ตอนที่ 76

***บทที่ 76: เมนูใหม่: เต้าหู้เหม็น?***

ภายในมิติลับที่แยกขาดจากโลกภายนอก หลินหว่านเอ๋อร์ง่วนอยู่กับการตระเตรียมวัตถุดิบสำคัญ นางนำถั่วเหลืองคุณภาพเยี่ยมที่เก็บเกี่ยวได้ในมิติมาแช่น้ำ โม่ด้วยหินโม่แป้งโบราณจนได้น้ำถั่วเหลืองขาวข้น กลิ่นหอมกรุ่นของถั่วเหลืองสดใหม่ตลบอบอวลไปทั่ว

ทว่า หัวใจสำคัญของเมนูนี้มิใช่ตัวเต้าหู้ขาวนวล หากแต่เป็น 'น้ำหมัก' ในไหดินเผาเก่าคร่ำคร่าใบนั้น

นางเปิดฝาไหออก กลิ่นฉุนกึกที่หมักบ่มจากผักดอง สมุนไพร และวัตถุดิบลับสูตรเฉพาะที่นางคิดค้นขึ้น พวยพุ่งออกมาปะทะใบหน้า หากเป็นผู้อื่นคงเบือนหน้าหนีด้วยความสะอิดสะเอียน แต่สำหรับหว่านเอ๋อร์ นี่คือกลิ่นอายแห่งเงินตรา

"เอาล่ะ... ได้เวลาปลุกเสกความอร่อยแล้ว"

นางนำเต้าหู้ก้อนสี่เหลี่ยมพอดีคำลงไปแช่ในน้ำหมักสีดำคล้ำ ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน เพื่อให้กลิ่นและรสซึมซาบลึกถึงเนื้อใน

รุ่งสางวันใหม่ แสงทองจับขอบฟ้า หมู่บ้านสกุลหลินที่เคยเงียบสงบกลับต้องตื่นตระหนกด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

"กลิ่นอะไรเนี่ย! เหม็นบรรลัยกัลป์!"

"แย่แล้ว! หรือว่าท่อระบายของเสียบ้านใครแตก?"

"ข้าว่าไม่ใช่ท่อแตกแล้ว กลิ่นเหมือนหนูตายค้างปี หรือไม่ก็ส้วมระเบิดแน่ๆ!"

เสียงโวยวายดังระงมมาจากบ้านเรือนเคียงข้าง ชาวบ้านต่างพากันวิ่งออกมาดูต้นตอ พร้อมกับใช้ผ้าปิดจมูกแน่น สีหน้าของแต่ละคนบิดเบี้ยวราวกับกำลังเผชิญกับภัยพิบัติทางอากาศ

ทิศทางของกลิ่นมรณะนั้น ลอยมาจากเรือนของบ้านสกุลหลิน!

ภายในครัว หลินเสี่ยวเฟิง น้องชายตัวน้อยนั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้อง มือข้างหนึ่งบีบจมูกจนแดงก่ำ อีกข้างถือพัดโบกไล่อากาศอย่างเอาเป็นเอาตาย ใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความสงสัยแกมหวาดกลัว

"ท่านพี่... ท่านพี่กำลังต้มอาจมกินหรือขอรับ?" เสี่ยวเฟิงเอ่ยถามเสียงอู้อี้ น้ำตาคลอเบ้าเพราะความฉุน

หว่านเอ๋อร์ที่กำลังตั้งกระทะน้ำมันเดือดพล่าน หันมาส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้น้องชาย รอยยิ้มนั้นช่างขัดกับกลิ่นที่ลอยฟุ้งเสียเหลือเกิน

"เด็กโง่ นี่เรียกว่า 'เต้าหู้เหม็น' ของดีที่จะทำให้พวกเรารวยไม่รู้เรื่อง เจ้าคอยดูเถิด"

นางคีบเต้าหู้สีดำคล้ำที่ผ่านการหมักจนได้ที่ หย่อนลงในกระทะน้ำมันที่ร้อนจัด

*ซู่!*

เสียงน้ำมันปะทุดังสนั่นพร้อมกับควันโขมง กลิ่นที่เดิมทีเหม็นเน่าจนแสบจมูก เมื่อถูกความร้อนกลับเกิดปฏิกิริยาประหลาด กลิ่นเหม็นนั้นยังคงอยู่ แต่กลับมีกลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอแทรกซึมขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นความย้อนแย้งที่ท้าทายประสาทสัมผัสยิ่งนัก

"ท่านพี่... ข้า... ข้าจะไม่กินมันเด็ดขาด!" เสี่ยวเฟิงยืนกราน แม้จมูกจะได้กลิ่นหอมแปลกๆ แต่ภาพจำของกลิ่นเมื่อครู่ยังตามหลอน

ไม่นานนัก ประตูรั้วบ้านก็ถูกเคาะรัวๆ เพื่อนบ้านสองสามคน นำโดยป้าจางปากตะไกร และลุงหวังขาเม้าท์ ต่างมายืนออที่หน้าบ้าน พร้อมตะโกนเรียก

"แม่นางหว่านเอ๋อร์! บ้านเจ้าเกิดเรื่องอันใดขึ้น หรือมีใครตายจนศพเน่าคาบ้านแล้ว!"

หว่านเอ๋อร์เดินถือจานใส่เต้าหู้ทอดสีเหลืองทอง กรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรพิเศษที่ปรุงจากพริกเผาและกระเทียมเจียว ออกมาต้อนรับแขก นางยิ้มกว้างไม่สะทกสะท้าน

"ท่านป้าจาง ท่านลุงหวัง มาได้จังหวะพอดี ข้าเพิ่งทำเมนูใหม่เสร็จ ลองชิมดูหรือไม่เจ้าคะ?"

