ตอนที่ 89
***บทที่ 89: มองหาอนาคตใหม่***
บรรยากาศภายในห้องโถงหลังร้านดูเงียบสงัดลงชั่วขณะ หลังจากถ้อยคำอันน่าตระหนกหลุดออกจากปากของหญิงสาว หลินต้าซานวางถ้วยชาลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความร้อนจากน้ำชาไม่อาจเทียบได้กับความร้อนรุ่มในใจที่เกิดจากความวิตกกังวล
"ห้าสิบไร่..." บิดาพึมพำเสียงแผ่ว ราวกับยังไม่อาจทำใจเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน "หว่านเอ๋อร์ พ่อรู้ว่าเจ้าเก่งกาจ เจ้ามีความคิดความอ่านที่เหนือกว่าคนทั่วไป แต่ที่ดินผืนนั้น... มันคือที่ทิ้งร้างนะลูก ชาวบ้านเขาลือกันว่าเจ้าที่แรง ปลูกอะไรก็ตาย เลี้ยงสัตว์ก็ล้มหายตายจาก แล้วดินก็แข็งกระด้างราวกับศิลา เจ้าจะเอาเงินทองที่เราหามาด้วยความยากลำบากไปถมทิ้งที่นั่นจริงๆ หรือ?"
หลินหว่านเอ๋อร์คลี่ยิ้มบางเบา นางรินชาเติมให้บิดาอย่างใจเย็น กิริยาท่าทางสุขุมนุ่มลึกดุจน้ำนิ่งไหลลึก แตกต่างจากเด็กสาวชาวบ้านทั่วไปโดยสิ้นเชิง
"ท่านพ่อ ท่านเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า 'อัญมณีมักซ่อนอยู่ในก้อนหินสกปรก' หรือไม่เจ้าคะ?" น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่หนักแน่น "ที่ดินผืนนั้น ชาวบ้านรังเกียจเพราะพวกเขามองเห็นเพียงเปลือกนอก พวกเขาเห็นหิน เห็นดินแห้งแล้ง แต่สิ่งที่ข้าเห็นคือทำเลทองที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว"
นางใช้นิ้วจุ่มน้ำชา วาดแผนผังคร่าวๆ ลงบนโต๊ะไม้
"ท่านดูนี่... ด้านหลังติดภูเขา หมายความว่าเราจะมีปราการธรรมชาติป้องกันภัย ด้านหน้าติดทางเกวียน แม้จะขรุขระแต่ก็ขนส่งสินค้าได้ หากเราปรับปรุงเส้นทางเสียหน่อย การเดินทางเข้าเมืองก็ใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วยาม"
ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย แผ่กลิ่นอายของผู้บริหารจัดการที่มองการณ์ไกล "ที่สำคัญที่สุด เพราะมันเป็นที่ดินรกร้าง ราคาของมันจึงถูกแสนถูก เงินห้าสิบตำลึงที่เราได้มาจากบ้านใหญ่ บวกกับกำไรของร้านเรา เพียงพอที่จะซื้อได้ทั้งห้าสิบไร่และยังมีเงินเหลือไว้สำหรับการบุกเบิก ข้าไม่ได้จะแค่ปลูกผักกาดขาวหรือหัวไชเท้าเหมือนชาวบ้านทั่วไปนะเจ้าคะท่านพ่อ"
หลินต้าซานเริ่มคล้อยตาม เขาเพ่งมองลายนิ้วน้ำบนโต๊ะ "แล้วเจ้าคิดจะทำสิ่งใด?"
