ตอนที่ 86

***บทที่ 86: จุดจบคนชั่ว***

ความโกลาหลจากการที่แม่เฒ่าจางเป็นลมล้มพับไปเมื่อครู่ จางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อนายอำเภอเจิ้งตบไม้ลงทัณฑ์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น "ปัง!"

เสียงนั้นมิได้เพียงหยุดความเคลื่อนไหวของฝูงชน แต่ยังกระแทกเข้าไปในขั้วหัวใจของผู้ต้องหาทั้งสองที่คุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องล่าง บรรยากาศภายในศาลาว่าการกลับมาเคร่งขรึมและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายแห่งความตายและความสิ้นหวังแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเถ้าแก่ร้านฟู่อันและหลินต้าไห่

นายอำเภอเจิ้งกวาดสายตาคมกริบมองลงมา ราวกับพญายมราชที่กำลังจะพิพากษาวิญญาณบาป เขาหยิบม้วนคำตัดสินที่เสมียนศาลบันทึกไว้อย่างละเอียดขึ้นมาอ่าน น้ำเสียงของเขาทรงพลังและดังกึกก้อง สะกดให้ชาวบ้านทุกคนเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

"หลินต้าไห่!"

ชื่อที่ถูกขานทำเอาชายร่างท้วมสะดุ้งสุดตัว เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาเบิกโพลง น้ำตาและน้ำมูกไหลเปรอะเปื้อนใบหน้าอันน่าสมเพช

"เจ้าเป็นถึงบุตรชายคนโตของตระกูล และเป็นลุงแท้ๆ ของผู้เสียหาย แทนที่จะทำตัวเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลาน กลับสมคบคิดกับคนนอก วางเพลิงเผาทรัพย์สินของน้องชายตนเอง เพียงเพื่อเศษเงินสินจ้างและความอิจฉาริษยา การกระทำของเจ้าอกตัญญูต่อบรรพชน ไร้คุณธรรมน้ำมิตร และผิดกฎหมายอาญาแผ่นดินอย่างร้ายแรง!"

หลินต้าไห่ปากคอสั่น พยายามจะเอ่ยคำแก้ตัว "ใต้เท้า... ข้าน้อย... ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าน้อยถูกบังคับ..."

"หุบปาก!" นายอำเภอเจิ้งตวาดเสียงกร้าว "หลักฐานมัดตัวแน่นหนา เจ้ายังกล้าแก้ตัวอีกรึ! ฟังคำตัดสิน... ข้าขอสั่งลงโทษจำคุกหลินต้าไห่เป็นเวลาห้าปี! และเพื่อให้หลาบจำในความชั่วช้า ให้โบยยี่สิบไม้ ณ บัดนี้!"

"ไม่นะ! ใต้เท้าเมตตาด้วย! ห้าปี... ห้าปีข้าจะอยู่ได้อย่างไร! หว่านเอ๋อร์! หลานรัก ช่วยลุงด้วย!" หลินต้าไห่กรีดร้องโหยหวน หันไปมองหลานสาวหวังจะให้ช่วยเอ่ยปากขอความเมตตา

ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมา คือสายตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาประดุจบ่อน้ำลึกพันปีของหลินหว่านเอ๋อร์ นางยืนสงบนิ่ง แผ่นหลังเหยียดตรง ราวกับภูผาที่ไม่สะทกสะท้านต่อพายุฝน นางเพียงแค่มองดูเจ้าหน้าที่ลากตัวลุงใหญ่ของนางกดลงกับพื้นม้านั่งยาว

"ลงมือ!"

ไม้พลองท่อนหนาถูกฟาดลงไปที่บั้นท้ายและแผ่นหลังของหลินต้าไห่เต็มแรง

"โอ๊ยยยยย!"

เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วศาล ผสานกับเสียงไม้กระทบเนื้อที่ดังทึบๆ ชาวบ้านที่มุงดูต่างเบือนหน้าหนีด้วยความหวาดเสียว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในใจลึกๆ พวกเขารู้สึกสาสมใจยิ่งนัก คนเนรคุณเช่นนี้สมควรโดนสวรรค์ลงทัณฑ์

เมื่อครบยี่สิบไม้ ร่างของหลินต้าไห่ก็อ่อนระทวย ก้นกบแตกยับจนเลือดซึมออกมาเปื้อนกางเกง เขาหมดสติไปเกือบจะทันที เจ้าหน้าที่จึงลากร่างอันไร้สติของเขาไปโยนเข้ากรงขังราวกับสุนัขตายตัวหนึ่ง

จากนั้น สายตาของนายอำเภอเจิ้งก็เบนไปยังเป้าหมายต่อไป... เถ้าแก่ร้านฟู่อัน

เถ้าแก่ร่างอ้วนที่เคยยโสโอหัง บัดนี้ตัวสั่นเทิ้มยิ่งกว่าลูกนกตกน้ำ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เมื่อเห็นจุดจบของหลินต้าไห่ เขาก็รู้ชะตากรรมของตนเองดี

"ส่วนเจ้า... เถ้าแก่ร้านฟู่อัน" นายอำเภอเจิ้งเอ่ยเสียงเรียบแต่เย็นยะเยือก "เจ้าเป็นพ่อค้า วาณิชย์ที่ดีควรแข่งขันด้วยสุจริต แต่เจ้ากลับใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรก จ้างวานคนวางเพลิง ทำลายทรัพย์สินผู้อื่นเพื่อขจัดคู่แข่ง พฤติกรรมเยี่ยงโจรเช่นนี้ เป็นภัยต่อความสงบสุขของบ้านเมือง!"

"ใต้เท้า... ข้ายอมจ่ายเงิน! ข้ามีเงิน! ข้าจะชดใช้ให้ทั้งหมด ขอเพียงอย่าสั่งขังข้า..." เถ้าแก่ร้านฟู่อันโขกศีรษะลงกับพื้นดังปึงปัง

"เงินของเจ้า ต้องถูกนำมาชดใช้อยู่แล้ว!" นายอำเภอเจิ้งประกาศก้อง "ศาลขอตัดสิน! ยึดทรัพย์สินทั้งหมดของร้านฟู่อัน เพื่อนำมาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ภัตตาคารจินยวี่ และสั่งปิดกิจการร้านฟู่อันเป็นการถาวร ห้ามมิให้เจ้าหรือเครือญาติประกอบกิจการค้าขายในเมืองนี้อีกต่อไป!"

เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วศาล คำสั่งปิดกิจการถาวรนั้นเท่ากับการประหารชีวิตพ่อค้าคนหนึ่งทั้งเป็น

"ยังไม่จบ!" นายอำเภอเจิ้งกล่าวต่อ "โทษฐานจ้างวานวางเพลิงและก่อความวุ่นวาย ให้เนรเทศเถ้าแก่ร้านฟู่อันออกนอกเมือง ไปใช้แรงงานหนักที่ชายแดนทางเหนือ เป็นเวลาสิบปี!"

"สิบปี! ชายแดนทางเหนือ!" เถ้าแก่ร้านฟู่อันตาเหลือกถลน ชายแดนที่หนาวเหน็บและเต็มไปด้วยคนเถื่อน ร่างกายที่เคยอยู่อย่างสุขสบายเช่นเขา จะมีชีวิตรอดได้ไม่ถึงหนึ่งปีด้วยซ้ำ "ไม่! ไม่จริง! นี่มันโหดร้ายเกินไป!"

"เอาตัวไป!"

เจ้าหน้าที่ศาลกรูกันเข้ามา ลากตัวเถ้าแก่ร้านฟู่อันที่ดิ้นพราดๆ ออกไป เสียงร้องขอความเมตตาของเขาค่อยๆ แผ่วจางลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

นายอำเภอเจิ้งหันมาทางหลินหว่านเอ๋อร์และหลินรุ่ยจื่อ บิดาของนาง สีหน้าของเขาอ่อนลงเล็กน้อย "เแม่นางหลิน ทรัพย์สินที่ยึดได้จากร้านฟู่อัน หลังจากหักค่าธรรมเนียมศาลแล้ว จะถูกตีเป็นเงินชดเชยค่าเสียหายและค่าทำขวัญให้แก่ภัตตาคารจินยวี่ เจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่าเป็นเงินจำนวนห้าร้อยตำลึงเงิน เจ้าพอใจหรือไม่?"

