ตอนที่ 91

***บทที่ 91: การบุกเบิกที่ดินรกร้าง***

รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดสีทองที่สาดส่องลงมากระทบผืนดินแห้งแตกระแหง บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะสดชื่นกลับเต็มไปด้วยความหดหู่เมื่อภาพเบื้องหน้าคือที่ดินรกร้างกว้างใหญ่ไพศาล พื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยก้อนหินระเกะระกะและวัชพืชหนามที่ขึ้นรกชัฏราวกับเส้นผมของปีศาจที่ยุ่งเหยิง

เสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านซากต้นไม้แห้งตายดังคล้ายเสียงภูตผีกรดร้อง ทำให้เหล่าคนงานชายฉกรรจ์กว่ายี่สิบคนที่หลินต้าซานจ้างวานมาต่างพากันยืนนิ่งงัน สีหน้าของพวกเขาฉายแววสิ้นหวังอย่างปิดไม่มิด

“แม่นางหลิน... ท่านแน่ใจหรือขอรับว่าจะให้พวกเราทำการเพาะปลูกที่นี่?” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานเอ่ยถามเสียงสั่น “ดินที่นี่แข็งกระด้างยิ่งกว่าหินผา ขุดลงไปเพียงชุ่นเดียวจอบเสียมคงบิ่นหักหมด อย่าว่าแต่ปลูกผักเลยขอรับ แค่จะถางหญ้ายังยากเข็ญ”

เสียงพึมพำเห็นด้วยดังขึ้นระงม บ้างก็ส่ายหน้าด้วยความเวทนา บ้างก็แอบหัวเราะเยาะในใจว่าคุณหนูตระกูลหลินผู้นี้ช่างโง่เขลานักที่เอาเงินทองมาทิ้งกับที่ดินต้องคำสาปเช่นนี้

หลินหว่านเอ๋อร์ยืนสงบนิ่งอยู่บนเนินดินสูง นางสวมชุดทะมัดทะแมงสีครามเข้ม ผมยาวสลวยถูกรวบมัดไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตาหงส์กวาดมองไปรอบๆ ราวกับแม่ทัพที่กำลังตรวจตราสมรภูมิ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของนางหาใช่ความท้อแท้ แต่เป็นรอยยิ้มของพยัคฆ์ที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ

“ข้าจ้างพวกท่านมาเพื่อทำงาน มิใช่เพื่อมาวิจารณ์การตัดสินใจของข้า” น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่แฝงด้วยอำนาจกดดันที่มองไม่เห็น ทำให้เสียงซุบซิบเงียบลงทันที “ในสายตาพวกท่าน ที่นี่อาจเป็นเพียงดินแดนรกร้างไร้ค่า แต่ในสายตาข้า... มันคือขุมทรัพย์ที่รอการขัดเกลา”

นางสะบัดมือส่งสัญญาณ หลินต้าซานและบ่าวรับใช้รีบขนหีบไม้ขนาดใหญ่ลงจากรถม้า เมื่อฝาหีบถูกเปิดออก ประกายแสงสีเงินก็สะท้อนวูบเข้าตาเหล่าคนงาน

ภายในหีบนั้นบรรจุเครื่องมือเกษตรรูปร่างแปลกตา มันคือ ‘คราดเหล็กกล้าผสม’ รางวัลที่ระบบเพิ่งมอบให้นางเมื่อคืนก่อน เป็นอุปกรณ์ระดับสูงที่ทำจากโลหะผสมพิเศษ มีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นเหนือกว่าเหล็กทั่วไปในยุคสมัยนี้หลายเท่าตัว ซี่คราดคมกริบดุจเขี้ยวสัตว์ร้าย ด้ามจับทำจากไม้เนื้อแข็งที่ออกแบบมาให้ผ่อนแรงผู้ใช้

“นี่คืออาวุธของพวกท่าน” หลินหว่านเอ๋อร์ประกาศก้อง “จอบธรรมดาไม่อาจเจาะทะลุเกราะของผืนดินนี้ได้ แต่ด้วยสิ่งนี้... แม้แต่ภูผาก็ต้องสยบ”

คนงานต่างมองหน้ากันด้วยความลังเล ก่อนที่ชายคนหนึ่งจะก้าวออกมารับคราดไปลองถือ เขาลองเหวี่ยงมันลงกระแทกดินแข็งๆ ตรงหน้า

*เคร้ง! ฉึก!*

เสียงโลหะกระทบหินดังสนั่น ทว่าแทนที่จะกระดอนกลับหรือบิ่นหัก ปลายคราดกลับจิกฝังลึกลงไปในดินแข็งนั้นราวกับเสียบลงในเต้าหู้ ดินก้อนใหญ่ถูกงัดขึ้นมาอย่างง่ายดาย สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทุกคนในที่นั้น

“พระเจ้าช่วย! นี่มันเหล็กวิเศษอันใดกัน!”

