ตอนที่ 97

***บทที่ 97: ปัญหามดปลวก***

แสงแดดยามสายที่เคยอบอุ่นดูเหมือนจะแผดเผารุนแรงขึ้นในความรู้สึกของหลินหว่านเอ๋อร์ นางยืนนิ่งอยู่หน้าแปลงผักคะน้าที่กำลังถูกรุกราน นัยน์ตาหงส์หรี่ลงพินิจดูเหล่าแมลงตัวจิ๋วสีเขียวอ่อนและสีดำที่เกาะกลุ่มกันแน่นขนัดตามใต้ใบและยอดอ่อน พวกมันดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชผักที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจปลูกอย่างตะกละตะกลาม

“คุณหนู... นี่มันเพลี้ยไฟกับเพลี้ยอ่อนขอรับ!” อาเสี่ยวหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก “ข้าเคยเห็นพวกมันถล่มไร่ของท่านลุงหวังเมื่อปีก่อน เพียงแค่สามวัน... สามวันเท่านั้น ผักทั้งไร่ก็เหลือแต่ก้าน!”

ความตื่นตระหนกของอาเสี่ยวเริ่มส่งผลต่อคนงานคนอื่นๆ ที่ทยอยเดินตามมาดู ต่างคนต่างส่งเสียงเซ็งแซ่ด้วยความวิตก

“ต้องรีบไปซื้อ ‘ผงสารหนู’ จากร้านขายยามาผสมน้ำราดเดี๋ยวนี้ขอรับ!” คนงานผู้หนึ่งเสนอความคิดเห็นด้วยน้ำเสียงร้อนรน “แม้จะเป็นพิษร้ายแรง แต่ถ้าเจือจางมากๆ ก็พอจะกำจัดพวกมันได้ ก่อนที่ผักเราจะพินาศหมด!”

“ใช่ๆ ข้าเห็นด้วย ยามนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากช้าไปกว่านี้ ผักวิเศษเหล่านี้จะไม่เหลือแม้แต่ซาก”

หลินหว่านเอ๋อร์ยกมือขึ้นปราม เสียงอื้ออึงรอบข้างเงียบลงทันที นางสูดลมหายใจลึก กวาดตามองใบหน้าวิตกกังวลของทุกคน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“ห้ามใช้สารหนู หรือยาพิษใดๆ ทั้งสิ้น”

“แต่คุณหนูขอรับ!” อาเสี่ยวคัดค้านเสียงหลง “ถ้าไม่ใช้ยาแรง พวกผักพวกนี้...”

“หากข้าใช้พิษฆ่าแมลง แล้วคนที่กินผักของข้าเล่า? พวกเขาจะไม่ได้รับพิษไปด้วยหรือ?” หว่านเอ๋อร์ย้อนถาม นัยน์ตาฉายแวววาวโรจน์ “จุดเด่นของผักสกุลหลินคือรสชาติที่บริสุทธิ์และพลังชีวิตที่เปี่ยมล้น หากข้าเห็นแก่กำไรชั่วคราวแล้วทำลายความไว้วางใจของลูกค้า ชื่อเสียงที่สั่งสมมาก็จะป่นปี้ไม่มีชิ้นดี เราจะทำเกษตรอินทรีย์... วิถีแห่งธรรมชาติที่ไม่เบียดเบียนชีวิตผู้บริโภค”

คำว่า ‘เกษตรอินทรีย์’ เป็นคำใหม่ที่พวกคนงานไม่เคยได้ยิน แต่ความหนักแน่นในน้ำเสียงของนางทำให้ไม่มีใครกล้าแย้ง แม้ในใจจะยังเต็มไปด้วยความกังขา

หลินหว่านเอ๋อร์หันหลังให้ทุกคน แสร้งทำเป็นตรวจสอบรอยโรคบนใบผัก แต่ในจิตใจ นางกำลังร้องเรียกตัวช่วยสำคัญ

‘ระบบ! เจ้าเห็นหายนะตรงหน้านี้หรือไม่? มีวิธีจัดการพวกแมลงเวรนี่โดยไม่ใช้สารเคมีหรือไม่?’

เสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยดังตอบกลับมาทันทีในหัว รวดเร็วและไร้อารมณ์เช่นเคย

*[ตรวจพบการรุกรานของศัตรูพืชระดับกลาง สาเหตุเกิดจากผักของโฮสต์มีพลังวิญญาณเจือปนสูง จึงดึงดูดแมลงตามธรรมชาติมากกว่าปกติ]*

*[แนะนำภารกิจฉุกเฉิน: ผู้พิทักษ์สีเขียว]*

*[รายละเอียด: กำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีธรรมชาติ 100%]*

*[รางวัล: สูตรลับ ‘ปุ๋ยหมักชีวภาพสูตรเร่งด่วน’ และคะแนนทักษะเกษตรกรรม +50]*

‘ข้าไม่ต้องการรางวัลตอนนี้ ข้าต้องการวิธีแก้ปัญหาเดี๋ยวนี้!’ หว่านเอ๋อร์กัดฟันกรอด

*[ระบบขอเสนอ: น้ำส้มควันไม้ และ สมุนไพรไล่แมลง]*

*[ข้อมูล: น้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการเผาถ่าน มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ สามารถไล่แมลงและกำจัดเชื้อราได้ เมื่อผสมกับสารสกัดจากพืชที่มีรสเผ็ดร้อนและกลิ่นฉุน จะกลายเป็นเกราะป้องกันชั้นเลิศ]*

ทันใดนั้น องค์ความรู้เกี่ยวกับการกลั่นน้ำส้มควันไม้และการปรุงยาสมุนไพรไล่แมลงก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของหลินหว่านเอ๋อร์ นางยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันกลับมาสั่งงานด้วยความมั่นใจ

“อาเสี่ยว! เจ้าไปเตรียมเตาเผาถ่าน นำไม้ไผ่แห้งมาให้มากที่สุด ข้าต้องการเก็บควันของมัน” นางสั่งการรวดเร็ว “ลุงบุญ ท่านช่วยไปรวบรวมพริกแห้ง กระเทียม ข่า และสะเดามาให้ข้า เดี๋ยวนี้!”

แม้ทุกคนจะงุนงงว่าของพวกนี้จะฆ่าแมลงได้อย่างไร แต่ก็รีบแยกย้ายไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

ตลอดช่วงบ่าย ไร่สกุลหลินอบอวลไปด้วยกลิ่นฉุนกึกของสมุนไพรที่ถูกตำจนแหลกละเอียดผสมกับกลิ่นไหม้ของควันไฟ หลินหว่านเอ๋อร์ควบคุมการผลิต ‘น้ำยาไล่แมลงสูตรพิเศษ’ ด้วยตนเอง นางนำน้ำส้มควันไม้ที่ดักเก็บได้จากการเผาถ่านมาผสมกับน้ำหมักสมุนไพรในอัตราส่วนที่ระบบคำนวณให้อย่างแม่นยำ

“นี่หรือขอรับ... ยาฆ่าแมลง?” อาเสี่ยวปิดจมูกพลางมองถังไม้ที่บรรจุของเหลวสีน้ำตาลเข้มส่งกลิ่นฉุนจนแสบตา

“มันไม่ใช่ยาฆ่าแมลง แต่เป็นยารมไล่แมลง” หว่านเอ๋อร์แก้ไข “นำไปผสมน้ำ แล้วฉีดพ่นให้ทั่วแปลงผัก เดี๋ยวนี้!”