"ข้าจะสร้าง 'อาณาจักร' ขนาดย่อมเจ้าค่ะ" หลินหว่านเอ๋อร์เอ่ยคำศัพท์ที่นางบัญญัติขึ้นในใจว่า 'เมกะโปรเจกต์' (Mega Project) แต่อธิบายออกมาในรูปแบบที่บิดาเข้าใจได้ง่าย "เราจะทำไร่สวนผสมผสาน พื้นที่ลาดชันตีนเขาเราจะปลูกไม้ยืนต้นและสมุนไพรล้ำค่า พื้นที่ราบเราจะแบ่งโซนปลูกผักนานาชนิด ขุดสระน้ำเพื่อเลี้ยงปลาและดึงน้ำมาใช้ ส่วนพื้นที่ที่ดินแข็งที่สุด เราจะสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่และหมู มูลของสัตว์พวกนี้จะเป็นปุ๋ยชั้นดีที่ช่วยฟื้นฟูหน้าดิน ทุกอย่างจะเกื้อกูลกันเอง เป็นวัฏจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุด"
คำว่า 'สมุนไพรล้ำค่า' และ 'วัฏจักร' ทำให้ดวงตาของหลินต้าซานเบิกกว้าง เขาเริ่มมองเห็นภาพฝันที่บุตรสาววาดไว้ มันไม่ใช่แค่การทำไร่ไถนา แต่มันคือกิจการขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทุกอย่าง
"แต่... ดินที่นั่นแย่มากนะลูก ต่อให้มีแผนการที่ดี แต่ถ้าดินไม่เอื้ออำนวย พืชผลจะงอกเงยได้อย่างไร?" ความกังวลสุดท้ายของหลินต้าซานยังคงเป็นเรื่องธรรมชาติ
หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์พาดผ่านวูบหนึ่ง "เรื่องนั้นท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้ามีวิธีของข้า... เชื่อใจข้าเถอะเจ้าค่ะ ว่าภายในหนึ่งปี ที่ดินรกร้างที่ใครๆ ต่างดูแคลน จะกลายเป็นผืนดินทองคำที่ทุกคนต้องอิจฉาจนกระอักเลือด"
เมื่อเห็นความมั่นใจอันเปี่ยมล้นของบุตรสาว หลินต้าซานก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ "เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว พ่อก็จะสนับสนุนเจ้าสุดกำลัง พรุ่งนี้พ่อจะไปกับเจ้า ไปดูที่ดินผืนนั้นด้วยตาตัวเอง"
...
ค่ำคืนนั้น ขณะที่สรรพสิ่งหลับใหล หลินหว่านเอ๋อร์นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอนของนาง จิตของนางดำดิ่งเข้าสู่ห้วงมิติลับส่วนตัว
ภายในมิติ อากาศบริสุทธิ์สดชื่น กลิ่นหอมของสมุนไพรวิญญาณอบอวลไปทั่ว นางเดินตรงไปยังแผงควบคุมระบบที่ลอยอยู่กลางอากาศ หน้าจอโปร่งแสงปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีทองอร่าม
*ติ๊ง!*
**[ขอแสดงความยินดี! โฮสต์ได้ผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต 'ตัดขาดวาสนา เลิกร้างพันธะ']**
**[ระดับความเด็ดขาด: S]**
**[รางวัลพิเศษ: ปลดล็อกร้านค้าเมล็ดพันธุ์ระดับ 2]**
หลินหว่านเอ๋อร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เมล็ดพันธุ์ระดับ 2? มันต่างจากของเดิมอย่างไร?"
