ตอนที่ 64
***บทที่ 64: ซอสหายนะของร้านฟู่อัน***
ยามซื่อ (09.00 – 10.59 น.) ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยขึ้นสู่กลางนภา สาดแสงแรงกล้าลงมายังถนนสายหลักของอำเภอ บรรยากาศภายในร้านอาหารฟู่อันคึกคักผิดหูผิดตา หลงจู๊ร่างท้วมยืนกอดอกบัญชาการอยู่หน้าประตู ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างผู้กุมชัยชนะ เขาเชื่อมั่นเหลือเกินว่าวันนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่จะทำให้ร้านฟู่อันกลับมาผงาดเหนือร้านจุ้ยเซียนได้อีกครั้ง
"เชิญขอรับ! เชิญด้านใน! วันนี้ร้านฟู่อันของเรามีเมนูพิเศษ ซอสรสเลิศสูตรลับเฉพาะที่ปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถัน แจกฟรีทุกโต๊ะ!" เสียงเสี่ยวเอ้อตะโกนเรียกลูกค้าดังก้องกังวาน
กลิ่นหอมฉุนเฉียวที่ลอยออกมาจากในร้าน แม้จะมีความแปลกประหลาดเจือปนอยู่บ้าง แต่สำหรับผู้ที่หิวโหยแล้ว สีแดงเข้มข้นจัดจ้านของซอสในถ้วยใบเล็กที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะนั้นช่างยั่วยวนตายิ่งนัก ลูกค้าหลายคนเริ่มทยอยเดินเข้ามาจับจองที่นั่ง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่ารสชาติที่ร้านฟู่อันคุยโวว่าจะล้มล้างตำนานของร้านคู่แข่งนั้นจะเป็นเช่นไร
"เถ้าแก่! ข้าขอหมูสามชั้นน้ำแดงที่หนึ่ง แล้วก็ข้าวสวยโถใหญ่!" ชายร่างกำยำผู้หนึ่งตะโกนสั่งพลางทรุดตัวลงนั่ง "แล้วไหนล่ะ ซอสวิเศษที่ว่า?"
"มาแล้วขอรับนายท่าน!" เสี่ยวเอ้อรีบกุลีกุจอวางถ้วยน้ำจิ้มสีแดงคล้ำลงตรงหน้า "นี่คือสุดยอดซอสสูตรลับที่ใช้สมุนไพรหายากนับสิบชนิด เชิญลิ้มลองขอรับ!"
ชายร่างกำยำไม่รอช้า เขาคีบหมูสามชั้นชิ้นโตจุ่มลงไปในซอสจนชุ่มโชก ก่อนจะส่งเข้าปากคำโต ทันทีที่ปลายลิ้นสัมผัสกับรสชาติ ดวงตาของเขาก็เบิกโพลง
รสชาติแรกที่ปะทะเข้ามาไม่ใช่ความกลมกล่อมหรือความเผ็ดร้อนที่ลงตัว แต่มันคือความขมปร่าที่พุ่งขึ้นสมอง ตามด้วยความเผ็ดร้อนดั่งไฟบรรลัยกัลป์ที่แผดเผาไปทั่วทั้งช่องปาก มิใช่ความเผ็ดหอมของพริกชั้นดี แต่เป็นความร้อนแรงของสมุนไพรฤทธิ์ร้อนที่หว่านเอ๋อร์จงใจผสมลงไปเพื่อ 'ดัดหลัง' คนขี้ขโมย
"อื้อหือ..." ชายผู้นั้นส่งเสียงในลำคอ ใบหน้าเริ่มแดงซ่าน เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก
"เป็นอย่างไรบ้างขอรับ? รสชาติล้ำลึกใช่หรือไม่?" หลงจู๊เดินเข้ามาถามด้วยความคาดหวัง
ชายร่างกำยำพยายามจะเอ่ยปากชมตามมารยาท หรืออาจเพราะลิ้นเริ่มชาจนพูดไม่ออก เขาเพียงพยักหน้าส่งๆ แล้วรีบกลืนหมูชิ้นนั้นลงคอไป ทว่าหารู้ไม่ว่าหายนะที่แท้จริงกำลังรอคอยอยู่เบื้องหลัง