เมื่อละอองน้ำยาสัมผัสกับใบผัก สิ่งมหัศจรรย์ก็บังเกิด เหล่าเพลี้ยและแมลงศัตรูพืชที่เกาะกินใบอยู่นั้น ต่างพากันดิ้นพล่านด้วยความทุรนทุราย กลิ่นฉุนของพริกและกำมะถันในกระเทียม ผสานกับฤทธิ์กรดของน้ำส้มควันไม้ ทำให้ผิวหนังที่บอบบางของพวกมันระคายเคืองอย่างรุนแรง

พวกมันไม่ได้ตายในทันทีเหมือนโดนยาพิษ แต่พวกมัน ‘หนี’

กองทัพแมลงนับหมื่นร่วงกราวลงจากใบผักราวกับใบไม้ร่วง บ้างก็บินหนี บ้างก็ตะเกียกตะกายลงดินหนีตายอลหม่าน ผักคะน้าที่เคยถูกรุมทึ้ง กลับมาหายใจได้อีกครั้ง

“สุดยอดไปเลยคุณหนู!” คนงานต่างร้องตะโกนด้วยความดีใจ

ในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

*[ภารกิจสำเร็จ: มอบรางวัล สูตรลับ ‘ปุ๋ยหมักชีวภาพ’]*

หน้าต่างโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า อธิบายกรรมวิธีนำมูลสัตว์ เศษพืช และกากน้ำตาลมาหมักรวมกัน ระบบอธิบายเสริมว่า การใช้ปุ๋ยเคมีหรือมูลสัตว์ดิบๆ อาจทำให้พืชโตเร็วแต่ไม่แข็งแรง ทำให้เป็นเป้าหมายของแมลง แต่ ‘ปุ๋ยหมักชีวภาพ’ นี้จะช่วยปรับปรุงดิน สร้างภูมิคุ้มกันให้พืชจากภายใน ทำให้ผักแข็งแรงจนแมลงไม่กล้าเข้าใกล้

“ฟังข้าให้ดี” หว่านเอ๋อร์ประกาศก้องท่ามกลางคนงาน “การไล่แมลงวันนี้เป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุ แต่จากนี้ไป เราจะทำ ‘ปุ๋ยหมัก’ ใช้เอง ระบบนิเวศในไร่ของเราต้องสมดุล ดินดี พืชแข็งแรง แมลงย่อมไม่มารบกวน นี่คือหัวใจของเกษตรอินทรีย์ที่แท้จริง!”

ความศรัทธาในแววตาของเหล่าคนงานฉายชัดขึ้น พวกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า คุณหนูสกุลหลินผู้นี้ไม่ได้เพียงแค่ปลูกผัก แต่นางกำลังสร้างปาฏิหาริย์บนผืนดิน

ตะวันคล้อยต่ำลง ทาบทาแสงสีทองลงบนทุ่งผักที่รอดพ้นจากวิกฤต หว่านเอ๋อร์ยืนกอดอกมองผลงานด้วยความภาคภูมิใจ กลิ่นฉุนจางๆ ยังคงลอยอวลในอากาศ แต่มันคือกลิ่นแห่งชัยชนะที่ปราศจากมลพิษ

ทว่า... ในขณะที่นางกำลังจะหันหลังกลับเข้าเรือน เสียงฝีเท้าม้าที่ควบตะบึงมาแต่ไกลเรียกความสนใจของนางให้หันกลับไปมองที่ถนนดินหน้าไร่

ฝุ่นตลบฟุ้งเป็นทางยาว รถม้าคันใหญ่ที่ตกแต่งด้วยไม้เนื้อแข็งขัดเงาวับ ลวดลายสลักเสลาวิจิตรบรรจงผิดแผกไปจากรถม้าพ่อค้าทั่วไปในแถบนี้ กำลังมุ่งหน้าตรงมาที่ไร่ของนาง ผ้าม่านหน้าต่างรถที่พลิ้วไหวเผยให้เห็นเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ภายใน

ความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาดแล่นปราดเข้ามาในอก รถหรูหราเช่นนี้มาทำอะไรในหมู่บ้านชนบทห่างไกล? หรือว่าชื่อเสียงของ ‘ผักวิเศษ’ จะดึงดูดสิ่งที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าแมลงศัตรูพืชเข้ามาเสียแล้ว?

รถม้าหยุดลงตรงหน้าทางเข้าไร่พอดี ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ประตูรถจะค่อยๆ เปิดออก...

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: แขกผู้สูงศักดิ์?]**