เมื่อเห็นประสิทธิภาพของเครื่องมือ ความฮึกเหิมก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเหล่าคนงาน หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ปล่อยให้จังหวะนี้เสียเปล่า นางเริ่มสั่งการทันที

“แบ่งกลุ่มเป็นสามทัพ!” นางชี้ไม้เรียวในมือไปตามจุดต่างๆ อย่างแม่นยำ “กลุ่มแรก ใช้คราดเหล็กกล้าเปิดหน้าดิน กำจัดหินใหญ่ออกไปกองรวมกันที่ตีนเขา เราจะใช้มันทำแนวกันดินถล่มภายหลัง กลุ่มที่สอง รวบรวมวัชพืชแห้งและกิ่งไม้มาทำเป็นกองเพลิง!”

“เผาทิ้งหรือขอรับคุณหนู?” คนงานผู้หนึ่งถามด้วยความเสียดาย “เสียดายไม้...”

“มิใช่การเผาทิ้งขว้าง” หลินหว่านเอ๋อร์อธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน แววตาเป็นประกายด้วยภูมิปัญญา “เราจะทำการ ‘เผาถ่านบำรุงดิน’ การเผาวัชพืชในลักษณะรมควันให้กลายเป็นถ่านสีดำ แล้วไถกลบลงไปพร้อมกับการพรวนดิน จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินดานให้ร่วนซุยขึ้น ถ่านเหล่านี้จะช่วยกักเก็บความชื้นและธาตุอาหาร เปรียบเสมือนการเติมวิญญาณให้แก่ผืนดินที่ตายซาก!”

แม้วาจาของนางจะฟังดูแปลกหูและลึกล้ำเกินกว่าชาวบ้านทั่วไปจะเข้าใจได้ทั้งหมด แต่ความเชื่อมั่นในแววตาและการแสดงออกที่เด็ดขาดของนางกลับทำให้พวกเขาไร้ข้อกังขา

มหกรรมแห่งการพลิกฟื้นผืนดินจึงเริ่มต้นขึ้น เสียงคราดเหล็กกระทบหินผาดังกังวานไปทั่วหุบเขา ผสานกับเสียงตะโกนสั่งงานที่เข้มแข็งของหลินหว่านเอ๋อร์ ควันไฟจากการเผาถ่านลอยโขมงเป็นสาย ปะปนกับกลิ่นไอของดินที่เพิ่งถูกพลิกฟื้นขึ้นมาสัมผัสอากาศเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี

หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้เพียงแค่ยืนสั่งการ นางเดินตรวจตราไปทั่วทุกจุด แก้ไขท่าทางการขุดของคนงาน แนะนำวิธีงัดหินโดยใช้แรงน้อยที่สุด สายตาของนางแหลมคมดุจเหยี่ยว ไม่มีรายละเอียดเล็กน้อยใดเล็ดลอดไปได้

“ตรงนั้น! อย่าขุดลึกเกินไป ชั้นดินล่างยังมีความเค็มอยู่ พลิกแค่หน้าดินผสมกับเถ้าถ่านก่อน!” นางตะโกนสั่งพลางเดินเข้าไปสาธิตด้วยตนเอง ท่าทางคล่องแคล่วว่องไวขัดกับภาพลักษณ์คุณหนูในห้องหออย่างสิ้นเชิง

เวลาล่วงเลยไปจนตะวันตรงศีรษะ เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้าของทุกคน แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏตรงหน้ากลับน่าอัศจรรย์ พื้นที่รกร้างส่วนหน้าถูกแผ้วถางจนเตียนโล่ง ดินสีน้ำตาลเข้มที่ผสมเถ้าถ่านถูกพลิกขึ้นมาแทนที่ดินดานสีซีด กองหินถูกจัดเรียงเป็นระเบียบตามแนวที่นางกำหนด

