ตอนที่ 8
***บทที่ 8: เดินทางสู่ตลาดชิงซี***
เสียงฝีเท้านั้นหนักหน่วงและสม่ำเสมอ ย่ำลงบนพื้นดินที่เริ่มแข็งตัวจากความหนาวเย็น หว่านเอ๋อร์ย่อตัวลงเล็กน้อย มือข้างหนึ่งกระชับสายสะพายตะกร้าไม้ไผ่ อีกมือหนึ่งเลื่อนไปแตะด้ามมีดสั้นเก่าคร่ำคร่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้สาบเสื้อ สัญชาตญาณระวังภัยที่ติดตัวมาตื่นตัวเต็มพิกัด นางหรี่ตามองฝ่าความมืดสลัวเบื้องหน้า
เงาทะมึนขนาดใหญ่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากม่านหมอกสีขาวขุ่น พร้อมกับเสียงลมหายใจฟุดฟิดและเสียงกระดิ่งทองเหลืองที่ดัง 'กรุ๊งกริ๊ง' แผ่วเบา
"มอ..."
เสียงร้องทุ้มต่ำของสัตว์ใหญ่ทำให้หลินหว่านเอ๋อร์ชะงัก ร่างกายที่เกร็งเขม็งผ่อนคลายลงทันทีเมื่อเห็นโครงร่างอันคุ้นตาของวัวสีน้ำตาลแก่และเกวียนไม้เก่าๆ ที่ตามหลังมา ผู้ที่นั่งอยู่บนเกวียนนั้นสวมเสื้อนวมตัวหนาโพกศีรษะด้วยผ้าสีคราม ใบหน้าอูมเอิบใจดีแม้ยามนี้จะดูงัวเงียเล็กน้อย
"นั่นใครน่ะ? ยืนมืดๆ ค่ำๆ ประเดี๋ยวป้าก็หัวใจวายตายกันพอดี... เอ๊ะ! นั่นแม่หนูหว่านเอ๋อร์ใช่หรือไม่?"
เสียงร้องทักด้วยความตกใจระคนสงสัยดังขึ้น หว่านเอ๋อร์รีบปรับสีหน้า ยกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก พลางก้าวเข้าไปใกล้เกวียนวัว
"อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านป้าเถียน ข้าเอง หว่านเอ๋อร์ ขออภัยที่ทำให้ท่านตกใจ"
ป้าเถียน หญิงหม้ายวัยกลางคนผู้มีนิสัยโอบอ้อมอารี นางอาศัยอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านและมักจะไปขายไข่ไก่กับผักสวนครัวที่ตลาดในตัวตำบลทุกๆ สามวันเจ็ดวัน นางดึงบังเหียนให้วัวหยุดเดิน ก่อนจะเพ่งมองเด็กสาวร่างผอมบางที่แบกตะกร้าใบโตจนไหล่ลู่ลง
"โธ่เอ๋ย แม่หนูตระกูลหลิน ฟ้ายังไม่ทันสาง ลมหนาวก็บาดผิวขนาดนี้ เจ้ามายืนทำอะไรตรงนี้เล่า? แล้วนั่นแบกอะไรหนักหนา จะเข้าเมืองหรือ?"
"เจ้าค่ะท่านป้า ข้าเก็บของป่ามาได้นิดหน่อย หวังว่าจะนำไปขายแลกเงินซื้อยาให้ท่านพ่อที่ตลาดชิงซี" หว่านเอ๋อร์ตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่แฝงความหนักแน่น แววตาของนางเมื่อเอ่ยถึงบิดาดูมุ่งมั่นจนป้าเถียนอดสะท้อนใจไม่ได้
"ช่างกตัญญูนัก... หนทางไปตลาดชิงซีไกลโข เดินเท้าเปล่าไปกว่าจะถึงคงตะวันโด่ง ขาลากกันพอดี มาเถอะ ขึ้นมานั่งบนเกวียนกับป้า ประหยัดแรงไว้เดินขายของดีกว่า" ป้าเถียนตบที่ว่างข้างตัวบนเกวียนวัวอย่างใจดี
หว่านเอ๋อร์ไม่ได้เล่นตัว นางรู้ดีว่าร่างกายนี้ยังไม่แข็งแรงสมบูรณ์ การเดินเท้าหลายลี้พร้อมสัมภาระหนักอึ้งไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก หากมีตัวช่วยย่อมดีกว่า นางโค้งศีรษะขอบคุณอย่างซาบซึ้ง
"ขอบคุณน้ำใจท่านป้าเถียนเจ้าค่ะ หากไม่ได้ท่าน ข้าคงลำบากแย่"
นางปีนขึ้นไปนั่งบนเกวียนไม้อย่างคล่องแคล่ว วางตะกร้าลงข้างกาย กลิ่นหอมจางๆ ของเห็ดและผักกูดลอยออกมาเตะจมูกป้าเถียนจนนางต้องสูดดมฟุดฟิด
"กลิ่นหอมอะไรน่ะ? หอมเหมือนดินป่าหลังฝนตกใหม่ๆ สดชื่นจริงเชียว" ป้าเถียนเปรยขึ้นพลางกระตุกเชือกบังเหียน เจ้าวัวแก่เริ่มออกเดินอีกครั้ง ล้อเกวียนบดเบียดไปตามทางดินลูกรังเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะ
"เป็นเห็ดหอมกับผักกูดที่ข้าโชคดีไปเจอแหล่งมันเข้าเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์ตอบเลี่ยงๆ ไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก นางรู้ดีว่าของดีมักดึงดูดความสนใจ หากบอกว่าเก็บมาจากที่ใดอาจมีคนแห่ไปรุมทึ้ง แม้จะเป็นป้าเถียนผู้ใจดี แต่นางก็ยึดคติกันไว้ดีกว่าแก้
