ตอนที่ 88
***บทที่ 88: การล่มสลายของบ้านใหญ่***
รอยยิ้มเย็นชาที่ประดับอยู่บนริมฝีปากของหลินหว่านเอ๋อร์มิได้จางหายไป แม้จะได้รับแจ้งข่าวร้าย—หรือสำหรับนางแล้ว มันคือข่าวดีที่สุดในรอบปี
"ท่านลุงถูกจับเข้าคุก ข้อหาฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารร้านฟู่อัน... สินะ?" น้ำเสียงของเด็กสาวราบเรียบ ทว่ากังวานก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบกริบ
คนคุ้มกันที่มารายงานข่าวพยักหน้าหงึกหงัก "ขอรับ! ทางการมาลากตัวไปเมื่อเช้านี้ ตอนนี้ที่บ้านใหญ่โกลาหลไปหมด นางจาง... เอ้อ แม่เฒ่าจางล้มป่วยกะทันหัน ส่วนสะใภ้ใหญ่กำลังขนสมบัติหนี!"
หลินต้าซาน บิดาของหลินหว่านเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ มีสีหน้าซับซ้อน แววตาของชายวัยกลางคนฉายแววเจ็บปวดลึกๆ แม้เขาจะถูกตัดขาดจากตระกูล แต่สายเลือดและความกตัญญูที่ถูกปลูกฝังมาค่อนชีวิตมิอาจลบเลือนได้ในชั่วพริบตา
"ท่านพ่อ" หลินหว่านเอ๋อร์วางมือบางลงบนหลังมือที่หยาบกร้านของบิดา ออกแรงบีบเบาๆ เพื่อเรียกสติ "ท่านมิใช่คนของบ้านใหญ่อีกแล้ว แต่หากท่านต้องการทำหน้าที่ลูกเป็นครั้งสุดท้าย... ข้าจะไม่ห้าม"
หลินต้าซานเงยหน้ามองบุตรสาว ก่อนจะสูดหายใจลึก ดวงตาที่เคยสับสนค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว
"พ่อเข้าใจแล้ว หว่านเอ๋อร์"
...
ณ หมู่บ้านตระกูลหลิน บรรยากาศที่หน้าบ้านหลังใหญ่ซึ่งเคยโอ่อ่าที่สุดในหมู่บ้าน บัดนี้กลับดูวังเวงและน่าสมเพชยิ่งกว่าศาลเจ้าร้าง
ประตูรั้วไม้ที่เคยลงมันวาวถูกเปิดอ้าซ่า ข้าวของเครื่องใช้ถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย ชาวบ้านนับร้อยมายืนมุงดูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนและสะใจ เสียงซุบซิบนินทาดังระงมราวกับฝูงแมลงวัน
"สมน้ำหน้า! ตอนมีอำนาจกดขี่ข่มเหงพวกเราสารพัด ดูสิ กรรมตามสนองเร็วยิ่งกว่าติดปีกบิน!" ป้าหวัง เพื่อนบ้านปากไวถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างไม่เกรงใจ
ภายในบ้าน เสียงกรีดร้องโหยหวนของหญิงชราดังเล็ดลอดออกมา สลับกับเสียงโครมครามของการรื้อค้น
"นังสะใภ้ชั่ว! เจ้าจะไปไหน! เอาเงินของข้าคืนมานะ!"
แม่เฒ่าจางในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาลึกโหล ร่างกายซูบผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก พยายามตะเกียกตะกายลุกจากเตียงเตาด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด นิ้วมือที่สั่นเทาชี้หน้าด่าทอสะใภ้ใหญ่ที่กำลังกวาดเครื่องประดับเงินและเสื้อผ้าดีๆ ลงห่อผ้า
ป้าสะใภ้ใหญ่หันมามองแม่สามีด้วยสายตาเหยียดหยาม ไร้ซึ่งความเคารพยำเกรงที่เคยมี "หุบปากเถอะนังแก่! ลูกชายสุดที่รักของเจ้าทำเรื่องงามหน้าจนติดคุกหัวโต ร้านฟู่อันก็เจ๊ง บ้านนี้กำลังจะถูกยึด ข้ายังสาวข้าไม่ยอมจมปลักตายอยู่ที่นี่หรอก!"