เมื่อเห็นว่าลูกค้าคนแรกกินเข้าไปได้ ลูกค้าโต๊ะอื่นๆ ที่เฝ้ามองอยู่ก็เริ่มลงมือบ้าง เสียงตะเกียบกระทบชามดังเซ็งแซ่ ทุกคนต่างตักซอสราดลงบนอาหารของตนอย่างไม่ยั้งมือ ด้วยคิดว่าเป็นของดีราคาแพงที่ทางร้านสมนาคุณให้
เวลาผ่านไปเพียงครึ่งก้านธูป ความผิดปกติเริ่มปรากฏขึ้น
"โอ๊ย... ทำไมปากข้า... มันร้อนวูบวาบอย่างนี้!" ลูกค้าสตรีโต๊ะหนึ่งร้องอุทาน นางยกมือขึ้นจับริมฝีปากที่เริ่มบวมเป่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จากริมฝีปากบางสวย บัดนี้กลับกลายเป็นสีแดงก่ำและบวมเจ่อราวกับไส้กรอกย่างไฟ
"ลิ้นข้า! ลิ้นข้าชาไปหมดแล้ว!" ชายอีกคนร้องโวยวาย พยายามแลบลิ้นออกมาดู ปรากฏว่าลิ้นของเขาบวมคับปากจนพูดจาอู้อี้ฟังแทบไม่ได้ศัพท์
สมุนไพรที่หว่านเอ๋อร์เลือกใช้นั้น หากแยกกันอยู่ย่อมเป็นยาสมุนไพรทั่วไป แต่เมื่อนำมาเคี่ยวรวมกันในสัดส่วนที่นางกำหนด มันจะเกิดปฏิกิริยารุนแรงที่ส่งผลต่อระบบประสาทสัมผัสและระบบขับถ่ายโดยตรง เป็นความรู้จากโลกเดิมที่นางนำมาปรับใช้เพื่อสั่งสอนคนคดโกงโดยเฉพาะ
ยังไม่ทันที่ความตื่นตระหนกเรื่องปากบวมจะจางหาย เสียงโครกครากในท้องของลูกค้าหลายคนก็ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าคำราม
"โอย... ท้องข้า..." ชายร่างกำยำคนแรกที่กินเข้าไปมากที่สุดหน้าซีดเผือด เขากุมท้องด้วยความเจ็บปวดบิดเกร็ง เหงื่อกาฬไหลพราก "ข้า... ข้าปวดท้อง!"
สิ้นเสียงร้อง เขาก็ผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งหน้าตั้งตรงไปยังห้องสุขาหลังร้าน ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน แต่แล้วเหตุการณ์ก็โกลาหลยิ่งขึ้นเมื่อลูกค้าคนอื่นๆ เริ่มมีอาการเดียวกัน
"หลีกไป! ข้าไม่ไหวแล้ว!"
"ห้องน้ำ! ห้องน้ำอยู่ไหน!"
ความวุ่นวายบังเกิดขึ้นในร้านฟู่อันราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ลูกค้าพากันวิ่งกรูกันไปแย่งชิงห้องสุขาที่มีอยู่จำกัด เสียงโอดโอยด่าทอดังระงม ผสมปนเปไปกับเสียงทุบประตูห้องน้ำและเสียงกรีดร้องของคนที่กลั้นไม่ไหว
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?" หลงจู๊ยืนตะลึงงันอยู่กลางร้าน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด เขามองดูภาพความหายนะตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
"เถ้าแก่! ซอส... ซอสนี่มันมีพิษ!" ลูกค้าคนหนึ่งที่ริมฝีปากบวมเป่งจนตาแทบปิด ชี้หน้าด่ากราดด้วยความโกรธแค้น "เจ้าวางยาพวกเรา!"
"เหลวไหล! นี่เป็นซอสสูตรลับ..."
"สูตรลับบ้าบออะไรกินแล้วปากบวมเป็นหมูแบบนี้!" หญิงสาวนางหนึ่งกรีดร้อง น้ำตาไหลพรากด้วยความอับอายในสภาพของตนเอง นางคว้าจานอาหารปาลงพื้นเสียงดังเพล้ง! "ร้านเจ้ามันร้านอัปมงคล! ข้าจะฟ้องทางการ!"
