ตอนที่ 83

***บทที่ 83: หลักฐานมัดตัว***

แสงอรุณรุ่งสางเริ่มจับขอบฟ้า ทาบทาบลงบนซากความเสียหายที่ยังคงส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณแปลงผัก ควันสีเทาจางๆ ยังคงลอยอ้อยอิ่งขึ้นจากตอไม้และกองรั้วที่ถูกเผาทำลาย บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะสดใสกลับเต็มไปด้วยความหดหู่และตึงเครียด

ทว่าท่ามกลางความโกลาหลที่เพิ่งสงบลง ร่างระหงของหลินหว่านเอ๋อร์กลับยืนนิ่งสงบดุจขุนเขา นางมิได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือโศกเศร้าแม้แต่น้อย ดวงตาหงส์กวาดมองไปรอบๆ พื้นที่เกิดเหตุราวกับเหยี่ยวที่กำลังจดจ้องเหยื่อ การกระทำของนางหาใช่การไว้อาลัยแก่ทรัพย์สินที่เสียหาย แต่เป็นการ ‘อ่าน’ เรื่องราวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

ในขณะที่คนงานและลุงหนิวกำลังยืนรอคำสั่งด้วยใจระทึก เสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของนาง พร้อมกับแผงหน้าจอโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

*‘ติ๊ง! ตรวจพบภัยคุกคามระดับสูงต่อโฮสต์และทรัพย์สิน’*

*‘ภารกิจพิเศษ: ล้างบางศัตรู’*

*‘รายละเอียด: การให้อภัยศัตรูที่หมายเอาชีวิตคือการฆ่าตัวตายทางอ้อม จงรวบรวมหลักฐานและส่งผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้พวกมันได้รับโทษทัณฑ์สาสมและถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก’*

*‘รางวัลภารกิจ: สูตรยาบำรุงขั้นเทพ (ฟื้นฟูพลังปราณและรักษาร่างกายระดับสูงสุด)’*

มุมปากของหลินหว่านเอ๋อร์กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา สูตรยาบำรุงขั้นเทพหรือ? ช่างเป็นรางวัลที่ยั่วยวนใจนัก ยิ่งไปกว่านั้น ระบบช่างรู้ใจนางเสียจริง ต่อให้ไม่มีภารกิจนี้ นางก็ตั้งใจจะ ‘ล้างบาง’ พวกมันอยู่แล้ว

“คุณหนู... ท่านกำลังหาอะไรหรือขอรับ?” ลุงหนิวเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อเห็นนายหญิงของตนเดินย่างสามขุมเข้าไปยังจุดที่ไฟไหม้รุนแรงที่สุด แทนที่จะเดินหนีออกมา

“หาจุดตายของพวกมันเจ้าค่ะ” นางตอบเสียงเรียบ พลางหยิบถุงมือผ้าไหมเนื้อหนาออกมาจากแขนเสื้อ (ซึ่งความจริงนางดึงออกมาจากมิติ) สวมใส่อย่างทะมัดทะแมง

วิชาการสืบสวนและนิติวิทยาศาสตร์ในโลกนี้อาจยังไม่ก้าวหน้า แต่สำหรับหลินหว่านเอ๋อร์ผู้มีความรู้จากอีกภพภูมิ นางรู้ดีว่า ‘ทุกการกระทำย่อมทิ้งร่องรอย’

นางเดินตรงไปยังจุดที่นางเห็นวัตถุประหลาดเมื่อคืน จุดนั้นอยู่ห่างจากแปลงผักหลักไปเล็กน้อย ใกล้กับแนวรั้วไม้ไผ่ที่ถูกตัดขาด ร่างบางย่อตัวลง สายตาคมกริบจ้องมองวัตถุทรงกระบอกที่ทำจากดินเผาเคลือบ มันนอนตะแคงอยู่บนพื้นหญ้าที่ถูกเหยียบย่ำจนเละเทะ

มันคือ ‘ไหใส่น้ำมันเชื้อเพลิง’

สภาพของมันยังค่อนข้างสมบูรณ์ แม้จะมีรอยเขม่าควันจับอยู่บ้าง แต่น้ำมันที่เหลือติดก้นไหยังคงส่งกลิ่นฉุนกึก มันไม่ใช่น้ำมันพืชสำหรับทำอาหาร แต่เป็นน้ำมันดิบราคาถูกที่ใช้สำหรับจุดไฟให้แสงสว่างหรือ... เผาทำลาย

“ช่างสะเพร่าเสียจริง หรืออาจจะมั่นใจเกินไปว่าไฟจะเผาทุกอย่างจนหมด?” หลินหว่านเอ๋อร์พึมพำ นางใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดค่อยๆ หยิบไหใบนั้นขึ้นมา พลิกดูที่ก้นไหอย่างละเอียด

แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบก้นไห เผยให้เห็นรอยประทับนูนต่ำที่เป็นสัญลักษณ์เฉพาะของร้านค้า ตราประทับรูป ‘ก้อนเงินหยวนเป่าคู่’ พร้อมอักษรคำว่า ‘ฟู่อัน’ (ความมั่งคั่งและสงบสุข) เด่นหราอยู่บนเนื้อดินเผา

“ร้านฟู่อัน...” น้ำเสียงของนางเยียบเย็นลงจนน่าขนลุก “ช่างกล้าหาญชาญชัยนัก ใช้ของที่มีตราประทับร้านตัวเองมาก่อเหตุ คิดว่าข้าเป็นคนตาบอดหรืออย่างไร?”