ป้าจางผงะถอยหลัง เอามือปัดป่ายอากาศตรงหน้า "เจ้า... เจ้าเอาของเน่ามาทอดให้พวกข้ากินรึ! กลิ่นเหมือนส้วมแตกเช่นนี้ ใครจะไปกล้ากิน!"

"ของดีมักซ่อนอยู่ในรูปลักษณ์ที่อัปลักษณ์เจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์ไม่รอช้า ใช้ตะเกียบคีบเต้าหู้ชิ้นหนึ่ง ยื่นไปจ่อที่ปากของเสี่ยวเฟิงที่เดินตามออกมา "เสี่ยวเฟิง อ้าปาก! พี่สาวเจ้าเคยทำของไม่อร่อยให้กินหรือ?"

เสี่ยวเฟิงมองพี่สาวด้วยสายตาเว้าวอน แต่เมื่อเห็นแววตาบังคับแกมขู่เข็ญ เขาจึงจำใจกลั้นหายใจ บีบจมูกแน่น แล้วอ้าปากรับเต้าหู้ชิ้นนั้นเข้าไป

ทันทีที่ฟันกระทบเปลือกนอกที่กรอบกริ๊บ เสียง *กร้วม* ดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยเนื้อเต้าหู้ด้านในที่นุ่มละมุนลิ้นราวกับปุยเมฆ น้ำซอสรสจัดจ้านผสานกับกลิ่นหมักที่เป็นเอกลักษณ์ ระเบิดความกลมกล่อมไปทั่วทั้งปาก

ดวงตาของเสี่ยวเฟิงเบิกกว้าง มือที่บีบจมูกคลายออกโดยไม่รู้ตัว

"อะ... อร่อย!" เด็กน้อยอุทานออกมา เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเพลิดเพลิน "ท่านพี่! ข้าขออีก! มันกรอบมาก หอมมาก ไม่เหม็นเหมือนตอนแรกเลย!"

ป้าจางและลุงหวังมองเด็กน้อยที่เคี้ยวเต้าหู้ 'กลิ่นส้วม' อย่างเอร็ดอร่อยด้วยความงุนงง กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นที่ลอยมาตอนนี้ แม้จะยังมีกลิ่นตุๆ แต่มันกลับกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอย่างประหลาด

"ลองสักคำสิเจ้าคะ ถ้าไม่อร่อย ข้ายินดีจ่ายค่าทำขวัญ" หว่านเอ๋อร์ท้าทายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ลุงหวังผู้ใจกล้ากว่าใคร ตัดสินใจหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเข้าปากด้วยมือสั่นเทา...

เพียงชั่วอึดใจ สีหน้าขยะแขยงของลุงหวังก็เปลี่ยนเป็นความปลาบปลื้มปิติ ราวกับได้ขึ้นสวรรค์

"สวรรค์ทรงโปรด! รสชาตินี้มันคืออะไรกัน! กรอบนอกนุ่มใน เค็มกำลังดี หอมหวนชวนฝัน!" ลุงหวังตะโกนลั่น รีบคีบชิ้นที่สองเข้าปากทันที

ป้าจางเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า รีบแย่งชิมบ้าง และผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน เสียงเคี้ยว *กร้วม กร้วม* ดังประสานเสียงหน้าเรือนสกุลหลิน จากการมาด่าทอ กลายเป็นมหกรรมแย่งกินเต้าหู้ทอดไปเสียแล้ว

หว่านเอ๋อร์ยืนกอดอกมองภาพความวุ่นวายเล็กๆ ด้วยความพึงพอใจ นางรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้ ของกินที่ท้าทายความเชื่อ ย่อมสร้างแรงกระเพื่อมที่รุนแรงเสมอ

"ท่านป้า ท่านลุง ใจเย็นๆ วันนี้ข้าทำมาให้ชิมแค่นี้ แต่ถ้าติดใจ... พรุ่งนี้ข้าจะทำไปขายที่ตลาด" นางหยอดคำหวานทิ้งท้าย

เมื่อเพื่อนบ้านจากไปพร้อมกับความเสียดายที่ของหมด หว่านเอ๋อร์กลับเข้ามาในครัว มองดูกองถั่วเหลืองในมิติที่ยังเหลืออีกมหาศาล แววตาของนางวาวโรจน์ดั่งนักล่าที่มองเห็นเหยื่ออันโอชะ

"ชาวบ้านยอมรับแล้ว ด่านต่อไปคือคนในเมือง..." หว่านเอ๋อร์พึมพำกับตนเอง นางรู้ดีว่าคนในเมืองหยุนเจียงนั้นถือตัวและเรื่องมากเพียงใด การจะนำของ 'เหม็น' ไปขายในภัตตาคารหรู หรือแม้แต่ตั้งแผงลอย ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

นางต้องมีกลยุทธ์... กลยุทธ์ที่จะบีบให้ทุกคนต้องยอมสยบแทบเท้าเต้าหู้เหม็นของนาง!

"พรุ่งนี้ข้าจะไปที่ร้านอาหารของเถ้าแก่เนี่ย... คอยดูเถิด ข้าจะเปลี่ยนกลิ่นเหม็นให้เป็นกลิ่นทองคำ!"

นางรวบผมขึ้นมัดอย่างทะมัดทะแมง จิตวิญญาณแห่งการค้าลุกโชนเตรียมพร้อมสำหรับการเดิมพันครั้งใหญ่ในวันรุ่งขึ้น การเดิมพันที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของครอบครัวสกุลหลินไปตลอดกาล!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การเดิมพันด้วยเต้าหู้]**