หลินต้าซานมองบุตรสาวด้วยความภาคภูมิใจ แต่ในใจลึกๆ เขายังคงมีความกังวลใหญ่หลวงซ่อนอยู่ เขาเดินเข้าไปหาหลินหว่านเอ๋อร์พลางกระซิบถาม

“หว่านเอ๋อร์... ดินเริ่มร่วนซุยแล้วก็จริง แต่... มันแห้งผากเหลือเกินลูกรัก หากไม่มีน้ำ ต่อให้ดินดีเพียงใด พืชผลก็ไม่อาจงอกงามได้ คลองส่งน้ำก็อยู่ไกลเกินไป การขนน้ำขึ้นมาบนเนินนี้แทบเป็นไปไม่ได้”

คำพูดของบิดาทำให้คนงานใกล้เคียงที่ได้ยินต่างพากันชะงักมือ ความเงียบเริ่มกลับมาครอบงำอีกครั้ง ความจริงที่โหดร้ายคือ ‘น้ำ’ เป็นหัวใจของเกษตรกรรม และที่ดินผืนนี้แห้งแล้งมานานนับศตวรรษก็เพราะขาดแคลนน้ำ

หลินหว่านเอ๋อร์ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับเหงื่อที่ไรผม นางระบายยิ้มลึกลับ แววตาจับจ้องไปยังจุดหนึ่งทางทิศเหนือของที่ดิน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีกลุ่มก้อนหินมหึมาเรียงตัวกันอย่างแปลกประหลาด และมีต้นไม้แห้งๆ ยืนต้นตายอยู่โดดเดี่ยว

“ท่านพ่อ ท่านจำคำที่ข้าบอกได้หรือไม่... มังกรย่อมซ่อนกาย”

นางก้าวเดินนำทุกคนไปยังจุดนั้น ฝีเท้าของนางมั่นคง สายตาจ้องมองผ่านความเป็นจริงเบื้องหน้า ทะลุลงไปถึงชั้นใต้ดินที่ซึ่ง ‘ระบบ’ ได้แสดงภาพโครงสร้างทางธรณีวิทยาให้นางเห็นอย่างชัดเจน

ชีพจรแห่งวารี... เส้นเลือดของมังกรดิน ไหลเวียนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของนางนี่เอง!

หลินหว่านเอ๋อร์หยุดยืนหน้าก้อนหินใหญ่ นางรับคราดเหล็กกล้ามาจากคนงานผู้หนึ่ง แล้วปักด้ามลงบนพื้นดินตรงจุดกึ่งกลางระหว่างกลุ่มหินนั้นอย่างแรง

“ขุดตรงนี้!” นางสั่งเสียงเฉียบขาด

หัวหน้าคนงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก “คุณหนู... ตรงนี้เป็นลานหิน พื้นดินแข็งกว่าตรงอื่นหลายเท่า และที่สำคัญ... มันดูแห้งแล้งที่สุดในแปลงเลยนะขอรับ ไม่มีทางที่จะมีน้ำ...”

“ข้าบอกให้ขุด!” หลินหว่านเอ๋อร์ตวาดก้อง นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยอำนาจสะกดข่ม “หากพวกท่านต้องการเห็นปาฏิหาริย์ ก็จงลงมือทำตามที่ข้าสั่ง! ใต้ผืนดินแห้งผากนี้ ข้าได้ยินเสียงคำรามของมังกรวารีที่กำลังรอวันปลดปล่อย... ใครที่ขุดเจอน้ำเป็นคนแรก ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม!”

คำประกาศของนางดังก้องไปทั่วหุบเขา ราวกับคำบัญชาสวรรค์ที่ไม่อาจขัดขืนได้ เหล่าคนงานต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกระชับด้ามเครื่องมือในมือแน่น แล้วเงื้อขึ้นสุดแขน ทุ่มแรงทั้งหมดขุดลงไปตามจุดที่ปลายนิ้วเรียวงามนั้นชี้ลงไป โดยหารู้ไม่ว่า การลงจอบครั้งนี้ จะเป็นการเปิดตำนานบทใหม่ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแคว้น!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ตาน้ำแห่งความหวัง]**