"เจ้า... เจ้ากล้าว่าลูกข้า!" แม่เฒ่าจางอ้าปากพะงาบๆ ความดันพุ่งสูงจนหน้ามืด
"ข้าจะกลับบ้านเดิม!" สะใภ้ใหญ่ตะคอกใส่ พลางกระชากห่อผ้าขึ้นพาดบ่า "ส่วนเจ้าก็นอนรอความตายอยู่ที่นี่เถอะ ไม่มีใครเขาอยากเลี้ยงดูคนแก่ปากร้ายใจดำอย่างเจ้าอีกแล้ว!"
นางสะบัดก้นเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้แม่เฒ่าจางกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ทุบตีที่นอนด้วยความคับแค้นใจ น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลอาบแก้มที่เหี่ยวย่น
นี่หรือคือจุดจบของนาง? ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนติดคุก ลูกสะใภ้หนีหน้า ทรัพย์สมบัติมลายหายสูญ
ทันใดนั้น เสียงจอแจหน้าบ้านก็เงียบลงเมื่อเกวียนวัวคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด ร่างของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าซื่อสัตย์ก้าวลงมา เขาคือหลินต้าซาน
ชาวบ้านต่างแหวกทางให้เขาด้วยความเกรงใจ ทุกคนต่างรู้ว่าตอนนี้บ้านรองของหลินต้าซานร่ำรวยและทรงอิทธิพลเพียงใดจากการทำธุรกิจกับหลินหว่านเอ๋อร์
หลินต้าซานยืนอยู่ที่ธรณีประตู มองดูสภาพบ้านที่พังพินาศ เขาไม่ก้าวเข้าไปด้านใน เพียงแต่กวักมือเรียกหัวหน้าหมู่บ้านที่ยืนอยู่แถวนั้น
"หัวหน้าหมู่บ้าน" หลินต้าซานเอ่ยเสียงขรึม หยิบถุงเงินที่หนักอึ้งออกมาจากอกเสื้อ
"นี่คือเงินห้าสิบตำลึง"
เสียงสูดหายใจด้วยความตื่นตะลึงดังขึ้นรอบทิศ ห้าสิบตำลึง! สำหรับชาวบ้านทั่วไปมันคือเงินมหาศาลที่ใช้ได้ทั้งชีวิต
หลินต้าซานยัดถุงเงินใส่มือหัวหน้าหมู่บ้าน แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวาน ฟังชัดถ้อยชัดคำ
"ข้า... หลินต้าซาน ได้ตัดขาดจากบ้านใหญ่ตระกูลหลินแล้ว เรื่องนี้ฟ้าดินเป็นพยาน แต่เห็นแก่ที่นางเป็นผู้ให้กำเนิด เงินก้อนนี้ถือเป็นค่ายาและค่าโลงศพที่ข้าจะมอบให้เป็นครั้งสุดท้าย ในฐานะลูก"
เขามองลึกเข้าไปในตัวบ้าน สบตากับแม่เฒ่าจางที่ตะเกียกตะกายออกมาเกาะขอบประตูด้วยแววตาละโมบเมื่อเห็นถุงเงิน
"จากนี้ไป เป็นตายร้ายดีอย่างไร อย่าได้มาข้องแวะกับบ้านรองของข้าอีก!"