ร้านฟู่อันเป็นร้านขายของชำและเครื่องใช้ในครัวเรือนรายใหญ่ในตัวเมือง และเป็นคู่แข่งทางการค้าที่พยายามกดราคาสินค้าของนางมาโดยตลอด การที่ไหใบนี้มาตกอยู่ที่นี่ ย่อมมิใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยง ‘ผู้จ้างวาน’ เข้ากับเหตุการณ์

ทว่า... คนอย่างเถ้าแก่ร้านฟู่อันคงไม่ลดตัวลงมาจุดไฟด้วยตัวเองแน่ นางต้องการหลักฐานอีกชิ้นที่จะมัดตัว ‘ผู้ลงมือ’

หลินหว่านเอ๋อร์วางไหดินเผาลงในตะกร้าสานที่นางให้คนงานเตรียมมาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเดินสำรวจต่อไปยังแนวรั้วหนามที่ถูกตัดขาด ร่องรอยการบุกรุกชัดเจน รอยเท้าเปรอะโคลนหลายรอยมุ่งหน้าออกไปทางป่าด้านหลัง

สายตาของนางสะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวพันอยู่กับหนามแหลมของต้นระกำที่ปลูกไว้เป็นรั้วธรรมชาติ มันคือเศษผ้าชิ้นเล็กๆ สีน้ำเงินซีดจาง เนื้อผ้าหยาบกร้านบ่งบอกว่าเป็นผ้าฝ้ายราคาถูก

นางใช้คีมไม้คีบเศษผ้านั้นออกมาพิจารณา รอยฉีกขาดใหม่ๆ แสดงว่าเจ้าของเสื้อคงรีบร้อนหนีตายจนไม่ทันระวังตัว ถูกหนามเกี่ยวจนเสื้อขาด

“ผ้าฝ้ายย้อมครามเนื้อหยาบ ลายทอแบบพื้นบ้าน...” สมองของหลินหว่านเอ๋อร์ประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพความทรงจำเมื่อไม่กี่วันก่อนผุดขึ้นมา

วันที่นางเห็น ‘ลุงใหญ่’ หลินต้าจวง มาด้อมๆ มองๆ แถวหน้าบ้าน เขาสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินซีดจางตัวเก่าที่มีรอยปะชุนหลายแห่ง และชายเสื้อด้านขวาก็ดูเหมือนจะรุ่ยร่ายอยู่แล้ว ลายผ้าบนเศษชิ้นส่วนนี้ ตรงกับเสื้อตัวนั้นทุกกระเบียดนิ้ว!

“หึ... ว่าแล้วเชียว สุนัขที่เลี้ยงไม่เชื่อง สุดท้ายก็กลับมากัดเจ้าของ” หลินหว่านเอ๋อร์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาฉายประกายอำมหิต “ลุงใหญ่ ท่านช่างเนรคุณและโง่เขลายิ่งนัก ยอมเป็นมีดให้คนอื่นยืมมาฆ่าหลานสาวตัวเอง โดยทิ้งรอยนิ้วมือไว้ทั่วด้ามมีดเช่นนี้”

หลักฐานสองชิ้นนี้... ไหดินเผาตราประทับร้านฟู่อัน และเศษผ้าของลุงใหญ่ เมื่อนำมารวมกับพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ มันก็เพียงพอที่จะถักทอเป็นตาข่ายเหล็กที่ไม่มีวันดิ้นหลุด

นางบรรจงเก็บเศษผ้าลงในซองกระดาษ แยกต่างหากจากไหดินเผา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่กระโปรงเล็กน้อย ท่าทางสง่างามและเด็ดขาดของนางทำให้เหล่าคนงานที่มุงดูอยู่รู้สึกเลื่อมใสระคนหวาดเกรง

“ท่านลุงหนิว” หลินหว่านเอ๋อร์เรียก

“ขอรับคุณหนู!” ลุงหนิวรีบขานรับ

“เก็บรักษาสิ่งของเหล่านี้ไว้ให้ดีที่สุด ห้ามใครแตะต้องนอกจากข้า แล้วไปเตรียมรถม้าเดี๋ยวนี้” นางสั่งการเฉียบขาด ดวงตาจ้องมองไปทางทิศที่ตั้งของตัวเมืองหยุนเจียง

“เราจะไปไหนกันหรือขอรับ?”

“ไปที่ว่าการอำเภอ” นางตอบพร้อมรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่งดงามเหมือนดอกไม้พิษ “ข้าจะไปตีกลองร้องทุกข์ วันนี้ข้าจะทำให้พวกมันได้รู้ว่า การทำให้หลินหว่านเอ๋อร์โกรธ... มีราคาที่ต้องจ่ายแพงเพียงใด”

นางเดินกลับเข้าเรือนเพื่อเปลี่ยนอาภรณ์ เตรียมตัวสำหรับการทำสงครามในศาลสถิตยุติธรรม จังหวะการก้าวเดินของนางหนักแน่น มั่นคง ราวกับเสียงกลองศึกที่เริ่มบรรเลง

หลักฐานพร้อม พยานพร้อม ความแค้นพร้อม...

ได้เวลาปิดประตูตีแมวแล้ว!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การฟ้องร้องที่ว่าการอำเภอ]**