี่ราวฟ้ากับเหว โต๊ะเก้าอี้ว่างเปล่า ไร้เงาผู้คน มีเพียงเด็กเสิร์ฟสองคนที่นั่งสัปหงกอยู่มุมห้อง และชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมชุดผ้าไหมราคาแพงที่กำลังนั่งดีดลูกคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่หลังโต๊ะบัญชี นั่นคือ ‘หลงจู๊’ หรือผู้จัดการร้านนั่นเอง

“ร้านปิดแล้ว! ถ้าจะมาขอทานก็ไปที่อื่น!” หลงจู๊เงยหน้าขึ้นตวาดทันทีที่เห็นสภาพซอมซ่อของหลินต้าไห่ อารมณ์ของเขากำลังขุ่นมัวจากการที่รายได้ของร้านตกต่ำลงทุกวันเพราะไอ้ซอสประหลาดของร้านคู่แข่ง

หลินต้าไห่ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ความหน้าด้านหน้าทนที่มีมาทั้งชีวิตทำให้เขาฝืนยิ้มประจบสอพลอ “ท่านหลงจู๊ผู้ยิ่งใหญ่ โปรดระงับโทสะ ข้าไม่ได้มาขอทาน แต่ข้ามาพร้อมกับข้อเสนอที่จะช่วยกอบกู้ร้านของท่าน... ไม่สิ ที่จะทำให้เหลาฟู่อันกลับมารุ่งโรจน์และเหยียบร้านจินยวี่ให้จมดินต่างหาก”

คำพูดนั้นสะกิดใจหลงจู๊เข้าอย่างจัง เขาหรี่ตามองชายขี้เมาตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ “เจ้าเป็นใคร? สภาพอย่างเจ้าจะมีปัญญาทำอะไรได้?”

หลินต้าไห่ยืดอกขึ้นเล็กน้อย พยายามทำท่าทางให้ดูน่าเชื่อถือ “ข้าคือ ‘หลินต้าไห่’ ลุงแท้ๆ ของนังเด็กหลินหว่านเอ๋อร์ที่ขายซอสให้ร้านจินยวี่!”

ดวงตาของหลงจู๊เป็นประกายวาบขึ้นมาทันที เขาวางพู่กันลงแล้วกวักมือเรียก “เข้ามาคุยกันใกล้ๆ”

หลินต้าไห่เดินเข้าไปด้วยท่าทางลำพองใจ เขาเล่าเรื่องราวใส่สีตีไข่ว่าตนเองใกล้ชิดกับครอบครัวน้องชายเพียงใด และรู้ดีว่าสูตรซอสปรุงรสที่ทำรายได้มหาศาลนั้นถูกเก็บรักษาไว้ที่ไหน

“ข้าสามารถเอาสูตรนั้นมาให้ท่านได้” หลินต้าไห่กระซิบเสียงแหบพร่า “แต่ท่านก็รู้... ของดีเช่นนี้ย่อมต้องมีราคาค่างวด”

หลงจู๊แสยะยิ้มมุมปาก เขามองออกทะลุปรุโปร่งว่าคนตรงหน้าไม่ได้ทำเพื่อความยุติธรรมหรือความแค้นเคืองอันใด แต่ทำเพื่อ ‘เงิน’ ล้วนๆ และคนประเภทนี้แหละที่ใช้งานง่ายที่สุด

“ถ้าเจ้าเอาสูตรซอสหม่าล่านั่นมาให้ข้าได้...” หลงจู๊หยิบก้อนเงินตำลึงออกมาวางกระแทกบนโต๊ะเสียงดัง *ปึก* “เงินห้าสิบตำลึงนี้จะเป็นของเจ้าทันที และถ้าสูตรนั้นใช้ได้จริง ข้าจะให้อีกห้าสิบตำลึง!”

ดวงตาของหลินต้าไห่เบิกกว้างจนแทบถลนออกมา ห้าสิบตำลึง! ไม่เพียงแค่ใช้หนี้พนันได้หมด แต่ยังเหลือพอให้เขาเสพสุขไปได้อีกนานโข มือสั่นเทาของเขาเอื้อมไปจะคว้าเงิน แต่หลงจู๊กลับตะปบมือลงบนก้อนเงินนั้นไว้ก่อน

“ช้าก่อน... นี่เป็นเพียงมัดจำสิบตำลึง ส่วนที่เหลือ เจ้าจะได้ก็ต่อเมื่อข้าเห็นสูตรลับนั่นอยู่ในมือข้าแล้วเท่านั้น”

หลินต้าไห่กลืนน้ำลายลงคอ แม้จะได้แค่สิบตำลึงก่อนก็ยังดีกว่ากลับบ้านมือเปล่า เขารีบผงกศีรษะรับคำ “ตกลง! ข้ารับปาก ท่านรอฟังข่าวดีได้เลย!”

....

หลังจากรับเงินมัดจำมา หลินต้าไห่ก็เดินตัวปลิวกลับหมู่บ้านด้วยความย่ามใจ ระหว่างทางเขาแวะซื้อสุราไหใหญ่ติดมือกลับมาด้วย เมื่อมาถึงหน้าบ้านไม้เก่าคร่ำครึที่เขาอาศัยอยู่ เสียงก่นด่าก็ลอยลมมาต้อนรับทันที

“ไอ้แก่ตัณหากลับ! หายหัวไปไหนมาทั้งวัน! งานการไม่ทำ เอาแต่ผลาญเงิน ข้าวสารในโอ่งจะไม่มีกินอยู่แล้วนะโว้ย!”

