ตอนที่ 92

***บทที่ 92: ตาน้ำแห่งความหวัง***

เสียงโลหะกระทบหินดัง ‘เคร้ง’ สะท้านก้องไปทั่วบริเวณเนินเขาที่แห้งแล้ง แสงแดดยามบ่ายแผดเผาจนไอร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นมาจากผืนดินราวกับเตาหลอม เหล่าคนงานชายฉกรรจ์กว่าสิบชีวิตต่างเหงื่อโทรมกาย เสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบเนื้อ ผิวหนังเกรียมแดดจนแดงก่ำ

พวกเขาก้มหน้าก้มตาขุดเจาะลงไปในชั้นดินที่แข็งกระด้างราวกระดองเต่า ตามคำสั่งของ ‘คุณหนูหลิน’ ทว่ายิ่งขุดลึก เครื่องมือก็ยิ่งสึกหรอ ด้ามจอบบางอันหักสะบั้นลงต่อหน้าต่อตา สร้างความท้อแท้ให้แก่เหล่าคนงานยิ่งนัก

“คุณหนูขอรับ...” หัวหน้าคนงานวางจอบลง พลางปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตา เขามองดูหลุมลึกขนาดเท่าเอวที่ขุดมาเกือบหนึ่งชั่วยามแต่กลับพบเพียงก้อนกรวดและดินแห้งผาก “พวกเราขุดมาลึกขนาดนี้แล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่ความชื้น ดินตรงนี้แห้งเสียยิ่งกว่าทะเลทราย ข้าเกรงว่าต่อให้ขุดจนทะลุไปอีกฝั่งของโลก ก็คงไม่เจอน้ำหรอกขอรับ”

เสียงบ่นพึมพำเห็นด้วยดังขึ้นรอบทิศ สายตาของเหล่าคนงานมองไปยังหลินหว่านเอ๋อร์ด้วยความเคลือบแคลงสงสัย บางคนเริ่มซุบซิบกันว่านางคงเสียสติไปแล้วที่คิดจะหาน้ำบนลานหินแห้งแล้งเช่นนี้

หลินหว่านเอ๋อร์ยืนกอดอกอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ นางสวมชุดสีฟ้าอ่อนพลิ้วไหว ตัดกับความแห้งแล้งรอบกาย ใบหน้างดงามราบเรียบไร้อารมณ์ ดวงตาหงส์จดจ้องไปยังหลุมขุดเจาะอย่างไม่วางตา

นางไม่ได้สนใจคำบ่นเหล่านั้น เพราะในสายตาของนาง ภาพโฮโลแกรมโปร่งแสงจาก ‘ระบบ’ กำลังแสดงแผนผังชั้นดินตัดขวางอย่างชัดเจน เส้นสีน้ำเงินเข้มสายหนึ่งกำลังไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นหินหนาที่พวกเขากำลังยืนอยู่ ห่างออกไปเพียงไม่ถึงสองศอก!

“ข้าจ้างพวกท่านมาขุดดิน ไม่ได้จ้างมาบ่น” น้ำเสียงของนางเรียบเย็นแต่ทรงอำนาจดุจนางพญา “ข้าบอกว่ามีน้ำ ก็ต้องมีน้ำ หากจอบหัก ข้าจะซื้อให้ใหม่ หากเหนื่อย ข้าจะเพิ่มค่าแรงให้ แต่ถ้าใครกล้าหยุดมือตอนนี้... ก็ไสหัวกลับบ้านไปเสีย ข้าไม่ต้องการคนใจเสาะ!”

วาจาเชือดเฉือนบวกกับอำนาจเงินทำให้เหล่าคนงานจำต้องกลืนความไม่พอใจลงคอ พวกเขาหยิบเครื่องมือขึ้นมาใหม่อย่างจำยอม กัดฟันระดมแรงขุดลงไปที่ก้นหลุมอีกครั้งด้วยความฮึกเหิมที่เจือปนด้วยความโมโห

‘เคร้ง! เคร้ง! ตึง!’

เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว จอบเหล็กกล้าเจาะทะลุชั้นหินดานที่แข็งแกร่ง เศษหินกระเด็นกระดอนออกมา

ทันใดนั้น...

“เปรี้ยง!”

เสียงเหมือนแผ่นดินปริแยกดังขึ้น จอบของคนงานผู้หนึ่งกระแทกเข้ากับรอยต่อของแผ่นหินชั้นล่างสุดอย่างจัง แรงสั่นสะเทือนส่งผ่านด้ามจอบจนมือของเขาสั่นระริก

“ทะ... ท่านหัวหน้า! พื้น! พื้นมัน...!” คนงานผู้นั้นตะโกนเสียงหลง เมื่อรู้สึกถึงแรงดันมหาศาลที่พุ่งสวนขึ้นมาจากปลายจอบ

*ซู่!!!!*

ยังไม่ทันสิ้นเสียงตะโกน สายน้ำสีขาวสะอาดราวมุกเม็ดงามก็พุ่งทะลุรอยแตกของชั้นหิน พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับมังกรวารีที่ถูกปลดปล่อยจากการจองจำนับพันปี!

แรงดันน้ำรุนแรงจนส่งร่างคนงานที่ยืนอยู่ปากหลุมล้มหงายหลัง น้ำพุธรรมชาติสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ เปลี่ยนผืนดินสีน้ำตาลแห้งผากให้กลายเป็นสีเข้มชุ่มชื้นในพริบตา ละอองน้ำกระทบแสงแดดเกิดเป็นรุ้งกินน้ำตัวน้อยพาดผ่านเหนือหลุมขุด

ความเงียบเข้าครอบงำคนงานทุกคนอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเฮลั่นสนั่นหุบเขา

“น้ำ! มีน้ำจริงๆ ด้วย!”