ตลอดการเดินทาง แสงตะวันเริ่มไล่เฉดสีส้มแดงขึ้นจับขอบฟ้า ทิวทัศน์สองข้างทางเปลี่ยนจากทุ่งนาเวิ้งว้างเป็นบ้านเรือนที่ปลูกสร้างถี่ขึ้น ป้าเถียนชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ แต่สีหน้าของนางดูมีความกังวลบางอย่างแฝงอยู่
"หว่านเอ๋อร์เอ๋ย..." ป้าเถียนเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ "เจ้าไปตลาดหนนี้ต้องระวังตัวให้มากนะ เจ้าเป็นเด็กสาวหน้าตาหมดจด ไปคนเดียวไม่มีผู้ใหญ่ดูแล มันอันตราย"
"อันตรายหรือเจ้าคะ? ข้าเคยได้ยินว่าตลาดชิงซีคึกคักและมีกฎระเบียบมิใช่หรือ?" หว่านเอ๋อร์เลิกคิ้วถาม แสร้งทำเป็นใสซื่อเพื่อล้วงข้อมูล
ป้าเถียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ "กฎระเบียบมันก็มีสำหรับคนมีเงินมีอำนาจ แต่พักหลังมานี้ พวกอันธพาลเจ้าถิ่นชุกชุมนัก โดยเฉพาะพวก 'แก๊งพยัคฆ์ดำ' พวกมันชอบมารีดไถค่าคุ้มครองจากพ่อค้าแม่ขายรายย่อย หากใครไม่มีจ่าย ก็จะถูกพังร้านบ้าง ถูกซ้อมบ้าง พวกทางการก็ทำเป็นปิดตาข้างหนึ่งเพราะได้รับส่วย"
หว่านเอ๋อร์ฟังแล้วดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ประกายเย็นเยียบวาบผ่านนัยน์ตาคู่งาม นางจดจำข้อมูลนี้ไว้อย่างแม่นยำ 'อันธพาล' กับ 'ค่าคุ้มครอง' เป็นของคู่กันกับตลาดมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นโลกเดิมหรือโลกนี้
"ขอบคุณท่านป้าที่ตักเตือน ข้าจะระวังตัวให้มากเจ้าค่ะ จะไม่ไปมีเรื่องราวกับผู้ใดแน่นอน" นางรับคำเสียงหนักแน่น ทว่าในใจกลับกำลังคำนวณแผนการรับมือ หากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาจริงๆ นางคงต้องงัดเล่ห์เหลี่ยมออกมาใช้บ้างกระมัง
เกวียนวัวเคลื่อนตัวเชื่องช้าแต่ทว่ามั่นคง ผ่านแนวกำแพงเมืองเก่าคร่ำคร่าเข้าสู่เขตตลาดชิงซี เสียงจอแจของผู้คนเริ่มดังเข้าหู กลิ่นอาหารปรุงสุก กลิ่นมูลสัตว์ และกลิ่นเหงื่อไคลคละคลุ้งกันไปทั่ว บ่งบอกถึงความมีชีวิตชีวาของย่านการค้า
ป้าเถียนจอดเกวียนที่ลานพักด้านนอกตลาด ซึ่งเป็นจุดจอดสำหรับชาวบ้านที่นำของมาขาย
"ป้าต้องเอาไข่ไปส่งที่แผงเจ้าประจำทางทิศใต้ ส่วนเจ้าจะไปทางไหนเล่า?" ป้าเถียนถามพลางจัดแจงตะกร้าไข่ของตน
"ข้าว่าจะลองเดินดูทำเลแถวหน้าตลาดสดเจ้าค่ะ" หว่านเอ๋อร์ตอบพร้อมกับกระชับตะกร้าขึ้นหลัง
"เช่นนั้นก็โชคดีนะ ถ้าขายเสร็จเร็วก็มารอป้าที่นี่ ยามเว่ย (13.00-14.59 น.) ป้าจะกลับ"
"เจ้าค่ะท่านป้า"
หว่านเอ๋อร์แยกตัวออกมาจากป้าเถียน นางสูดหายใจลึก ยืดหลังตรงเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวตลาดด้วยความมั่นใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าสินค้าพรีเมียมในตะกร้าจะสร้างเม็ดเงินก้อนโต
ทว่า... ภาพที่ปรากฏแก่สายตาเมื่อนางก้าวเท้าเข้าสู่โซนขายผักสด กลับทำให้ฝีเท้าของนางต้องชะงัก
บรรยากาศในตลาดดุเดือดกว่าที่คิด เสียงตะโกนด่าทอแย่งลูกค้าดังระงม พ่อค้าแม่ค้าต่างจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาเชือดเฉือนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณหัวมุมถนน นางเห็นชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สามคนกำลังคว่ำแผงผักของยายแก่ๆ คนหนึ่งจนเละเทะ ผักบุ้งช้ำเลือดช้ำหนองกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถาง
"บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าที่ ก็ไสหัวไปขายในป่าช้า!"
เสียงตวาดนั้นดังกึกก้อง หว่านเอ๋อร์กำสายตะกร้าแน่น การค้าขายในวันนี้... ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายดายอย่างที่นางวาดฝันเสียแล้ว นางไม่ใช่แค่ต้องแข่งกับคู่แข่งทางการค้า แต่ยังต้องเอาตัวรอดในดงเสือสิงห์กระทิงแรดแห่งนี้ด้วย!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ผักป่าไร้ค่าหรืออาหารเหลา?]**