ห้าร้อยตำลึง!

ชาวบ้านต่างสูดหายใจเฮือกใหญ่ เงินจำนวนนี้มากมายมหาศาล เพียงพอให้ชาวบ้านธรรมดาอยู่กินสุขสบายไปทั้งชาติ!

หลินหว่านเอ๋อร์ก้าวออกมาข้างหน้า นางประสานมือคารวะนายอำเภออย่างนอบน้อม กิริยาท่าทางสง่างามไร้ที่ติ "ขอบคุณใต้เท้าที่คืนความยุติธรรมให้แก่ราษฎร ข้าน้อยและครอบครัวพอใจเจ้าค่ะ เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปฟื้นฟูร้านและพัฒนาคุณภาพอาหาร เพื่อตอบแทนชาวเมืองที่คอยสนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด"

คำตอบของนางช่างชาญฉลาด ไม่แสดงความโลภ แต่กลับแสดงปณิธานที่จะทำเพื่อส่วนรวม ทำให้ชาวบ้านต่างพากันสรรเสริญในน้ำใจ

"ดี! ปิดศาลได้!" นายอำเภอเจิ้งตบไม้ลงทัณฑ์เป็นครั้งสุดท้าย

เสียงโห่ร้องยินดีดังกระหึ่มขึ้นหน้าศาลว่าการ ชาวบ้านต่างตะโกนสรรเสริญความยุติธรรมของนายอำเภอ และชื่นชมความเก่งกาจของหลินหว่านเอ๋อร์ ที่สามารถล้มยักษ์ใหญ่อย่างร้านฟู่อันลงได้

หลินหว่านเอ๋อร์เดินออกมาจากศาลว่าการพร้อมกับบิดา แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบร่างบาง ราวกับจะอวยพรให้กับชัยชนะอันงดงาม ในมือของนางกำตั๋วเงินปึกใหญ่ที่ได้จากค่าชดเชย แต่สิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าเงินทอง คืออิสรภาพจากศัตรูตัวฉกาจ

ร้านฟู่อันล่มสลาย ลุงใหญ่ติดคุก แม่เฒ่าจางล้มป่วยและสูญเสียอำนาจ บ้านใหญ่ตระกูลหลินพังพินาศ

นางหันไปมองป้ายชื่อ 'ศาลาว่าการ' เป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่มิใช่ความสะใจ แต่เป็นความมั่นใจของผู้ชนะ

"ท่านพ่อเจ้าคะ" นางเอ่ยขึ้นเสียงใส "ศัตรูไปพ้นทางแล้ว จากนี้ไป... คือยุคทองของภัตตาคารจินยวี่อย่างแท้จริง"

หลินรุ่ยจื่อมองบุตรสาวด้วยความภาคภูมิใจ น้ำตาคลอเบ้า "ใช่ลูกพ่อ... เรากลับบ้านกันเถอะ กลับไปฉลองชัยชนะของเรา"

ขบวนของคนตระกูลหลิน (บ้านรอง) เดินฝ่าฝูงชนที่แหวกทางให้อย่างผู้มีเกียรติ ท่ามกลางเสียงปรบมือและคำสรรเสริญเยินยอ ทว่าในแววตาของหลินหว่านเอ๋อร์กลับทอประกายวาวโรจน์ นางรู้ดีว่าเงินห้าร้อยตำลึงนี้ เป็นเพียงก้อนอิฐก้อนแรกสำหรับอาณาจักรการค้าที่นางกำลังจะสร้างขึ้น

และเพื่อประกาศศักดาให้กึกก้องไปทั่วหล้า นางได้เตรียม 'ของขวัญ' ชิ้นพิเศษไว้สำหรับชาวเมืองในวันพรุ่งนี้... ของขวัญที่จะทำให้ชื่อของ 'หลินหว่านเอ๋อร์' และ 'ภัตตาคารจินยวี่' กลายเป็นตำนานที่ไม่มีวันถูกลืมเลือน!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: งานเลี้ยงแห่งชัยชนะ]**