คำว่า "ฟ้องทางการ" เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจหลงจู๊ หากเรื่องถึงหูมือปราบ ชื่อเสียงของร้านฟู่อันที่สั่งสมมาจะพังพินาศย่อยยับจนไม่เหลือชิ้นดี
"ใจเย็นๆ ก่อนขอรับทุกท่าน! อาจมีความผิดพลาด..." หลงจู๊พยายามไกล่เกลี่ย แต่สถานการณ์บานปลายเกินจะแก้ไข
กลิ่นเหม็นคาวของปฏิกิริยาในท้องไส้เริ่มโชยคลุ้งออกมาจากหลังร้าน ผสมกับกลิ่นฉุนของซอสหายนะ กลายเป็นกลิ่นที่ชวนอาเจียนจนลูกค้าที่เหลือทนไม่ไหวพากันวิ่งหนีออกจากร้าน บางคนถึงกับอาเจียนออกมาตรงทางเข้า
ร้านฟู่อันที่เมื่อครู่ยังคึกคัก บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิแห่งความโกลาหล โต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาด เศษอาหารกระจายเกลื่อนพื้น และที่เลวร้ายที่สุดคือเสียงสาปแช่งของลูกค้าที่ดังก้องไปทั่วถนน ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดมุงดูด้วยความตกใจและขบขันเมื่อเห็นสภาพปากบวมเจ่อของคนที่เดินโซซัดโซเซออกมา
ท่ามกลางความพินาศ หลงจู๊ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ แววตาว่างเปล่า ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นสุดขีด เขามองไปที่ถ้วยซอสเจ้าปัญหา มือที่วางบนโต๊ะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
นี่ไม่ใช่สูตรลับ... นี่มันคือกับดัก!
เป็นกับดักที่วางไว้อย่างแนบเนียนเพื่อรอให้คนโลภอย่างเขาตกลงไป และเขาก็พาตัวเองและร้านฟู่อันกระโจนลงไปในหลุมพรางนั้นอย่างเต็มใจ
"ไอ้สารเลวหลินต้าไห่..." หลงจู๊กัดฟันกรอด เสียงลอดไรฟันดังออกมาด้วยความเคียดแค้นชิงชัง "เจ้ากล้าหลอกข้า... เจ้ากล้าเอายาพิษมาขายให้ข้า!"
เขาไม่ได้โกรธตัวเองที่คิดขโมยสูตร แต่กลับโกรธคนที่นำสูตรมาขาย ภาพใบหน้าซื่อๆ ของลุงใหญ่หลินต้าไห่ผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับเงินก้อนโตที่เขาเสียไปเพื่อแลกกับความพินาศในวันนี้
เถ้าแก่เจ้าของร้านตัวจริงเดินลงมาจากชั้นสอง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดหลังจากเห็นสภาพร้าน เขาตวาดเสียงดังลั่นจนหลงจู๊สะดุ้งสุดตัว
"ไปลากตัวมันมา! ไปลากตัวไอ้คนขายสูตรนั่นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!" เถ้าแก่ชี้มือสั่นระริก "ข้าจะเอาเลือดหัวมันออกมาล้างซวย! และมันต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดของวันนี้!"
หลงจู๊รีบผุดลุกขึ้น แววตาฉายแววอำมหิต พยักหน้าตอบรับทันที "ขอรับเถ้าแก่ ข้าจะส่งคนไปลากคอเจ้าหลินต้าไห่มาให้ท่านระบายโทสะเดี๋ยวนี้ ต่อให้มันมุดหัวอยู่ที่ไหน ข้าก็จะขุดมันขึ้นมา!"
เหล่าลูกสมุนร้านฟู่อันที่ร่างกายกำยำหลายคนถูกเรียกตัวมารวมกัน ท่อนไม้และกระบองถูกกระชับแน่นในมือ พร้อมออกล่าเหยื่อเพื่อระบายความแค้นจากหายนะที่เกิดขึ้น โดยที่หลินต้าไห่ผู้กำลังนอนนับเงินอย่างมีความสุขในบ่อนพนัน มิอาจล่วงรู้เลยว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะพัดพาชีวิตของเขาให้พังทลายลงในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความโกรธของเถ้าแก่]**