ทันใดนั้น หน้าจอก็เปลี่ยนภาพ แสดงรายการเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ที่ส่องแสงระยิบระยับ รายละเอียดของพวกมันทำให้นางถึงกับตาลุกวาว
**[เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมสวรรค์ (ดัดแปลง)]**: ทนแล้ง ทนเค็ม เติบโตได้แม้ในดินทราย ระยะเวลาเก็บเกี่ยว 2 เดือน ให้ผลผลิตมากกว่าข้าวทั่วไป 3 เท่า รสชาติหอมหวานดุจน้ำทิพย์
**[เมล็ดผักกาดขาวหยกหิมะ]**: ทนต่อแมลงศัตรูพืช ใบกรอบหวาน มีสรรพคุณขับพิษอ่อนๆ ในร่างกายผู้ทาน
**[เมล็ดสมุนไพรหญ้าโลหิตมังกร (ขั้นต้น)]**: สมุนไพรหายาก ใช้ปรุงยาสมานแผลและบำรุงเลือด เติบโตได้ดีในที่ร่มและมีความชื้น
"หึๆ... ระบบ ช่างรู้ใจข้าจริงๆ" หลินหว่านเอ๋อร์หัวเราะในลำคอ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้คือ 'กุญแจสำคัญ' ที่จะไขประตูสู่ความสำเร็จในที่ดินรกร้างผืนนั้น
ต่อให้ดินจะแย่แค่ไหน หากมีเมล็ดพันธุ์วิเศษเหล่านี้ บวกกับน้ำพุวิญญาณในมิติที่นางสามารถลักลอบนำไปผสมกับน้ำรดต้นไม้ได้ ไม่มีทางที่พืชผลของนางจะไม่งอกงาม
"เจ้าพวกชาวบ้านปากหอยปากปูที่คอยนินทาข้า... รอชมดูเถิด" นางหยิบซองเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมสวรรค์ขึ้นมาพิจารณา แสงสีทองจางๆ แผ่ออกมาจากเมล็ดข้าวเม็ดอวบอ้วน "สิ่งที่ข้าจะปลูก ไม่ใช่แค่พืชผัก แต่คืออนาคตที่จะเหยียบย่ำคำสบประมาทของพวกเจ้าให้จมดิน"
นางใช้เวลาในมิติอีกครู่ใหญ่ เพื่อวางแผนการเพาะปลูกและคำนวณปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่ต้องใช้ การจัดการที่ดิน 50 ไร่ ไม่ใช่เรื่องเล็ก นางต้องวางแผนแบ่งโซนให้ชัดเจน ตรงไหนจะขุดบ่อ ตรงไหนจะสร้างบ้านพักคนงาน และตรงไหนจะเป็นแปลงเพาะปลูกสมุนไพรลับเฉพาะที่ห้ามใครล่วงรู้
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น นางจึงถอนจิตออกจากมิติ กลับสู่โลกความเป็นจริง แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง กระทบใบหน้างดงามที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น
...
รุ่งเช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ
หลินหว่านเอ๋อร์แต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีครามเข้ม ทะมัดทะแมงแต่ยังคงความสง่างาม ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นปักด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ทว่าแววตาของนางกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีด
หลินต้าซานยืนรออยู่ที่หน้าร้าน รถลากเทียมลาตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมาจอดรออยู่พร้อมแล้ว
"พร้อมหรือยังลูก?" ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม
"พร้อมยิ่งกว่าพร้อมเจ้าค่ะท่านพ่อ" หลินหว่านเอ๋อร์ก้าวขึ้นรถลาก นางหันไปมองทิศทางที่ตั้งของศาลาว่าการอำเภอ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มเย็นชา
วันนี้จะเป็นวันที่นางวางรากฐานแรกแห่งความยิ่งใหญ่ การซื้อที่ดินผืนนี้จะเป็นการประกาศสงครามกับโชคชะตาและความยากจนอย่างเป็นทางการ ใครจะมองว่านางบ้าที่ซื้อที่ดินแห้งแล้งก็ช่างปะไร เพราะคนฉลาดที่แท้จริง ย่อมมองเห็นสิ่งที่คนโง่เขลามองข้าม
"ไปกันเถอะเจ้าค่ะท่านพ่อ ไปเอาที่ดินของเรามาครอบครอง"
เสียงล้อรถบดเบียดไปบนถนนหิน ดั่งเสียงฟันเฟืองแห่งโชคชะตาที่เริ่มหมุนวน การเดินทางสู่การเป็นเศรษฐีนีที่ดินผู้มั่งคั่งที่สุดในแคว้น ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สัญญาซื้อขายที่ดิน]**