“สวรรค์ทรงโปรด! น้ำพุ! เป็นน้ำพุตาตั๊กแตนที่ใสสะอาดเหลือเกิน!”

เหล่าคนงานต่างวิ่งเข้าไปรองน้ำที่พุ่งขึ้นมาล้างหน้าล้างตา บ้างก็กอบขึ้นดื่มด้วยความกระหาย รสชาติของน้ำนั้นหวานล้ำ เย็นสดชื่นซาบซ่านไปถึงทรวงใน ราวกับน้ำทิพย์จากสวรรค์ชั้นฟ้า ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันมลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อได้สัมผัสเพียงหยดเดียว

หัวหน้าคนงานที่เคยปรามาสไว้นั่งคุกเข่าลงกับพื้น เนื้อตัวเปียกปอน มือสั่นเทาขณะรองน้ำขึ้นมามอง เขาหันขวับไปมองหลินหว่านเอ๋อร์ที่ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ที่เดิม แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความเทิดทูนบูชาประหนึ่งเห็นเทพเจ้า

“คุณหนู... คุณหนูหลิน... ท่านรู้ได้อย่างไร? ท่านมองเห็นตาน้ำใต้หินผานี้ได้อย่างไรขอรับ?” เสียงของเขาสั่นเครือ

“ธิดาเทพ! คุณหนูต้องเป็นธิดาเทพลงมาจุติแน่ๆ!” คนงานอีกคนตะโกนขึ้น พลางโขกศีรษะคำนับนางท่ามกลางสายน้ำที่โปรยปราย “คนธรรมดาที่ไหนจะชี้จุดตาน้ำบนลานหินแห้งแล้งได้แม่นยำเพียงนี้ นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!”

เสียงสรรเสริญเยินยอดังระงมไปทั่ว หลินหว่านเอ๋อร์เพียงแค่ยกมุมปากขึ้นยิ้มบางๆ นางก้าวเดินฝ่าละอองน้ำเข้าไปใกล้บ่อบาดาลที่เพิ่งกำเนิดขึ้น

แน่นอนว่านางไม่ใช่ธิดาเทพ แต่เป็นผู้ครอบครองระบบและมิติวิเศษ...

ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับสายน้ำและก้มหน้ารองน้ำดื่มกิน หลินหว่านเอ๋อร์แสร้งทำเป็นยื่นมือไปสัมผัสสายน้ำ เพื่อทดสอบความเย็น ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ปลายนิ้วของนางได้ปล่อย ‘น้ำทิพย์จิตวิญญาณ’ จากมิติส่วนตัวลงไปผสมกับตาน้ำแห่งนี้เพียงหนึ่งหยด

หยดน้ำทิพย์เข้มข้นเจือจางลงในสายน้ำธรรมชาติทันที แม้จะเจือจางจนแทบวัดค่าไม่ได้ แต่คุณสมบัติวิเศษของมันยังคงอยู่... น้ำจากบ่อนี้จะไม่เพียงแค่ใสสะอาดและมีรสหวานล้ำ แต่จะเป็นน้ำวิเศษที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชพรรณ ป้องกันโรคพืช และทำให้ผักผลไม้มีรสชาติเลิศรสกว่าที่ใดในแผ่นดิน!

นี่คือการวางรากฐานที่สำคัญที่สุด... ปัญหาแหล่งน้ำถาวรได้รับการแก้ไขแล้ว!

“พวกท่านลุกขึ้นเถิด” หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลลงกว่าเดิม “นี่ไม่ใช่ปาฏิหาริย์จากสวรรค์ แต่เป็นผลตอบแทนจากหยาดเหงื่อของพวกท่านเอง บัดนี้เรามีแหล่งน้ำที่ไม่วันเหือดแห้งแล้ว... หน้าที่ต่อไปของพวกท่าน คือการเปลี่ยนภูเขาหัวโล้นลูกนี้ ให้กลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในแคว้น!”

คำพูดของนางปลุกไฟในใจของเหล่าคนงานให้ลุกโชน พวกเขามองสายน้ำที่ไหลเจิ่งนองลงไปตามลาดเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความหวัง พื้นดินที่เคยไร้ค่า บัดนี้กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

หลินหว่านเอ๋อร์กวาดสายตามองภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาสูงต่ำลดหลั่นกันลงไป สมองอันชาญฉลาดของนางเริ่มวางแผนขั้นต่อไปทันที น้ำมีแล้ว ดินมีแล้ว แต่พื้นที่ลาดชันเช่นนี้หากปลูกผักแบบปกติ หน้าดินคงถูกน้ำชะล้างพังทลายจนหมดสิ้นในฤดูฝน

นางหรี่ตาลงเล็กน้อย ภาพแปลงผักสีเขียวขจีที่เรียงรายซ้อนกันเป็นชั้นๆ ราวกับบันไดสวรรค์ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด

“ท่านหัวหน้าคนงาน...” นางเอ่ยเรียก พลางชี้มือไปยังเนินเขาลาดชันเบื้องหน้า “พรุ่งนี้เช้า เตรียมจอบและเสียมของพวกท่านให้พร้อม เราจะพลิกโฉมภูเขาลูกนี้... ด้วยภูมิปัญญาที่พวกท่านไม่เคยเห็นมาก่อน”

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: แปลงผักขั้นบันได]**