สิ้นคำประกาศิต หลินต้าซานก็หันหลังกลับทันทีโดยไม่รีรอ ร่างกายที่เคยหลังค่อมเพราะการทำงานหนัก บัดนี้กลับยืดตรงสง่าผ่าเผย ราวกับภูเขาที่เคยกดทับบ่าได้ถูกยกออกไปจนหมดสิ้น
"ต้าซาน! ต้าซาน! เดี๋ยว! ข้าเป็นแม่เจ้านะ!" เสียงแหบแห้งของแม่เฒ่าจางตะโกนไล่หลัง แต่มันแผ่วเบาเหลือเกินเมื่อเทียบกับสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลง
ชาวบ้านต่างมองหน้ากันด้วยความสะใจปนเวทนา แม่เฒ่าจางรับถุงเงินจากหัวหน้าหมู่บ้านด้วยมือที่สั่นเทา ไม่ใช่ด้วยความซาบซึ้ง แต่ด้วยความเจ็บปวดที่ต้องรับทานจากลูกชายที่นางเคยเหยียบย่ำดูถูกมาตลอดชีวิต บัดนี้เสาหลักที่นางพิงพิงพังทลายลง ส่วนต้นหญ้าที่นางเคยคิดจะถอนทิ้งกลับกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่นางไม่อาจเอื้อมถึงเสียแล้ว
...
ณ ร้านอาหารในตัวเมือง
หลินหว่านเอ๋อร์ฟังคำบอกเล่าจากบิดาที่เพิ่งกลับมาถึง นางรินน้ำชาส่งให้เขาด้วยรอยยิ้มบางๆ
"ท่านทำถูกต้องแล้วท่านพ่อ ตัดบัวอย่าให้เหลือใย แต่ก็อย่าให้ใครมาครหาได้ว่าอกตัญญู ห้าสิบตำลึงแลกกับอิสรภาพทางใจของท่าน คุ้มค่ายิ่งนัก"
หลินต้าซานรับจอกชามาดื่ม รสชาติขมหอมของชาชั้นดีทำให้จิตใจเขาสงบลง "พ่อโล่งใจแล้ว... แล้วเจ้าล่ะ หว่านเอ๋อร์ เรื่องบ้านใหญ่จบลงแล้ว เจ้าจะทำอย่างไรต่อ?"
ดวงตาหงส์ของหลินหว่านเอ๋อร์เป็นประกายวาวโรจน์ นางลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างร้าน มองออกไปไกลโพ้น ทะลุกำแพงเมือง มุ่งสู่ทิวเขาเขียวขจีที่ตั้งตระหง่านอยู่เส้นขอบฟ้า
"เรื่องบ้านใหญ่เป็นเพียงธุลีดินที่ข้าปัดทิ้งเท่านั้นเจ้าค่ะท่านพ่อ" นางเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจและความทะเยอทะยานที่ทำให้แม้แต่หลินต้าซานยังต้องขนลุก
"เงินทองที่เรามีตอนนี้ มากพอที่จะใช้สุขสบายไปทั้งชาติ แต่ข้าไม่คิดจะหยุดอยู่แค่นี้... ท่านพ่อจำที่ดินรกร้างตีนเขาท้ายหมู่บ้านได้หรือไม่?"
หลินต้าซานขมวดคิ้ว "ที่ดินรกร้าง? ที่ดินแห้งแล้งนั่นน่ะหรือ? หินก็เยอะ น้ำก็ไม่มี ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น ชาวบ้านเขาเมินกันมาเป็นสิบปีแล้ว เจ้าถามทำไม?"
หลินหว่านเอ๋อร์หันกลับมา รอยยิ้มของนางงดงามดุจบุปผาอาบยาพิษ ทว่าเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
"คนอื่นมองเห็นแต่ดินทรายและก้อนหิน แต่ข้ามองเห็น 'ขุมทรัพย์' เจ้าค่ะ" นางกางพัดในมือออก แววตามุ่งมั่นดุจแม่ทัพที่จะออกศึก
"ข้าจะซื้อที่ดินผืนนั้น... ทั้งหมด 50 ไร่!"
หลินต้าซานตาเบิกโพลง "จะ... เจ้าว่าอะไรนะ! 50 ไร่! เจ้าจะเอาที่ดินไร้ค่าพรรค์นั้นไปทำอะไร!"
"สร้างอาณาจักรของพวกเราอย่างไรเล่าเจ้าคะ" หลินหว่านเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง "พรุ่งนี้เช้า... เตรียมตัวให้พร้อม ข้าจะพลิกฟื้นแผ่นดินเวิ้งว้างนั้น ให้กลายเป็นทองคำ!"
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: มองหาอนาคตใหม่]**