เสียงแหลมสูงของ ‘หวังชุนฮวา’ ป้าสะใภ้ใหญ่ ดังแว่วมาจากในบ้าน นางกำลังนั่งคัดเมล็ดถั่วเหี่ยวๆ อยู่หน้าตะเกียงน้ำมันด้วยใบหน้าบูดบึ้ง พอเห็นสามีเดินโซซัดโซเซเข้ามาพร้อมกลิ่นสุราหึ่ง นางก็ปาเมล็ดถั่วใส่หน้าเขาด้วยความโมโห

“นี่เจ้ายังมีหน้าไปกินเหล้าอีกรึ! เจ้าหนี้มาทวงเงินที่หน้าบ้านเมื่อตอนเย็น ข้าต้องมุดหัวหลบอยู่หลังตุ่มน้ำ เจ้าจะให้ข้าอกแตกตายหรือไง!”

หลินต้าไห่ที่กำลังอารมณ์ดีจากเงินในอกเสื้อ ปัดเมล็ดถั่วออกจากตัวอย่างไม่แยแส “หุบปากซะนังแก่! วันๆ เอาแต่บ่นเป็นหมาบ้า อีกไม่นานข้าจะมีเงินทองกองท่วมหัวให้เจ้าใช้จนนับไม่ไหวแล้ว!”

“ถุย!” หวังชุนฮวาถ่มน้ำลาย “เงินทอง? ฝันกลางวันอยู่รึไง! ดูบ้านเจ้าสามสิ ป่านนี้มันคงกินเนื้อกินปลากันอิ่มหนำสำราญ เมียมันก็นุ่งผ้าไหมเนื้อดี ลูกสาวมันก็เป็นคนโปรดของเถ้าแก่ในเมือง ส่วนพวกเราล่ะ? แม้แต่เกลือปรุงรสยังแทบไม่มีเงินซื้อ!”

คำพูดเปรียบเทียบของภรรยา แทนที่จะทำให้หลินต้าไห่สำนึก กลับยิ่งราดน้ำมันลงบนกองไฟแห่งความริษยาในใจเขา ภาพของหลินต้าซาน น้องชายผู้ซื่อบื้อที่บัดนี้กลายเป็นเศรษฐีใหม่ ลอยเข้ามาในหัว

“เออ! ข้ารู้แล้ว!” หลินต้าไห่ตวาดกลับเสียงดังลั่นจนหวังชุนฮวาสะดุ้ง “เพราะมันรวยน่ะสิ ข้าถึงจะไปเอาส่วนแบ่งของข้าคืนมา! เจ้าคอยดูเถอะ อีกไม่กี่วัน... ไม่สิ แค่คืนนี้หรือพรุ่งนี้ ข้าจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของบ้านเรา ให้มันรู้ไปว่าใครกันแน่ที่เป็นใหญ่ในตระกูลหลิน!”

หวังชุนฮวาหรี่ตามองสามีอย่างสงสัย นางเห็นแววตามุ่งมั่นที่น่ากลัวและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของเขา “เจ้าคิดจะทำอะไร? อย่าบอกนะว่าจะไปขโมย...”

“หุบปาก! เรื่องของผู้ชาย ผู้หญิงอย่างเจ้าไม่ต้องสอดรู้!” หลินต้าไห่ตัดบท เขาเดินกระแทกเท้าเข้าไปในห้องนอน ทิ้งตัวลงบนแคร่ไม้แข็งๆ

มือหยาบกร้านคลำถุงเงินสิบตำลึงในอกเสื้อ รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าท่ามกลางความมืด เขาจินตนาการถึงโรงเรือนหมักซอสหลังบ้านของหลินต้าซาน ที่นั่นคือขุมทรัพย์ที่เขาหมายตา

‘หว่านเอ๋อร์ หลานรัก... เจ้าคิดว่าจะปิดบังสูตรลับจากลุงคนนี้ได้หรือ? โรงเรือนโทรมๆ นั่น กันคนนอกได้ แต่กันคนในสายเลือดไม่ได้หรอก’

หลินต้าไห่พลิกตัวตะแคง ดวงตาจ้องมองผ่านรอยแตกของผนังไม้ไปยังทิศทางที่ตั้งบ้านของน้องชาย แสงจันทร์คืนนี้ช่างเป็นใจเสียเหลือเกิน เมฆดำเคลื่อนตัวมาบดบังแสงสว่าง ทำให้ค่ำคืนนี้มืดมิดเหมาะแก่การลงมือยิ่งนัก

ความโลภครอบงำจิตใจจนมืดบอด เขาไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะนำพาหายนะมาสู่ตนเอง แต่มันหารู้ไม่ว่า หลานสาวตัวแสบของเขาไม่ใช่หมูในอวยที่ใครจะมาเคี้ยวเล่นได้ง่ายๆ

“คืนนี้แหละ...” หลินต้าไห่พึมพำกับความเงียบ แผนการชั่วร้ายก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนในหัวสมองอันมึนเมา

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: แผนการลักลอบ]**